โสภณจี้แก้กม.พลังงานโละโครงสร้างบอร์ดนโยบายสัดส่วนการเมืองกันโกงกิน
โสภณอดีตผู้ก่อตั้งบางจากโพสต์แนะไทยเร่งแก้ไขพระราชบัญญัติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติเพื่อดึงกลุ่มผู้บริโภคคุมราคาแทนนักการเมืองและนายทุนป้องกันทุจริต
KEY
POINTS
- โสภณแนะรัฐเร่งแก้ไขวิกฤตพลังงานโดยยึดโมเดลความสุจริตในอดีตยุคพลเอกเปรมที่ผ่านวิกฤตราคาน้ำมันโลกมาได้โดยไม่เกิดการกักตุน
- ชี้มูลความเสียหายจากนโยบายราคาพลังงานช่วงปี 2557-2569 เกิดจากโครงสร้างกรรมการนโยบายที่มีส่วนได้ส่วนเสียกับกลุ่มทุนโรงกลั่น
- เสนอปรับปรุงกฎหมายดึงตัวแทนองค์กรผู้บริโภคเข้านั่งในบอร์ดนโยบายพลังงานเกินครึ่งหนึ่งเพื่อคานอำนาจนักการเมืองในการกำหนดราคา
ถอดบทเรียนแก้วิกฤตน้ำมันยุคป๋าเปรมเน้นความสุจริต
เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2569 นายโสภณ สุภาพงษ์ ผู้ก่อตั้งบริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด และอดีตวุฒิสมาชิก ได้เผยแพร่ข้อความผ่านเพจ "วิถีคิดโสภณ" ถึงประชาชนชาวไทย โดยระบุถึงประสบการณ์การทำงานในอดีตที่เคยได้รับมอบหมายจากพลเอก เปรม ติณสูลานนท์ อดีตนายกรัฐมนตรี ให้เข้ามาแก้ไขวิกฤตการณ์น้ำมันขาดแคลนในช่วงปี ค.ศ. 1973 และ 1980 ซึ่งขณะนั้นราคาน้ำมันโลกดีดตัวสูงขึ้นถึง 400-500% นายโสภณย้ำว่าวิกฤตในขณะนั้นรุนแรงกว่าปัจจุบันหลายเท่าตัว แต่สามารถก้าวข้ามมาได้เนื่องจากผู้นำประเทศมีความสุจริตและไม่มีรัฐมนตรีคนใกล้ชิดทำการคดโกงหรือกักตุนสินค้า ส่งผลให้สามารถจัดหาน้ำมันจากต่างประเทศมาหล่อเลี้ยงไทยได้โดยไฟฟ้าไม่ดับและไม่มีการกักตุนเกิดขึ้น
เปิดเบื้องหลังพลิกฟื้นบางจากจากหนี้ท่วมสู่กำไรปีแรก
นายโสภณกล่าวต่อว่า ในปี 1984 ได้ก่อตั้งบริษัท บางจากฯ เพื่อเข้าซื้อกิจการโรงกลั่นเดิมของรัฐที่ชาวต่างชาติเคยเช่าดำเนินงาน ซึ่งในเวลานั้นมีภาวะขาดทุนมหาศาลทิ้งหนี้สินไว้เทียบเท่า 50,000 ล้านบาท แต่เมื่อบริหารโดยคนไทย 100% กลับสามารถสร้างผลกำไรได้ตั้งแต่ปีแรก พร้อมปรับปรุงโรงกลั่นให้ทันสมัยและสนับสนุนพื้นที่ทำมาหากินให้ชุมชนทั่วประเทศ จนได้รับรางวัลรามอนแมกไซไซและรางวัลบุคคลดีเด่นของชาติด้านพัฒนาเศรษฐกิจ โดยความสำเร็จทั้งหมดนี้เกิดจากโครงสร้างการบริหารที่โปร่งใสภายใต้นายกรัฐมนตรีที่ซื่อสัตย์สุจริต ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการขับเคลื่อนนโยบายพลังงานเพื่อประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริงในฐานะองค์กรพลังงานไทย
จี้เปลี่ยนบอร์ดพลังงานดึงผู้บริโภคถ่วงดุลนักการเมือง
สำหรับสถานการณ์ปัจจุบัน นายโสภณชี้ให้เห็นว่าช่วงปี 2557-2566 จนถึงปี 2569 ค่าไฟฟ้าและค่ากำไรการกลั่นยังคงพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องแม้ในช่วงวิกฤต ซึ่งหากไม่มีการแก้ไข "พระราชบัญญัติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ" ปัญหานี้จะเรื้อรังต่อไปอีกกว่า 25 ปี โดยปัจจุบันโครงสร้างคณะกรรมการ 19 คน ประกอบด้วยนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี 14 ท่าน รวมถึงผู้ถือหุ้นโรงกลั่นที่มีอำนาจกำหนดราคาและสูตรราคา จึงเสนอให้เปลี่ยนมาใช้กรรมการจากองค์กรผู้บริโภคมากกว่ากึ่งหนึ่งแทนกลุ่มนักการเมืองที่ถือหุ้นนายทุน ซึ่งมักมีอำนาจคุมนโยบายราคาน้ำมัน สต๊อกน้ำมัน และกระบวนการไอโอ (IO) เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้แก่ประชาชน
ที่มา: วิถีคิด โดย โสภณ สุภาพงษ์ (คลิก)


