posttoday
ศาลยกฟ้องชั้นไต่สวนมูลฟ้องคดี ”สุชาติ“ฟ้อง “ธนาธร”หมิ่นประมาท

ศาลยกฟ้องชั้นไต่สวนมูลฟ้องคดี ”สุชาติ“ฟ้อง “ธนาธร”หมิ่นประมาท

29 มิถุนายน 2569

ศาลยกฟ้องชั้นไต่สวนมูลฟ้องคดี ”สุชาติ“ฟ้อง “ธนาธร”หมิ่นประมาทออกรายการทีวี ชี้ ไม่ได้ระบุตัวตน เเละเป็นการเเสดงความเห็นเพื่อประโยชน์สาธารณะ

29 มิ.ย.2569 ศาลอาญาได้อ่านคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ อ.645/2569 ที่นายสุชาติ ชมกลิ่น ยื่นฟ้อง นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ จำเลย ในความผิดฐานหมิ่นประมาท ความผิดต่อ พรป.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.

 

คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 20 ม.ค. จำเลยได้ใส่ความโจทก์ผ่านรายการ “ถกไม่เถียง” ในห้วงเวลาของการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง จำเลยมีเจตนาจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่ลงคะแนนเลือกโจทก์เป็น ส.ส.ด้วยวิธีการหลอกลวง ใส่ร้ายโจทก์ด้วยความเท็จ นอกจากนี้ การกระทำของจำเลยยังเป็นการทำละเมิด ทำให้โจทก์ต้องเสื่อมเสียต่อชื่อเสียง ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326,328 พรป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 73,159 และขอให้บังคับจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นเงินจำนวน50 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 5 ต่อปี พร้อมทั้งขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของจำเลยมีกำหนด 20 ปี และให้จำเลยชดใช้ค่าฤชาธรรมเนียมในส่วนแพ่งแทนโจทก์  

ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานโจทก์ในชั้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า คดีโจทก์มีมูลพอที่จะรับไว้พิจารณาหรือไม่ เห็นว่า การใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง อันจะเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326,328 นั้นต้องได้ความว่า การใส่ความดังกล่าวได้ระบุถึงตัวผู้ถูกใส่ความอันเป็นการยืนยันรู้ได้แน่นอนว่าเป็นใคร หรือหากไม่ระบุถึงบุคคลผู้ที่ถูกใส่ความโดยตรง การใส่ความนั้นก็ต้องได้ความว่า หมายถึงบุคคลใดบุคคลหนึ่งโดยเฉพาะ และความผิดฐานหมิ่นประมาทที่ได้กระทำโดยการโฆษณา ต้องพิเคราะห์จากข้อความที่เผยแพร่เท่านั้นว่า บุคคลทั่วไปที่รับฟังสามารถทราบได้หรือไม่ว่าผู้ที่ถูกกล่าวถึงนั้นเป็นผู้ใด 

 

หากต้องสืบเสาะค้นหาข้อเท็จจริงจากแหล่งอื่นในภายหลัง จึงทราบความหมายว่าข้อความที่กล่าวหมายถึงผู้ใดแล้ว ย่อมแสดงว่าข้อความที่กล่าวอ้างยังไม่ถือเป็นข้อความหมิ่นประมาทในตัวเอง  

 

เมื่อพิจารณาข้อความที่จำเลยให้สัมภาษณ์ จำเลยไม่ได้ระบุชื่อโดยชัดแจ้งว่า ผู้ใดถูกกล่าวหาหรือมีส่วนกระทำความผิดในขบวนการเรียกรับผลประโยชน์จากผู้ใช้แรงงานไทยที่ไปทำงานในต่างประเทศ แม้จะกล่าวรายละเอียดเกี่ยวกับภูมิภาคและประเภทการลงสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพื่อจำกัดผู้เกี่ยวข้องก็ตาม แต่บุคคลที่รับฟังรายการโดยทั่วไปย่อมไม่อาจทราบหรือเข้าใจได้อย่างเจาะจงว่าหมายถึงโจทก์เท่านั้น หากแต่ต้องสืบค้นข้อเท็จจริงเพิ่มเติมจากแหล่งอื่น

ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่ยังไม่มีความชัดเจน อีกทั้งถ้อยคำของจำเลยนั้นสอดคล้องกับข้อมูลข่าวที่กรมสอบสวนคดีพิเศษมีมติให้แจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองระดับรัฐมนตรี 

 

กรณีจึงเป็นเพียงการนำข้อมูลข่าวสารที่ผ่านการเปิดเผยโดยหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของรัฐมาสื่อสารต่อสาธารณชนเท่านั้น โดยไม่ปรากฏว่ามีการบิดเบือนข้อเท็จจริงให้โจทก์ได้รับความเสียหายแต่อย่างใด

 

นอกจากนี้ จำเลยมีเจตนาชี้แจงถึงมาตรฐานการทำงานของพรรคการเมืองซึ่งไม่ปกป้องผู้สมัครรับเลือกตั้งที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต โดยเปรียบเทียบและยกตัวอย่างตามข้อมูลข่าวสารที่เกิดขึ้นจริง ซึ่งเชื่อมโยงกับการตั้งคำถามในรายการ ทั้งเป็นการแสดงความเห็นเพื่อประโยชน์สาธารณะ ประกอบกับโจทก์เป็นบุคคลสาธารณะผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองระดับสูง 

 

ย่อมตกอยู่ภายใต้ความคาดหวังของสังคมและต้องพร้อมรับการตรวจสอบความโปร่งใส ซึ่งหากโจทก์พิจารณาแล้วเห็นว่าตนเองบริสุทธิ์และมิได้มีส่วนพัวพันกับขบวนการทุจริตดังกล่าว โจทก์ย่อมมีสิทธิชี้แจงข้อเท็จจริงในมุมมองของตนเพื่อหักล้างข้อสงสัยและอธิบายความจริงให้สาธารณชนได้รับทราบ 

 

และยังไม่อาจรับฟังได้ว่า เป็นการจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่ลงคะแนนเลือกโจทก์ด้วยการหลอกลวง บังคับ ขู่เข็ญ ใช้อิทธิพลคุกคาม ใส่ร้ายด้วยความเท็จ หรือจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัครหรือพรรคการเมืองการกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิด คดีของโจทก์จึงไม่มีมูลเพียงพอที่จะประทับรับฟ้องไว้พิจารณาได้พิพากษายกฟ้อง

ข่าวล่าสุด

มากกว่าผลตอบแทน คือประสบการณ์ล้ำค่าเหนือระดับ...ทรู ดีเบนเจอร์ คลับ มอบเอกสิทธิ์พิเศษให้ผู้ถือหุ้นกู้ทรู

มากกว่าผลตอบแทน คือประสบการณ์ล้ำค่าเหนือระดับ...ทรู ดีเบนเจอร์ คลับ มอบเอกสิทธิ์พิเศษให้ผู้ถือหุ้นกู้ทรู