
"ยศชนัน" นำทัพ BOI บุกยุโรป ดันไทยฮับ ‘เซมิคอนดักเตอร์’ อาเซียน
ศ.ดร.ยศชนัน นำทีม อว.-BOI เจรจายักษ์ใหญ่ ASML และ TU/e ดึง 30 สตาร์ทอัพเทคโนโลยีขั้นสูงปักหมุดไทย พลิกบทบาทจากผู้ซื้อสู่พันธมิตรร่วมสร้างชิปแห่งอนาคต
KEY
POINTS
- ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ นำคณะ BOI เดินทางเยือนเนเธอร์แลนด์และเบลเยียม เพื่อผลักดันยุทธศาสตร์ "Semiconductor Thailand" และดึงดูดการลงทุนให้ไทยเป็นฮับเซมิคอนดักเตอร์แห่งอาเซียน
- นำเสนอ "โมเดล 4 ความร่วมมือ" ที่เน้นการถ่ายทอดเทคโนโลยี การวิจัยร่วม และการร่วมทุน พร้อมสิทธิประโยชน์จาก BOI เพื่อดึงดูดบริษัทเทคโนโลยีชั้นสูงและซัพพลายเชนระดับโลก
- บรรลุข้อตกลงในการพัฒนาบุคลากร โดยจะส่งนักศึกษาและบุคลากรไทยไปเรียนรู้ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีไอนด์โฮเวน (TU/e) เพื่อสร้างแรงงานทักษะสูงรองรับอุตสาหกรรม
ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) นำคณะผู้บริหารระดับสูง ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เดินทางเยือนเนเธอร์แลนด์และเบลเยียม
ซึ่งเป็นการเยือนอย่างเป็นทางการครั้งแรกในรอบกว่า 10 ปี เพื่อกางแผนยุทธศาสตร์ดึงดูด 30 สตาร์ทอัพเทคโนโลยีขั้นสูง (Deep Tech) ให้เข้ามาตั้งฐานวิจัยและผลิตในประเทศไทย พร้อมประกาศวิสัยทัศน์ขับเคลื่อน "Semiconductor Thailand" มุ่งยกระดับประเทศจากผู้ซื้อเทคโนโลยี สู่การเป็น "พันธมิตรร่วมพัฒนา" และก้าวขึ้นเป็นฮับดีพเทคแห่งอาเซียน
ศ.ดร.ยศชนัน เปิดเผยว่า เซมิคอนดักเตอร์คือหัวใจสำคัญของอุตสาหกรรมอนาคต ไม่ว่าจะเป็น ยานยนต์ไฟฟ้า (EV), เมดิคัลฮับ (Wellness) หรืออิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ
การเยือนเนเธอร์แลนด์ซึ่งเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีชิปของโลกในครั้งนี้ จึงเป็นหมุดหมายเชิงกลยุทธ์ที่ไทยจะเข้าไปเชื่อมต่อกับ Key Players ระดับโลก โดยเฉพาะบริษัท ASML ผู้ผลิตเครื่อง EUV lithography ซึ่งครองส่วนแบ่งตลาดโลกถึง 90% และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีไอนด์โฮเวน (TU/e) ในภูมิภาค Brainport Eindhoven
"เซมิคอนดักเตอร์ คือรากฐานสำคัญที่เราต้องเร่งสร้างทั้งโครงสร้างพื้นฐานและกำลังคนตั้งแต่วันนี้ เพื่อเปลี่ยนประเทศไทยจาก 'ผู้ซื้อ' ไปสู่ 'ผู้ร่วมพัฒนาเทคโนโลยีในเวทีโลก' ซึ่งนี่คือ New Growth Engine ตัวใหม่ที่จะมาพลิกโฉมอนาคตประเทศตามที่เราตั้งใจไว้" ศ.ดร.ยศชนัน กล่าว
กางโมเดล 4 ความร่วมมือ ดึงซัพพลายเชนโลกสู่ไทย
กระทรวง อว. และ BOI ได้ยื่นข้อเสนอและจุดแข็งของประเทศไทย ทั้งการเป็นศูนย์กลางอาเซียนที่มีประชากรกว่า 600 ล้านคน ความเป็นกลางทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitical Neutrality) และสิทธิประโยชน์การลงทุนที่จับต้องได้ ผ่าน "โมเดล 4 ความร่วมมือ" เพื่อดึงดูดเม็ดเงินลงทุน (FDI) ได้แก่:
1. Technology Localization
การถ่ายทอดและปรับใช้เทคโนโลยีขั้นสูงให้สอดคล้องกับบริบทของไทยและอาเซียน
2. Joint Research & BOI
การทำวิจัยร่วมกันระหว่างภาครัฐ-เอกชน พร้อมรับสิทธิประโยชน์สูงสุดจาก BOI
3. Joint Venture (JV)
การจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) เพื่อสร้างการร่วมทุนระหว่างไทยและต่างชาติ
4. Workforce Readiness
การสร้างและเตรียมกำลังคนให้พร้อมรองรับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์
นอกจากนี้ ในด้านการพัฒนาทุนมนุษย์ (Human Capital) ไทยได้บรรลุข้อตกลงในการขยายโอกาสให้นักศึกษาและบุคลากรไทย เข้าร่วมหลักสูตร Semicon Summer School ของ TU/e เพิ่มขึ้นในอนาคต
เพื่อเรียนรู้ผ่านโจทย์จริงจากภาคอุตสาหกรรม (Challenge-Based Learning) ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการเตรียมแรงงานทักษะสูง (High-skilled labor) รองรับการเคลื่อนย้ายฐานผลิตเซมิคอนดักเตอร์มายังประเทศไทยในเร็วๆ นี้







