posttoday
สภาผู้บริโภคชูต้นแบบ ‘EV Bus กาญจนบุรี’ ปลุกอนาคตขนส่งท้องถิ่น

สภาผู้บริโภคชูต้นแบบ ‘EV Bus กาญจนบุรี’ ปลุกอนาคตขนส่งท้องถิ่น

03 กรกฎาคม 2569

วิกฤตรถโดยสารต่างจังหวัดกำลังรุนแรง แต่กาญจนบุรีพลิกเกมด้วย EV Bus ท้องถิ่น ผู้ใช้กว่า 3,000 คนต่อวัน สภาผู้บริโภคชูเป็นต้นแบบกระจายอำนาจ สร้างขนส่งสาธารณะเพื่อทุกคน

KEY

POINTS

  • โมเดลรถโดยสารพลังงานไฟฟ้า (EV Bus) จังหวัดกาญจนบุรีประสบความสำเร็จอย่างสูง มีผู้ใช้บริการกว่า 3,000 คนต่อวัน จนกลายเป็นต้นแบบให้จังหวัดอื่นเข้ามาศึกษาดูงาน
  • ความสำเร็จเกิดจากการกระจายอำนาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) สามารถวางแผนเส้นทางและจัดบริการขนส่งสาธารณะได้เอง หลังมีการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
  • โครงการนี้สะท้อนแนวคิดใหม่ในการพัฒนาระบบขนส่งที่เน้น "ผลตอบแทนทางสังคม" เช่น การลดภาระค่าใช้จ่ายและเพิ่มการเข้าถึงบริการสาธารณะ เพื่อเป็นต้นแบบปฏิรูปขนส่งในต่างจังหวัด

ในขณะที่หลายจังหวัดกำลังเผชิญวิกฤตรถโดยสารประจำทางทยอยเลิกกิจการ ส่งผลให้ประชาชนต้องแบกรับค่าเดินทางที่สูงขึ้น หรือบางพื้นที่แทบไม่มีระบบขนส่งสาธารณะเหลือให้ใช้งาน จังหวัดกาญจนบุรีกลับกำลังสร้างภาพใหม่ของการเดินทาง ด้วยการเปิดให้บริการรถโดยสารพลังงานไฟฟ้า (EV Bus) สายลาดหญ้า–ท่าม่วง ระยะทาง 35 กิโลเมตร ซึ่งมีผู้ใช้บริการเฉลี่ยมากกว่า 3,000 คนต่อวัน จนได้รับความสนใจจากหลายจังหวัดที่เดินทางมาศึกษาโมเดลการบริหารจัดการ โดยสะท้อนว่าหากท้องถิ่นมีอำนาจและเครื่องมือเพียงพอ ก็สามารถสร้างระบบขนส่งสาธารณะที่ประชาชนเข้าถึงได้จริง

 

นางสาว สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสำนักงานสภาผู้บริโภค เปิดเผยว่า ความสำเร็จของ EV Bus กาญจนบุรี เป็นผลจากการผลักดันให้เกิดการกระจายอำนาจด้านขนส่งสาธารณะมายังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) จนมีการแก้ไขกฎหมายและออกกฎกระทรวง ฉบับที่ 24 (พ.ศ. 2567) เปิดทางให้ อปท. สามารถวางแผนเส้นทางเดินรถ จัดบริการ และกำหนดอัตราค่าโดยสารให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่ได้

 

สภาผู้บริโภคชูต้นแบบ ‘EV Bus กาญจนบุรี’ ปลุกอนาคตขนส่งท้องถิ่น

สภาผู้บริโภคชูต้นแบบ ‘EV Bus กาญจนบุรี’ ปลุกอนาคตขนส่งท้องถิ่น

 

“วันนี้ข้อกฎหมายไม่ใช่อุปสรรคอีกต่อไป สิ่งสำคัญคือวิสัยทัศน์ของท้องถิ่นว่าจะออกแบบระบบขนส่งให้ตอบโจทย์ประชาชนอย่างไร” นางสาวสารีกล่าว

 

เลขาธิการสำนักงานสภาผู้บริโภค ระบุว่า การลงทุนระบบขนส่งสาธารณะไม่ควรวัดผลเพียงผลตอบแทนทางการเงิน แต่ควรมองถึง "ผลตอบแทนทางสังคม" ทั้งการลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน เพิ่มโอกาสเข้าถึงสถานศึกษา โรงพยาบาล และบริการสาธารณะ รวมถึงช่วยลดความเหลื่อมล้ำในพื้นที่ โดยสภาผู้บริโภคอยู่ระหว่างศึกษาผลตอบแทนทางสังคม (Social Return on Investment: SROI) ของโครงการ EV Bus เพื่อใช้เป็นข้อมูลสนับสนุนการขยายผลไปยังจังหวัดอื่น

