posttoday

EEC-UTA ปลดล็อกอู่ตะเภา ไม่รอรถไฟ 3 สนามบิน เริ่มสร้าง เม.ย. นี้

02 เมษายน 2569

EEC อนุมัติ UTA เดินหน้าสร้างสนามบินอู่ตะเภาเฟสแรกโดยไม่ต้องรอความชัดเจนรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน เพื่อยุติความล่าช้า 5 ปี เริ่มนับหนึ่งสัมปทาน 3 เม.ย. 69

สำนักงานนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และบริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด (UTA) บรรลุข้อตกลงครั้งสำคัญในการขับเคลื่อนโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก หลังจากโครงการเผชิญความล่าช้ามานานกว่า 5 ปี

ล่าสุด EEC ได้ตอบตกลงรับหลักการตามที่ UTA เสนอ คือการปรับเปลี่ยนเงื่อนไขการลงทุนด้วยโมเดล “ไม่รอรถไฟเชื่อม 3 สนามบิน” เพื่อให้โครงการสามารถเริ่มดำเนินการก่อสร้างได้ทันที
 

EEC-UTA ปลดล็อกอู่ตะเภา ไม่รอรถไฟ 3 สนามบิน เริ่มสร้าง เม.ย. นี้

กัปตันพุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BA ในฐานะผู้ถือหุ้นของ UTA เปิดเผยว่า EEC จะออกหนังสือแจ้งให้เริ่มงาน (Notice to Proceed หรือ NTP) ในวันที่ 3 เมษายน 2569 ซึ่งถือเป็นการนับหนึ่งอายุสัญญาสัมปทาน 50 ปี

โดยคาดว่าจะใช้ระยะเวลาก่อสร้างในเฟสแรกประมาณ 3-4 ปี

เหตุผลสำคัญของการปรับเปลี่ยนเงื่อนไขครั้งนี้ กัปตันพุฒิพงศ์ระบุว่า “เดิม EEC ผูกโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาฯ ของ UTA กับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินไว้ด้วยกัน ทาง UTA จึงเจรจาขอให้ EEC ปรับเปลี่ยนเงื่อนไขตามความเหมาะสมของสถานการณ์ และพิจารณาโมเดล ‘ไม่รอรถไฟฯ’ 

เพราะหากต้องรอกันไปรอกันมา มันไม่ลงตัว สุดท้ายแล้ว EEC เขาก็ตกลงใช้โมเดลไม่รอรถไฟฯ ซึ่งตัวเลขอาจจะออกมาอีกแบบหนึ่ง การลงทุนเบื้องต้นจะเป็นอีกแบบหนึ่ง แต่สุดท้ายปลายทางก็ต้องขยายไปตามขั้นตอนหรือการโตของพื้นที่ของสนามบินอู่ตะเภา”

EEC-UTA ปลดล็อกอู่ตะเภา ไม่รอรถไฟ 3 สนามบิน เริ่มสร้าง เม.ย. นี้

สำหรับการลงทุนในระยะแรก UTA จะใช้งบประมาณเกือบ 10,000 ล้านบาท ในการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังที่ 3 และองค์ประกอบที่เกี่ยวข้อง เพื่อรองรับผู้โดยสาร 3-4 ล้านคนต่อปี ให้สอดคล้องกับสภาวะตลาดหลังโควิด-19

 กัปตันพุฒิพงศ์ย้ำว่า “ในเฟสแรก UTA จะใช้งบลงทุนเฉพาะอาคารผู้โดยสารหลังที่ 3 และองค์ประกอบอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเกือบ 10,000 ล้านบาท”

 และเสริมด้วยว่า “สนามบินอู่ตะเภาจะถูกออกแบบให้ขยายตามการเติบโตของจำนวนผู้โดยสาร เพื่อให้การลงทุนเป็นไปอย่างเหมาะสมและไม่ใหญ่เกินความจำเป็นในเบื้องต้น”
 

EEC-UTA ปลดล็อกอู่ตะเภา ไม่รอรถไฟ 3 สนามบิน เริ่มสร้าง เม.ย. นี้

หากปริมาณผู้โดยสารพุ่งสูงถึง 80% ของขีดความสามารถ จึงจะเริ่มการลงทุนในเฟสต่อๆ ไปเพื่อขยายสู่เป้าหมายสูงสุดที่ 60 ล้านคน

นอกจากการรุกคืบโครงการอู่ตะเภาแล้ว BA ยังเดินหน้าพัฒนาสนามบินในเครืออย่างต่อเนื่อง ทั้งการปรับปรุง สนามบินสมุย ในไตรมาส 2 ปี 2569 เพื่อเพิ่มขีดความสามารถรองรับผู้โดยสารเป็น 6 ล้านคน และการขยายรันเวย์ สนามบินตราด เพื่อรองรับเครื่องบินขนาดใหญ่อย่างแอร์บัส A320 ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 1 ปี

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความคืบหน้าของโครงสร้างพื้นฐาน ภาคธุรกิจการบินยังต้องเผชิญกับปัจจัยภายนอกที่ผันผวน โดยเฉพาะสถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์

ซึ่งอาจกระทบต่อเป้าหมายจำนวนผู้โดยสารที่วางไว้ 4.3 ล้านคนในปี 2569
 
ทั้งนี้กัปตันพุฒิพงศ์ให้ความเห็นทิ้งท้ายถึงกลยุทธ์การบริหารว่า “บริษัทมีการคัดกรองเส้นทางบินอย่างละเอียด ว่าเส้นทางไหนบินแล้วมีผลการดำเนินงานไม่ค่อยดี กับเส้นทางไหนบินแล้วดี ก็จะคงไว้เฉพาะเส้นทางที่ทำกำไรและเกิดประโยชน์สูงสุด หลังได้บทเรียนจากการระบาดของโควิด-19 ทำให้เราพบว่าการลดขนาดธุรกิจทำได้ยากกว่าการขยายธุรกิจ บริษัทจึงค่อนข้าง Conservative หรือเดินกลยุทธ์แบบระมัดระวัง”

พร้อมกล่าวถึงผลกระทบจากสถานการณ์โลกที่อาจทำให้ต้องประเมินเป้าหมายใหม่ว่า “ในช่วง 2 เดือนแรก (ม.ค.-ก.พ.) ของปีนี้คือฝันหวานของภาคท่องเที่ยว แต่พอเหตุการณ์เมื่อวันที่ 28 ก.พ. เกิดสงครามขึ้นมา อนาคตเปลี่ยน ต้องมานั่งเล็งมาคาดการณ์ธุรกิจกันใหม่”
 

ข่าวล่าสุด

กางแผน สธ. ยกระดับมาตรการดูแลปชช. จาก “วิกฤตฝุ่นPM2.5”