
รุกขยายเส้นทางบินอีสาน ดันอุดรฯ สู่ฮับการบินลุ่มน้ำโขง
เดินหน้ายกระดับศักยภาพสนามบินภูมิภาคภาคอีสาน ชูยุทธศาสตร์ดัน “อุดรธานี” เป็นศูนย์กลางการบินลุ่มแม่น้ำโขง (GMS) พร้อมเพิ่มเที่ยวบินเชื่อมภูมิภาค 50%
KEY
POINTS
- ผลักดันท่าอากาศยานนานาชาติอุดรธานีให้เป็นศูนย์กลางการบิน (Aviation Hub) ของอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (GMS)
- ขยายเครือข่ายเส้นทางบินระหว่างประเทศ โดยเตรียมเปิดบริการเชื่อมต่อจากอุดรธานีสู่จุดหมายในเอเชีย และมีแผนศึกษาเส้นทางบินตรงอุดรธานี-โฮจิมินห์
- เพิ่มความถี่เที่ยวบินในประเทศขึ้น 50% โดยเน้นเส้นทางสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและเมืองสำคัญอื่น ๆ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว
เปิดยุทธศาสตร์ดัน “อุดรธานี” ผงาดฮับการบินลุ่มแม่น้ำโขง
ภาคธุรกิจการบินเตรียมยกระดับโครงข่ายคมนาคมทางอากาศของไทยครั้งใหญ่ โดยพุ่งเป้าไปที่การพัฒนาศักยภาพเส้นทางการบินในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ชูยุทธศาสตร์ปั้น ท่าอากาศยานนานาชาติอุดรธานี ให้ก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางการบิน (Aviation Hub) ของอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (GMS)
การเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นจากข้อได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ของอุดรธานี ซึ่งเป็นทำเลยุทธศาสตร์สำคัญที่เชื่อมต่อพื้นที่เศรษฐกิจและนิคมอุตสาหกรรมในภูมิภาค GMS ส่งผลให้ปริมาณเที่ยวบินและจำนวนผู้โดยสารทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเติบโตอย่างต่อเนื่อง การเร่งขยายเส้นทางบินจึงเป็นกุญแจสำคัญในการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนและกระตุ้นการค้าระหว่างพรมแดน
เชื่อมเครือข่ายอินเตอร์-ลุยศึกษาบินตรงเวียดนาม
เพื่อตอบรับดีมานด์การเดินทางที่ขยายตัว ภาคเอกชนนำโดยสายการบินเวียตเจ็ทไทยแลนด์ ได้วางแผนขยายเครือข่ายเส้นทางบินระหว่างประเทศ
นำร่องด้วยบริการเช็กอินรวดเดียว (Single Check-in) จากอุดรธานี เชื่อมต่อผ่านสนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อเดินทางสู่จุดหมายยอดนิยมในเอเชีย อาทิ โตเกียว โอซากา และไทเป ซึ่งมีกำหนดเปิดให้บริการภายในเดือนกรกฎาคม 2569 นี้
ขณะเดียวกัน แผนยุทธศาสตร์ระยะยาวยังครอบคลุมไปถึงการศึกษาความเป็นไปได้ในการเปิด เส้นทางบินตรงระหว่างประเทศ อุดรธานี–โฮจิมินห์ และ กระบี่–โฮจิมินห์ ภายในปี 2570
ซึ่งจะเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญในการเชื่อมโยงเศรษฐกิจไทย-เวียดนาม และยกระดับสนามบินภูมิภาคของไทยสู่มาตรฐานสากล
ขยายความจุเที่ยวบินในประเทศ 50% หนุนเศรษฐกิจฐานราก
นอกจากการรุกตลาดต่างประเทศแล้ว ยังมีแผนเพิ่มความถี่เที่ยวบินภายในประเทศสู่ท่าอากาศยานในสังกัดกรมท่าอากาศยานเพิ่มขึ้นถึง 50% (จาก 98 เป็น 147 เที่ยวบินต่อสัปดาห์)
โดยเน้นเส้นทางไป-กลับระหว่างกรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) และจุดหมายปลายทางสำคัญทั่วประเทศ ได้แก่ อุดรธานี ขอนแก่น อุบลราชธานี นครศรีธรรมราช กระบี่ และสุราษฎร์ธานี เพื่ออำนวยความสะดวกด้านโลจิสติกส์และการท่องเที่ยว พร้อมกระจายรายได้ลงสู่เศรษฐกิจระดับภูมิภาค
รัฐ-เอกชนผนึกกำลัง ขับเคลื่อนขีดความสามารถการแข่งขัน
แผนธุรกิจดังกล่าวได้ถูกนำเสนอต่อ นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม โดยกระทรวงฯ ยืนยันความพร้อมในการเดินหน้าสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการบิน
ควบคู่กับการส่งเสริมความร่วมมือกับภาคเอกชน เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาคอย่างยั่งยืน
ด้าน นายปิ่นยศ พิบูลสงคราม รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการพาณิชย์และลูกค้าสัมพันธ์ สายการบินเวียตเจ็ทไทยแลนด์ มองว่า การเพิ่มศักยภาพการเชื่อมต่อทางอากาศจะเป็นกลไกหลักในการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย ทั้งในมิติการท่องเที่ยว การค้า และการลงทุน ซึ่งสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การเพิ่มขีดความสามารถของฝูงบินในระยะยาว