 

ปัจจุบัน สภาผู้บริโภคดำเนิน โครงการสานพลังความร่วมมือท้องถิ่นเพื่อการพัฒนาขนส่งสาธารณะไร้รอยต่อที่ปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมสำหรับทุกคน ร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ในพื้นที่นำร่อง 12 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ น่าน ลำปาง ขอนแก่น สุรินทร์ ภูเก็ต สงขลา ปัตตานี พระนครศรีอยุธยา กาญจนบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และกรุงเทพมหานคร พร้อมตั้งเป้าขยายความร่วมมือไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) และ อปท. อีก 35 แห่งทั่วประเทศ

 

สภาผู้บริโภคชูต้นแบบ ‘EV Bus กาญจนบุรี’ ปลุกอนาคตขนส่งท้องถิ่น

 

ด้านนางสาว บุญยืน ศิริธรรม ประธานสภาผู้บริโภค กล่าวว่า ระบบรถโดยสารในหลายจังหวัดกำลังเข้าสู่ภาวะถดถอย ผู้ประกอบการทยอยเลิกกิจการ ลดจำนวนเที่ยววิ่ง หรือแม้มีสัมปทานแต่ไม่มีรถออกให้บริการ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้สูงอายุ นักเรียน ผู้พิการ และผู้ป่วย ซึ่งต้องแบกรับค่าเดินทางที่สูงขึ้น หากไม่มีหน่วยงานเข้ามารับบทบาทจัดบริการแทน ภายในเวลาไม่ถึง 10 ปี หลายจังหวัดอาจไม่เหลือรถโดยสารสาธารณะให้ประชาชนใช้

 

“เมื่อรถออกห่าง คนก็เลิกใช้ เมื่อคนเลิกใช้ ผู้ประกอบการก็ยิ่งอยู่ไม่ได้ กลายเป็นวงจรที่ทำให้ระบบขนส่งสาธารณะค่อย ๆ ล่มสลาย” นางสาวบุญยืนกล่าว

 

EV Bus ไม่ใช่แค่รถไฟฟ้า แต่คือเครื่องมือยกระดับเมือง

แนวโน้มการใช้รถโดยสารไฟฟ้ากำลังขยายตัวในหลายพื้นที่ของไทย โดยเฉพาะการที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ตัวอย่างเช่น องค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต ซึ่งเปิดให้บริการรถ EV Bus ปรับอากาศจำนวน 24 คัน ทดแทนรถสองแถวเดิม พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น ทางลาดสำหรับรถเข็นผู้พิการ ระบบ GPS กล้องวงจรปิด และช่องชาร์จ USB ทุกที่นั่ง เพื่อยกระดับคุณภาพการเดินทางและลดมลพิษทางอากาศ

 

สภาผู้บริโภคชูต้นแบบ ‘EV Bus กาญจนบุรี’ ปลุกอนาคตขนส่งท้องถิ่น

 

ขณะเดียวกัน จังหวัดขอนแก่นก็อยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาระบบ EV Bus โดยยกโมเดลของภูเก็ตเป็นต้นแบบ เพื่อเชื่อมต่อระบบขนส่งมวลชนภายในเมืองและลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล

 

กรณีของกาญจนบุรีจึงไม่ได้เป็นเพียงโครงการรถโดยสารพลังงานไฟฟ้าเท่านั้น แต่ยังสะท้อนแนวคิดใหม่ของการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะไทย ที่ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้ามาเป็นผู้ออกแบบบริการตามความต้องการของประชาชนในพื้นที่ ภายใต้เป้าหมายร่วมกันคือ "การเดินทางที่ปลอดภัย เข้าถึงได้ เป็นธรรม และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม" ซึ่งอาจกลายเป็นต้นแบบสำคัญของการปฏิรูประบบขนส่งสาธารณะในต่างจังหวัดของประเทศไทยในอนาคต.

ข่าวล่าสุด

บอร์ด ERIA ชงแผนเชื่อมพลังงานอาเซียน ดันโครงข่ายไฟฟ้า ท่อก๊าซ สำรองน้ำมัน

บอร์ด ERIA ชงแผนเชื่อมพลังงานอาเซียน ดันโครงข่ายไฟฟ้า ท่อก๊าซ สำรองน้ำมัน