
เอกนิติ ยังไม่ชงเกณฑ์บัตรสวัสดิการ เข้าครม.อังคารนี้ ขีดเส้นจบก่อน 17 ก.ค.นี้
รมว.คลังเผยยังไม่เสนอเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐฉบับปรับปรุงเข้า ครม. 30 มิ.ย.นี้ เหตุต้องรอสรุปข้อมูลผู้มีสิทธิ พร้อมเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อน 17 ก.ค.นี้ ซึ่งเป็นวันประกาศรายชื่อผู้ผ่านเกณฑ์รอบใหม่
KEY
POINTS
- กระทรวงการคลังยังไม่เสนอหลักเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในการประชุมวันอังคาร
- สาเหตุที่ยังไม่เสนอเนื่องจากอยู่ระหว่างการสรุปข้อมูลผู้มีสิทธิและปรับปรุงรายละเอียดหลักเกณฑ์ใหม่ให้มีความครบถ้วน
- ได้กำหนดกรอบเวลาให้ดำเนินการสรุปข้อมูลและหลักเกณฑ์ทั้งหมดให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 17 กรกฎาคม ก่อนประกาศรายชื่อผู้ผ่านเกณฑ์ต่อไป
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.การคลัง เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 30 มิ.ย. 2569 กระทรวงการคลังจะยังไม่มีการเสนอการทบทวนหลักเกณฑ์การคัดกรองโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 เข้าสู่การพิจารณาของ ครม.เนื่องจากอยู่ระหว่างการสรุปตัวเลขประชาชนที่ผ่านเกณฑ์การคัดกรอง และรายละเอียดของหลักเกณฑ์ใหม่ให้มีความครบถ้วนก่อน หลังจากนั้นจึงจะเสนอให้ ครม.พิจารณาเห็นชอบให้ปรับปรุงหลักเกณฑ์บางส่วน โดยเฉพาะการยกเลิกเกณฑ์ตัดสิทธิ์พ่อแม่ที่บุตรนำชื่อไปใช้ลดหย่อนภาษี
"เกณฑ์ปรับปรุงบัตรสวัสดิการแห่งรัฐยังไม่เข้า ครม. ในวันอังคารนี้ เพราะขณะนี้อยู่ระหว่างรอปลัดกระทรวงการคลังประมวลผล และรันตัวเลขผู้มีสิทธิได้รับบัตรสวัสดิการฯอยู่ โดยได้กำหนดกรอบเวลาการดำเนินงานให้แล้วเสร็จก่อนวันที่ 17 ก.ค.นี้"
ทั้งนี้ ตามไทม์ไลน์ กระทรวงการคลังกำหนดได้กำหนดให้วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 เป็นวันประกาศรายชื่อผู้ผ่านเกณฑ์รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ ก่อนเปิดให้ผู้ที่ไม่ผ่านเกณฑ์ยื่นอุทธรณ์ระหว่างวันที่ 17-31 กรกฎาคม 2569 และเริ่มใช้สิทธิสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ในวันที่ 1 สิงหาคม 2569
นายเอกนิติ กล่าวว่า ได้เน้นย้ำให้นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ให้ความสำคัญกับกลุ่มผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจริง และกลุ่มตกหล่นจากการสำรวจที่ไม่ได้ดำเนินการมาเป็นระยะเวลานาน พร้อมประสานกระทรวงมหาดไทยสำรวจและรวบรวมข้อมูลประชาชนกลุ่มตกหล่นจากระบบสวัสดิการ เพื่อให้การคัดกรองผู้มีสิทธิเป็นไปอย่างแม่นยำ ครบถ้วน และครอบคลุมมากที่สุด
สำหรับการยกเลิกเกณฑ์ตัดสิทธิ์พ่อแม่ที่บุตรนำชื่อไปใช้ลดหย่อนภาษี เป็นหนึ่งในประเด็นที่นายกรัฐมนตรีสั่งการให้กระทรวงการคลังทบทวน ภายหลังมีเสียงสะท้อนจากประชาชนว่าหลักเกณฑ์ดังกล่าวอาจไม่สะท้อนฐานะทางเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ที่แท้จริงของครัวเรือน โดยการปรับปรุงครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อให้การคัดกรองผู้มีสิทธิเป็นไปอย่างแม่นยำ และช่วยให้ผู้มีรายได้น้อยรวมถึงกลุ่มเปราะบางได้รับความช่วยเหลืออย่างตรงเป้าหมาย







