posttoday
จีนเร่งส่งออกเทคโนโลยีพลังงานสะอาด พลิกวิกฤตพลังงานโลกสู่โอกาสครั้งใหญ่

จีนเร่งส่งออกเทคโนโลยีพลังงานสะอาด พลิกวิกฤตพลังงานโลกสู่โอกาสครั้งใหญ่

16 พฤษภาคม 2569

วิกฤตตะวันออกกลางเร่งโลกหนีพลังงานฟอสซิล จีนใช้จังหวะนี้ดันโซลาร์ แบตเตอรี่ และ EV ครองตลาดโลก สู่บทบาทมหาอำนาจพลังงานสะอาดยุคใหม่

KEY

POINTS

  • วิกฤตพลังงานโลกและความผันผวนของราคาเชื้อเพลิงฟอสซิล ได้กลายเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้หลายประเทศเร่งหันมาพึ่งพาพลังงานสะอาด ซึ่งเปิดโอกาสครั้งใหญ่ให้แก่จีน
  • จีนกำลังก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านพลังงานสะอาด โดยเร่งส่งออกเทคโนโลยีหลัก 3 อย่าง ได้แก่ แผงโซลาร์เซลล์ แบตเตอรี่ลิเทียมไอออน และรถยนต์ไฟฟ้า ไปยังตลาดทั่วโลกในอัตราที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด
  • บริษัทจีนใช้กลยุทธ์รุกตลาดเกิดใหม่และขยายฐานการผลิตไปต่างประเทศ เพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นและเปลี่ยนบทบาทของประเทศจาก "โรงงานโลก" สู่ "ศูนย์กลางเทคโนโลยีพลังงานแห่งอนาคต"

“ในทุกวิกฤตพลังงาน ย่อมมีผู้ชนะรายใหม่เกิดขึ้นเสมอ และครั้งนี้ จีนกำลังขึ้นนำโลกสีเขียว”

 

ความผันผวนของตลาดพลังงานโลกจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังไม่มีทีท่าจะลดราวาศอก แต่อีกด้านก็โนสนโนแคร์ ถ้ามีใครสักคนบอกคุณว่า จีนกำลังก้าวขึ้นมาในฐานะ “ผู้เล่นหลัก” ของยุคพลังงานสะอาดคุณจะเถียงไหม ใครจะเถียงว่าจีนกำลังเร่งส่งออกเทคโนโลยีสีเขียวไปยังตลาดทั่วโลกอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งแผงโซลาร์ แบตเตอรี่ลิเทียมไอออน และรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งกำลังกลายเป็นทางเลือกสำคัญของหลายประเทศที่ต้องการลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล

 

ท่ามกลางความเสี่ยงด้านพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้นทุกวัน วิกฤตที่ปะทุขึ้นจากสถานการณ์ความไม่สงบในอิหร่าน และแรงสั่นสะเทือนต่อเส้นทางขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของการลำเลียงน้ำมันดิบและก๊าซ LNG กว่า 20% ของโลก กำลังทำให้หลายประเทศตระหนักถึงความเปราะบางของระบบพลังงานแบบเดิมอย่างชัดเจน ราคาพลังงานที่ผันผวนและความกังวลต่อเสถียรภาพด้านพลังงาน กลายเป็นแรงผลักดันให้รัฐบาลและภาคเอกชนทั่วโลกเร่งลงทุนในพลังงานหมุนเวียนเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้

 

จังหวะดังกล่าวเปิดโอกาสให้ผู้ผลิตเทคโนโลยีพลังงานสะอาดของจีนขยายอิทธิพลในตลาดโลกอย่างรวดเร็ว

ข้อมูลจาก Ember ระบุว่า เฉพาะเดือนมีนาคมที่ผ่านมา การส่งออกเทคโนโลยีพลังงานสะอาดของจีนเติบโตสูงถึง 70% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยการส่งออกเซลล์แสงอาทิตย์เพิ่มขึ้นถึง 80% ขณะที่รถยนต์ไฟฟ้าเติบโต 53% และแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนเพิ่มขึ้น 34% ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าโลกกำลังเข้าสู่ช่วงเร่งเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานอย่างจริงจัง และจีนคือประเทศที่พร้อมที่สุดในการตอบสนองความต้องการดังกล่าว

 

จีนเร่งส่งออกเทคโนโลยีพลังงานสะอาด พลิกวิกฤตพลังงานโลกสู่โอกาสครั้งใหญ่

 

