ทรูผนึก Antwork เปิดตัว “โดรน AI” พลิกโฉมโลจิสติกส์อัจฉริยะไทย
ศูนย์วิจัยและนวัตกรรม ทรู จับมือ แอนท์เวิร์ค ผู้นำโดรนระดับโลก นำเทคโนโลยี Physical AI ยกระดับการขนส่งไทย เริ่มเฟสแรกขนส่งเวียนเวชภัณฑ์ช่วยชีวิตผู้ป่วย
KEY
POINTS
- ทรู คอร์ปอเรชั่น ร่วมมือกับ Antwork ผู้นำด้านโลจิสติกส์ทางอากาศ เพื่อนำเทคโนโลยีโดรนมาใช้พัฒนาระบบขนส่งอัจฉริยะในประเทศไทย
- เปิดตัวแพลตฟอร์ม "โดรน AI" ที่ขับเคลื่อนด้วย Physical AI ทำให้โดรนสามารถรับรู้และตอบสนองต่อสภาพแวดล้อมได้แบบเรียลไทม์
- แผนการดำเนินงานมุ่งเน้น 2 ระยะ คือ ภาคสาธารณสุขเพื่อขนส่งเวชภัณฑ์ และภาคธุรกิจ (B2B) เพื่อเสริมประสิทธิภาพห่วงโซ่อุปทาน
ทรู คอร์ปอเรชั่น เดินหน้าสร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในระบบโลจิสติกส์ของประเทศไทย โดยศูนย์วิจัยและนวัตกรรม ทรู คอร์ปอเรชั่น ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ แอนท์เวิร์ค (Antwork) ผู้นำระดับโลกด้านโซลูชันโลจิสติกส์ด้วยอากาศยานไร้คนขับ (UAV) เพื่อนำเทคโนโลยีล้ำสมัยมาปรับใช้จริงในประเทศไทย มุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมดิจิทัลระดับภูมิภาค
ท่ามกลางความท้าทายจากปัญหาจราจรและความต้องการขนส่งที่พุ่งสูงขึ้น ความร่วมมือครั้งนี้ได้นำเสนอแพลตฟอร์มที่ขับเคลื่อนด้วย Physical AI ซึ่งช่วยให้โดรนสามารถรับรู้ สั่งการ และตอบสนองต่อสภาพแวดล้อมได้ทันที โดยดึงประสบการณ์การดำเนินงานจาก 60 เมืองทั่วประเทศจีนของแอนท์เวิร์ค มาปรับใช้ให้เข้ากับบริบทและกฎระเบียบการบินของไทย
นายเอกราช ปัญจวีณิน หัวหน้าศูนย์วิจัยและนวัตกรรม บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงวิสัยทัศน์ในครั้งนี้ว่า:
“ความร่วมมือครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ ศูนย์วิจัยและนวัตกรรม ทรู คอร์ปอเรชั่น ในการสร้างนวัตกรรมที่ส่งผลกระทบเชิงบวกต่อประเทศอย่างแท้จริง"
"เรามุ่งเปลี่ยนไอเดียให้กลายเป็นโซลูชันที่ช่วยยกระดับการใช้ชีวิตและการทำงานของผู้คน ความร่วมมือกับ แอนท์เวิร์ค ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการนำเทคโนโลยีโดรนขั้นสูงมาพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านโลจิสติกส์ของประเทศไทย"
"โดยการผสานความเชี่ยวชาญระดับโลกเข้ากับศักยภาพด้านนวัตกรรมในประเทศ เรามุ่งพัฒนาโมเดลโลจิสติกส์อัจฉริยะที่ทำงานร่วมกับระบบขนส่งเดิมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และเสริมความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยในเศรษฐกิจดิจิทัล”
ด้าน ดร. จาง เล่ย ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Antwork กล่าวเสริมว่า
“เรารู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับ ศูนย์วิจัยและนวัตกรรม ทรู คอร์ปอเรชั่น เพื่อนำเทคโนโลยีโลจิสติกส์ด้วย UAV เข้าสู่ประเทศไทย ด้วยการผสานประสบการณ์การดำเนินงานของเราเข้ากับระบบนิเวศนวัตกรรมของทรู เราเชื่อว่าความร่วมมือนี้จะช่วยเร่งการพัฒนาโซลูชันโลจิสติกส์ที่ชาญฉลาด รวดเร็ว เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเชื่อถือได้”
แผนการดำเนินงานแบ่งเป็น 2 ระยะสำคัญ:
ระยะแรก (Public Health): มุ่งเน้นภาคสาธารณสุข ขนส่งตัวอย่างเลือด ผลแล็บ และเวชภัณฑ์ระหว่างโรงพยาบาล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรักษาที่ต้องการความรวดเร็วระดับนาทีชีวิต
ระยะต่อไป (B2B Business): ขยายสู่ภาคธุรกิจเพื่อเสริมห่วงโซ่อุปทาน ขนส่งสินค้าระหว่างคลังสินค้า โรงงาน และร้านค้า เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มความยืดหยุ่น
ความร่วมมือนี้ไม่เพียงแต่เป็นการนำเทคโนโลยีมาใช้ แต่เป็นการสร้าง “ระบบนิเวศนวัตกรรม” ที่บูรณาการหุ่นยนต์ AI และโลจิสติกส์สีเขียวเข้าด้วยกัน เพื่อวางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะที่ยั่งยืนสำหรับประเทศไทยในอนาคต


