
MICE City Summit ปีที่ 10 ผนึก 4 ภาคี ปั้นนักบริหารเมืองไมซ์สมรรถนะสูง
ทีเส็บจับมือ มหาดไทย-ม.อ.-อาชีวะ ชู "สงขลาโมเดล" ยกระดับไทยสู่เมืองไมซ์ยั่งยืนระดับโลกด้วยนวัตกรรมข้อมูลอัจฉริยะและกำลังคนสมรรถนะสูง ขับเคลื่อนเศรษฐกิจจากฐานราก
KEY
POINTS
- งาน MICE City Summit ครบรอบ 10 ปี เกิดความร่วมมือครั้งประวัติศาสตร์ระหว่าง 4 ภาคี ได้แก่ ทีเส็บ, ม.สงขลานครินทร์, กระทรวงมหาดไทย และ สอศ.
- มีเป้าหมายหลักเพื่อผลิตกำลังคนและพัฒนานักบริหารเมืองไมซ์สมรรถนะสูง ผ่านการสร้างระบบนิเวศข้อมูลอัจฉริยะและการปฏิรูปการศึกษา
- นำความสำเร็จของ "สงขลาโมเดล" ซึ่งเป็นเมืองไมซ์ที่ได้คะแนนความยั่งยืนสูง มาเป็นต้นแบบเพื่อขยายผลและสร้างมาตรฐานใหม่ให้เมืองไมซ์ทั่วประเทศ
งานประชุมสุดยอดเมืองไมซ์ หรือ MICE City Summit ก้าวสู่ปีที่ 10 อย่างยิ่งใหญ่ ภายใต้การผลักดันของสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ
ปีนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญในการเปิดตัวนวัตกรรมความร่วมมือเพื่อพัฒนาเมือง เมื่อ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) และ ทีเส็บ จับมือกับ กระทรวงมหาดไทย และ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) ครั้งประวัติศาสตร์ มุ่งผลิตกำลังคนสมรรถนะสูงและสร้างระบบนิเวศข้อมูลอัจฉริยะ ยกระดับอุตสาหกรรมไมซ์ไทยสู่มาตรฐานความยั่งยืนระดับโลก
จากจุดเริ่มต้นในปี 2559 ที่มีเมืองไมซ์หลักเพียง 5 เมือง ปัจจุบันได้ขยายตัวสู่ 10 เมืองทั่วประเทศ ได้แก่ กรุงเทพฯ, เชียงใหม่, พัทยา-ชลบุรี, ภูเก็ต, ขอนแก่น, พิษณุโลก, อุดรธานี, นครราชสีมา, สุราษฎร์ธานี และสงขลา โดยเวที MICE City Summit ในปีที่ 10 นี้ ได้ยกระดับสู่การเป็นพื้นที่สร้างนวัตกรรมเชิงนโยบายเพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน
"สงขลาโมเดล" พิมพ์เขียวความสำเร็จระดับสากล
หนึ่งในหัวใจสำคัญของงานคือการถอดบทเรียนความสำเร็จจาก "สงขลาโมเดล" ซึ่งได้รับการประเมินเป็นเมืองที่มีคะแนนสูงเป็นอันดับ 3 ของเอเชียตามดัชนีความยั่งยืน GDS-Index ในปี 2567 โดยความร่วมมือในครั้งนี้จะนำองค์ความรู้ดังกล่าวมาขยายผลผ่านกลไกการศึกษาและข้อมูลอัจฉริยะเพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ให้ทุกเมืองไมซ์ในไทย
นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า
"กระทรวงมหาดไทยเชื่อมั่นว่า การพัฒนาเมืองในศตวรรษนี้จะไม่อาศัยเพียงโครงสร้างพื้นฐานแบบเดิมอีกต่อไป แต่ต้องอาศัยพลังของความร่วมมือ ข้อมูล และกลไกที่เชื่อมโยงเศรษฐกิจจากพื้นที่สู่ระดับประเทศ อุตสาหกรรมไมซ์คือเครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์ที่ทรงพลังที่สุดในการสร้างรายได้ สร้างอาชีพ และกระจายประโยชน์สู่เศรษฐกิจฐานรากได้อย่างเป็นรูปธรรม"
ด้านนายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย: "เรามุ่งสร้าง ‘นักบริหารเมืองสมรรถนะสูง’ ที่เข้าใจภูมิสังคมอย่างลึกซึ้ง เพื่อพลิกโฉมทุกหัวเมืองให้น่าอยู่และเปลี่ยนชุมชนให้เป็นขุมพลังทางเศรษฐกิจ การผนึกกำลังครั้งนี้คือการปฏิรูปมหาดไทยสู่หน่วยงานเชิงยุทธศาสตร์ที่วัดผลได้จริงจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นของประชาชน"
ผศ. ดร. นิวัติ แก้วประดับ อธิการบดีมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.): "ม.อ. พร้อมประกาศความสำเร็จของ ‘สงขลาโมเดล’ ในฐานะ Living Lab ที่ใหญ่ที่สุด โดยเราสกัดองค์ความรู้เพื่อปฏิรูปการศึกษาผ่านระบบธนาคารหน่วยกิต (Credit Bank) เราไม่ได้แค่สอนหนังสือ แต่กำลังสร้างระบบนิเวศการพัฒนาคนไมซ์ที่คิดเป็น ทำได้ และลงมือปฏิบัติได้ทันที เพื่อเป็นพิมพ์เขียวในการยกระดับเศรษฐกิจฐานรากทั่วประเทศ"
ดร. ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการทีเส็บ: "ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นหมุดหมายใหม่ที่ครอบคลุมทั้งเชิงนโยบาย การปฏิบัติการ และการศึกษา สะท้อนความมุ่งมั่นในการขยายบทบาทงานไมซ์จาก Business Event เป็น Development Event ที่สร้าง High Value Impact ส่งสัญญาณเชิงบวกให้ไทยได้รับความเชื่อมั่นจากตลาดไมซ์นานาชาติ"
นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.): "สอศ. พร้อมนำความเชี่ยวชาญจาก ม.อ. และทีเส็บ มาเป็นเบ้าหลอมสำคัญในการ ‘เจียระไนผู้สอนอาชีวศึกษา’ ทั่วประเทศให้เป็นสถาปนิกแห่งการสร้างชาติ บ่มเพาะครูอาชีวะให้เป็นผู้นำนวัตกรรมที่สามารถปั้นนักปฏิบัติรุ่นใหม่เพื่อตอบโจทย์อุตสาหกรรมไมซ์ยุคใหม่ได้อย่างแม่นยำ"







