
คมนาคมเล็งดันไทย "ฮับซูเปอร์ยอร์ช" กระตุ้นรายได้เข้าประเทศ
คมนาคมเตรียมจับมือกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ชงตั้ง One-Stop Service ดึงดูดเรือยอร์ชระดับไฮเอนด์เพื่อกระตุ้นรายได้เข้าประเทศ
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วย นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม ให้การต้อนรับ Mr. Pierre Jaffre ประธานสมาคมการค้าไทย-ยุโรป (Thai-European Business Association: TEBA) และคณะกรรมการบริหารสมาคมฯ เพื่อหารือแนวทางการนำมาตรฐานและเทคโนโลยีจากยุโรปมาประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนาระบบคมนาคมไทย
นายพิพัฒน์ ระบุว่า กระทรวงคมนาคมพร้อมเปิดรับฟังข้อเสนอแนะจากกลุ่มนักลงทุนและผู้เชี่ยวชาญชาวยุโรป โดยมีเป้าหมายหลักคือการนำเทคโนโลยีมาใช้งานจริง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน เพิ่มความปลอดภัยบนท้องถนน อำนวยความสะดวกในการเดินทาง และลดต้นทุนราคาสินค้าผ่านระบบโลจิสติกส์ไทยที่มีประสิทธิภาพ
4 วาระขับเคลื่อน พัฒนาระบบคมนาคมไทย ร่วมกับยุโรป
คณะกรรมการ TEBA ได้นำเสนอประเด็นสำคัญ 4 ด้าน ซึ่งกระทรวงคมนาคมได้ตอบรับและเตรียมแนวทางขับเคลื่อน ดังนี้
1. ลดอุบัติเหตุทางถนน ด้วยมาตรฐานเบรก ABS
Mr. Krzysztof Tokarz ตัวแทนคณะกรรมการ TEBA เสนอข้อมูลความสำเร็จของยุโรปที่สามารถลดอุบัติเหตุทางถนนและอัตราการเสียชีวิตลงได้ถึง 60% พร้อมเสนอให้ไทยขยายผลการบังคับใช้ระบบเบรก ABS ในรถจักรยานยนต์ขนาดทั่วไป เนื่องจากปัจจุบันกฎหมายไทยบังคับใช้เฉพาะรถที่มีขนาด 1,200 cc ขึ้นไป ซึ่งครอบคลุมตลาดเพียง 20% เท่านั้น
ด้านกรมการขนส่งทางบกเห็นพ้องว่าประเด็นนี้เป็นวาระสำคัญเร่งด่วน โดยกระทรวงฯ เตรียมตั้งคณะทำงานร่วมกับ TEBA และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแลกเปลี่ยนเทคโนโลยีด้านความปลอดภัย พร้อมพิจารณานโยบายควบคุมความเร็วและการตรวจสภาพรถให้เกิดผลเป็นรูปธรรมโดยเร็วที่สุด
2. แก้ปัญหาความแออัดสนามบินด้วยระบบดิจิทัล
TEBA แสดงความกังวลเรื่องขีดความสามารถของสนามบิน ท่ามกลางปริมาณผู้โดยสารที่เพิ่มสูงขึ้น บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) ชี้แจงว่า ปัจจุบันสนามบินได้นำระบบ Biometrics สนามบินแบบครบวงจร (End-to-End Biometric Solution) มาใช้ตั้งแต่จุดเช็กอินจนถึงประตูขึ้นเครื่อง เพื่อก้าวสู่การบริการแบบไร้สัมผัส
อย่างไรก็ตาม ระบบดังกล่าวยังมีข้อจำกัดด้านการจัดเก็บข้อมูลผู้โดยสารที่ทำให้หลายคนลังเลที่จะใช้งาน นายพิพัฒน์จึงสั่งการให้ ทอท. เร่งปรับปรุงเงื่อนไขดังกล่าวให้สอดคล้องกับมาตรฐานความปลอดภัยระดับโลก เพื่อสร้างความมั่นใจให้นักเดินทางและลดความแออัดอย่างยั่งยืน
3. ยกระดับโลจิสติกส์ไทย และโครงการ Landbridge
สำหรับปัญหาความแออัดของท่าเรือแหลมฉบังที่กระทบต่อต้นทุนการขนส่ง การท่าเรือแห่งประเทศไทยยืนยันว่า ปัจจุบันสามารถแก้ปัญหาเวลาขนถ่ายสินค้าล่าช้าให้ลดลงเหลือไม่ถึง 24 ชั่วโมงแล้ว และพร้อมรับการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากยุโรปมาเสริมศักยภาพ
นอกจากนี้ TEBA ยังสอบถามความชัดเจนเกี่ยวกับโครงการแลนด์บริดจ์ (Landbridge) ในมุมมองของนักลงทุน สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ย้ำว่า โครงการนี้ไม่ใช่แค่การเชื่อมฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน แต่คือยุทธศาสตร์เชื่อมโยงภูมิภาคเอเชียและจีนตอนใต้ ซึ่งกลุ่มสายเรือระดับโลกอย่าง Maersk ให้ความสนใจอย่างมาก กระทรวงฯ เตรียมตั้งคณะทำงานกลุ่มย่อยเพื่อหารือรายละเอียดเชิงลึกและดึงดูดการลงทุนต่อไป
4. ดันไทยสู่ศูนย์กลางซูเปอร์ยอร์ชแบบเบ็ดเสร็จ
TEBA เสนอให้กระทรวงฯ จัดตั้งศูนย์บริการเบ็ดเสร็จจุดเดียว (One-Stop Service) เพื่ออำนวยความสะดวกในการนำเรือซูเปอร์ยอร์ชเข้าประเทศ โดยนายพิพัฒน์มองเห็นศักยภาพในการดึงดูดกลุ่มนักท่องเที่ยวไฮเอนด์ในช่วงที่ยุโรปหมดฤดูร้อน ซึ่งหลังจากนี้ กระทรวงคมนาคมจะเดินหน้าประสานงานกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อทลายข้อจำกัดทางกฎหมายและผลักดันไทยสู่ศูนย์กลางซูเปอร์ยอร์ชระดับพรีเมียมอย่างเต็มรูปแบบ
ในช่วงท้าย Mr. Pierre Jaffre ประธาน TEBA กล่าวขอบคุณกระทรวงคมนาคมที่เปิดกว้างรับฟังความเห็นภาคเอกชน โดยทางสมาคมฯ ยินดีทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อม นำเทคโนโลยีจากบริษัทชั้นนำของยุโรปเข้ามาสนับสนุนและพัฒนาระบบคมนาคมไทย ให้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป







