
กระทรวงอุตฯ เตรียมประกาศให้อุปกรณ์ในระบบโซลาร์เซลล์อีก 5 รายการเป็นสินค้าควบคุม
“วราวุธ” คุมเข้มผลิตภัณฑ์ในระบบโซลาร์เซลล์ ดัน 5 มาตรฐานเป็นสินค้าควบคุมเพิ่ม สกัดสินค้าไม่ได้มาตรฐาน ลดเสี่ยงไฟไหม้ ไฟฟ้าลัดวงจร คาดบังคับใช้ภายในกันยายน 2569
KEY
POINTS
- กระทรวงอุตสาหกรรมเตรียมประกาศให้อุปกรณ์ในระบบโซลาร์เซลล์อีก 5 รายการเป็นสินค้าควบคุม เพื่อยกระดับความปลอดภัย
- สินค้าควบคุม 5 รายการใหม่ ได้แก่ สายไฟฟ้า, แบตเตอรี่ลิเทียม, ฟิวส์, อินเวอร์เตอร์ และเครื่องตัดวงจรไฟฟ้ากระแสตรง
- ลดความเสี่ยงจากไฟฟ้าลัดวงจรและอัคคีภัยที่เกิดจากอุปกรณ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน คาดมาตรฐานใหม่มีผลบังคับใช้ภายในเดือนกันยายน 2569
นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรมเดินหน้ายกระดับความปลอดภัยของระบบโซลาร์เซลล์ โดยกำหนดให้ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับระบบโซลาร์เซลล์เป็นสินค้าควบคุม เพื่อสกัดสินค้าไม่ได้มาตรฐาน
ซึ่งก่อนหน้านี้สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ได้กำหนดให้แผงโซลาร์เซลล์ มอก. 61730 เล่ม 2-2567 เป็นสินค้าควบคุมไปแล้ว คาดว่าจะบังคับใช้ภายในเดือนกันยายน 2569
ทั้งนี้ ในการประชุมคณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (กมอ.) หรือบอร์ด สมอ. เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ได้มีมติเห็นชอบให้ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับระบบโซลาร์เซลล์เป็นสินค้าควบคุมเพิ่มเติมอีก 5 มาตรฐาน ได้แก่
- มอก. 62930-2564 สายไฟฟ้าสำหรับระบบเซลล์แสงอาทิตย์
- มอก. 63056-2567 แบตเตอรี่ลิเทียมสำหรับระบบกักเก็บพลังงานไฟฟ้า
- มอก. 60269 เล่ม 6-2567 ฟิวส์แรงดันไฟฟ้าต่ำสำหรับระบบเซลล์แสงอาทิตย์
- มอก. 2603 เล่ม 2-2556 ตัวผกผันหรืออินเวอร์เตอร์สำหรับระบบเซลล์แสงอาทิตย์
- มอก. 60947 เล่ม 2-25xx เครื่องตัดวงจรสำหรับไฟฟ้ากระแสตรง
นายวราวุธ กล่าวว่า การกำหนดมาตรฐานควบคุมเพิ่มเติมครั้งนี้ ครอบคลุมสายไฟฟ้า แบตเตอรี่ลิเทียม ฟิวส์แรงดันไฟฟ้าต่ำ ตัวผกผันหรืออินเวอร์เตอร์ และเครื่องตัดวงจรไฟฟ้ากระแสตรง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนว่าการใช้พลังงานสะอาดจะต้องมาพร้อมกับความปลอดภัย
โดย สมอ. เตรียมออกกฎกระทรวง คาดว่าจะมีผลบังคับใช้ภายในเดือนกันยายน 2569
การดำเนินการดังกล่าวจะทำให้ระบบโซลาร์เซลล์ได้รับการกำกับดูแลด้านความปลอดภัยอย่างครบวงจรมากขึ้น ตั้งแต่การผลิตไฟฟ้าจากแผงเซลล์แสงอาทิตย์ การส่งผ่านกระแสไฟฟ้า การแปลงพลังงาน ไปจนถึงการกักเก็บพลังงาน ช่วยลดความเสี่ยงจากไฟไหม้ ไฟฟ้าลัดวงจร และอุบัติเหตุที่อาจเกิดจากการใช้อุปกรณ์ไม่ได้มาตรฐาน
การเพิ่มอีก 5 มาตรฐานครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการควบคุมสินค้า แต่เป็นการปิดช่องว่างด้านความปลอดภัยของอุปกรณ์โซลาร์เซลล์ทั้งระบบ และวางรากฐานให้ระบบโซลาร์เซลล์ของไทยเติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน
นายวราวุธ กล่าวว่า ภายหลังประกาศในราชกิจจานุเบกษา ผู้ประกอบการจะต้องขออนุญาตและปฏิบัติตามมาตรฐานที่กำหนด ส่งผลให้สินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานเข้าสู่ตลาดได้ยากขึ้น ขณะที่ผู้บริโภคจะได้รับการคุ้มครองมากยิ่งขึ้น และช่วยยกระดับคุณภาพอุตสาหกรรมพลังงานแสงอาทิตย์ของไทยให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล
นายวราวุธ ฝากถึงประชาชนที่กำลังวางแผนติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ว่า ไม่ควรพิจารณาเฉพาะราคาเพียงอย่างเดียว แต่ควรตรวจสอบว่าอุปกรณ์สำคัญในระบบ ทั้งแผงโซลาร์เซลล์ อินเวอร์เตอร์ สายไฟ แบตเตอรี่ และอุปกรณ์ป้องกันไฟฟ้า ได้รับการรับรองมาตรฐาน มอก. หรือมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง
รวมทั้งเลือกผู้ติดตั้งที่มีความรู้และประสบการณ์ เพื่อให้การออกแบบและติดตั้งระบบเป็นไปอย่างถูกต้องและปลอดภัย
“ระบบโซลาร์เซลล์เป็นการลงทุนระยะยาวที่อยู่กับบ้านหรือสถานประกอบการเป็นเวลาหลายสิบปี การเลือกใช้อุปกรณ์ที่ได้มาตรฐานและติดตั้งโดยผู้เชี่ยวชาญ อาจมีต้นทุนสูงกว่าในช่วงแรก แต่จะช่วยลดความเสี่ยงด้านความปลอดภัย ลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุง และสร้างความคุ้มค่าในระยะยาว” นายวราวุธ กล่าว







