
ไทยล้ำหน้า! ชูเทคโนโลยี Digital Tower พลิกโฉมควบคุมจราจรทางอากาศ
อนาคตน่านฟ้าไทย! วิทยุการบินฯ เตรียมเปิดตัวเทคโนโลยี Digital Tower พลิกโฉมการควบคุมจราจรทางอากาศ สู่ฮับการบินระดับโลก
การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของอุตสาหกรรมการบินในปัจจุบัน ทำให้เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญในการบริหารจัดการน่านฟ้า ล่าสุดประเทศไทยกำลังก้าวสู่ยุคใหม่ของการบริหารจัดการเที่ยวบิน เมื่อนายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้มอบหมายให้บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด (บวท.) เดินหน้ายกระดับโครงสร้างพื้นฐานครั้งใหญ่ ผ่านโครงการ Digital Tower ซึ่งถือเป็นกลไกสำคัญที่จะพลิกโฉมการให้บริการจราจรทางอากาศ และผลักดันไทยสู่การเป็น World-class Aviation Hub แบบเต็มภาคภูมิ
ยกระดับการ “ควบคุมจราจรทางอากาศ” ด้วยเทคโนโลยีแห่งอนาคต
ในอดีต ภาพจำของการควบคุมจราจรทางอากาศคือเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติงานอยู่บนหอคอยสูง แต่ปัจจุบันเมื่อการบริหารจราจรทางอากาศทั่วโลกเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล การดำเนินงานจึงต้องอาศัยความแม่นยำและประสิทธิภาพที่สูงขึ้น
นายภัทรพงศ์ ระบุว่า การนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้นั้น ไม่เพียงช่วยให้การปฏิบัติงานปลอดภัยยิ่งขึ้น แต่ยังเป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับปริมาณเที่ยวบินที่จะเพิ่มสูงขึ้นในอนาคต
โครงการนี้ถูกออกแบบมาให้ตอบโจทย์ท่าอากาศยานแต่ละระดับอย่างครอบคลุม สำหรับท่าอากาศยานหลักของประเทศ ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและท่าอากาศยานดอนเมือง จะใช้เทคโนโลยีควบคุมรูปแบบใหม่
ในขณะเดียวกัน ท่าอากาศยานนราธิวาสและท่าอากาศยานเบตง จะถูกควบคุมระยะไกลผ่านระบบ Remote Tower จากศูนย์ควบคุมการบินหาดใหญ่ ซึ่งการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาสนับสนุนการทำงานจะช่วยทลายข้อจำกัดทางกายภาพ เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจราจรทางอากาศ และยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยได้ดียิ่งขึ้น
แผนปฏิบัติการ Digital Tower สู่การใช้งานจริง
ด้านความคืบหน้าในการดำเนินงาน นายสุรชัย หนูพรหม รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บวท. เปิดเผยว่า โครงการ Digital Tower ได้ผ่านการอนุมัติงบประมาณการลงทุนสำหรับปี 2570 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยกระบวนการจัดหาจะเริ่มต้นขึ้นในเดือนตุลาคม 2569
จากนั้น จะใช้ระยะเวลาในการติดตั้งและนำระบบเข้าใช้งานประมาณ 2 ปี ก่อนจะพร้อมเปิดให้บริการอย่างเต็มรูปแบบภายในปี 2571 ซึ่งตลอดกระบวนการนี้ บวท. จะทำงานร่วมกับสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด ครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบ การทดสอบ การบริหารการเปลี่ยนผ่าน (Change Management) ไปจนถึงการวิเคราะห์และประเมินด้านความปลอดภัยอย่างรอบด้าน เพื่อรับประกันว่าระบบจะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดและสอดคล้องกับมาตรฐานสากล
มากกว่าการลงทุน แต่คือรากฐาน Smart Airport ของไทย
โครงการนี้ไม่ใช่เพียงการจัดซื้ออุปกรณ์ที่ทันสมัย แต่เป็นการวางรากฐานระบบการเดินอากาศยุคใหม่ของประเทศไทยในระยะยาว เชื่อมโยงกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งทางอากาศโดยรวม และตอบสนองต่อแนวโน้มการพัฒนา Smart Airport ที่นำดิจิทัลมาบูรณาการเข้ากับระบบคมนาคมอย่างเต็มรูปแบบ
เมื่อการดำเนินงานเสร็จสมบูรณ์ จะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับสายการบิน นักลงทุน ตลอดจนผู้ใช้บริการจากทั่วโลก และอาจกล่าวได้ว่านวัตกรรม Digital Tower คือกลไกสำคัญที่จะเปิดประตูสู่อนาคตที่เติบโตและยั่งยืนของอุตสาหกรรมการบินไทยอย่างแท้จริง