เฉพาะธุรกิจโซลาร์เซลล์ จีนสามารถส่งออกเทคโนโลยีได้มากกว่า 68 กิกะวัตต์ภายในเดือนเดียว สูงกว่าสถิติเดิมเกือบ 50% และมีมากกว่า 50 ประเทศทั่วโลกที่ทำสถิตินำเข้าอุปกรณ์โซลาร์จากจีนสูงสุดครั้งใหม่ในเวลาเดียวกัน โดยเฉพาะประเทศในเอเชียและแอฟริกา ซึ่งได้รับผลกระทบจากวิกฤตพลังงานโดยตรง และกำลังเผชิญต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

 

หลายบริษัทจีนเริ่มรุกหนักในตลาดเกิดใหม่เพื่อยึดพื้นที่ทางธุรกิจระยะยาว ตัวอย่างเช่น JinkoSolar ที่ลงนามโครงการรวมกว่า 600 เมกะวัตต์ในไนจีเรีย เพื่อพัฒนาระบบผลิตไฟฟ้าแบบกระจายตัวสำหรับบ้านพักอาศัย โรงงานอุตสาหกรรม และศูนย์การค้า

 

ขณะที่ Envision Energy เดินหน้าประกาศโครงการพลังงานลมผสานระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ขนาด 300 เมกะวัตต์ในแคนาดา เพื่อสร้างต้นแบบเมือง Net Zero ในอนาคต ในอีกด้านหนึ่ง ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าของจีนก็เร่งขยายฐานการผลิตออกนอกประเทศอย่างต่อเนื่อง ทั้งในบราซิล ไทย ตุรกี และอินโดนีเซีย เพื่อรองรับความต้องการ EV ที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก การย้ายฐานการผลิตยังช่วยลดแรงกดดันด้านกำแพงภาษีและมาตรการกีดกันทางการค้าที่หลายประเทศเริ่มใช้กับสินค้าจีนโดยตรง

 

อย่างไรก็ตาม แม้การส่งออกจะเติบโตอย่างร้อนแรง แต่อุตสาหกรรมพลังงานสะอาดของจีนยังเผชิญความท้าทายภายในประเทศอย่างหนัก โดยเฉพาะปัญหากำลังการผลิตส่วนเกิน โรงงานจำนวนมากผลิตแผงโซลาร์ กังหันลม และแบตเตอรี่มากกว่าความต้องการใช้งานจริงในประเทศ ส่งผลให้เกิดการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรง หลายบริษัทจำเป็นต้องลดราคาสินค้าจนต่ำกว่าต้นทุนเพื่อรักษาส่วนแบ่งตลาดและระบายสต็อกสินค้า

 

จีนเร่งส่งออกเทคโนโลยีพลังงานสะอาด พลิกวิกฤตพลังงานโลกสู่โอกาสครั้งใหญ่

 

นักวิเคราะห์จำนวนมากมองว่า วิกฤตพลังงานโลกในครั้งนี้อาจไม่ได้เป็นเพียง “แรงหนุนชั่วคราว” ต่ออุตสาหกรรมสีเขียวเท่านั้น แต่กำลังกลายเป็นตัวเร่งสำคัญที่ทำให้การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดเกิดขึ้นเร็วกว่าที่โลกเคยคาดไว้ โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาที่ไม่สามารถแบกรับต้นทุนเชื้อเพลิงฟอสซิลที่สูงและผันผวนได้อีกต่อไป

 

ในภาพใหญ่ จีนกำลังใช้จังหวะของวิกฤตพลังงานโลกในการเปลี่ยนตัวเองจาก “โรงงานผลิตสินค้าโลก” ไปสู่ “ศูนย์กลางเทคโนโลยีพลังงานแห่งอนาคต” แม้ปัญหาเชิงโครงสร้างภายในยังไม่ถูกแก้ไขทั้งหมด

 

แต่สงครามพลังงานและความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ กำลังเปิดหน้าต่างแห่งโอกาสครั้งสำคัญให้กับอุตสาหกรรมสีเขียวของจีนอย่างชัดเจน และอาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของสมดุลพลังงานโลกในทศวรรษต่อจากนี้

ข่าวล่าสุด

อธิบดี DSI ลั่น 15 วันสรุปคดีกักตุน-ปลอมปนน้ำมัน จ่อแจ้งข้อหา

อธิบดี DSI ลั่น 15 วันสรุปคดีกักตุน-ปลอมปนน้ำมัน จ่อแจ้งข้อหา