posttoday

GISTDA เตือนภัย “ซูเปอร์เอลนีโญ“ แล้งรุนแรง อาหารแพง ฝุ่นพุ่งวิกฤต

20 มีนาคม 2569

GISTDA เตือนรับมือ “ซูเปอร์เอลนีโญ“ อาจกระทบไทยหนัก ฝนลด น้ำขาด ผลผลิตเสียหาย เสี่ยงอาหารแพง ไฟป่า-ฝุ่น PM2.5 พุ่ง พร้อมคลื่นความร้อนทุบสถิติทั่วอาเซียน

KEY

POINTS

  • GISTDA เตือนภัย "ซูเปอร์เอลนีโญ" อาจเกิดวิกฤตภัยแล้งรุนแรงจากปริมาณฝนที่ลดลงและฝนทิ้งช่วงยาวนาน ส่งผลให้แหล่งน้ำลดลง กระทบต่อการอุปโภคบริโภคและภาคเกษตร
  • ผลผลิตทางการเกษตรจะตกต่ำ นำไปสู่ปัญหาความมั่นคงทางอาหารและทำให้ราคาสินค้าเกษตรและอาหารพุ่งสูงขึ้น
  • สภาพอากาศร้อนและแห้งจัดจะเพิ่มความเสี่ยงไฟป่าและหมอกควันข้ามแดน ส่งผลให้สถานการณ์ฝุ่น PM2.5 เข้าขั้นวิกฤตและกระทบต่อสุขภาพ

รายงานจากเพจ GISTDA เตือนภัยเตรียมจับตา..!! หากเกิด “ซูเปอร์เอลนีโญ” (Super El Niño)ขึ้นจริง สถานการณ์สภาพอากาศของไทยและภูมิภาคอาเซียนอาจเผชิญความผันผวนรุนแรงกว่าที่เคย

โดยปรากฏการณ์ El Niño ในระดับปกติก็ส่งผลให้เกิดความร้อนและความแห้งแล้งอยู่แล้ว แต่หากทวีความรุนแรงจนกลายเป็น “ซูเปอร์เอลนีโญ” ซึ่งอุณหภูมิผิวน้ำทะเลสูงกว่าค่าเฉลี่ยมากกว่า 1.5–2 องศาเซลเซียส จะยิ่งกระทบต่อระบบภูมิอากาศ เศรษฐกิจ และความเป็นอยู่ของประชาชนอย่างกว้างขวาง โดยมีแนวโน้มเริ่มเห็นสัญญาณชัดเจนในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม 2569

 

ผลกระทบสำคัญที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่ วิกฤติภัยแล้งจากปริมาณฝนที่ลดลงและฝนทิ้งช่วงยาวนาน ส่งผลให้แหล่งน้ำธรรมชาติและอ่างเก็บน้ำมีปริมาณลดลงอย่างน่ากังวล กระทบทั้งการอุปโภคบริโภคและภาคอุตสาหกรรม ขณะเดียวกัน ภาคการเกษตรในประเทศสำคัญของอาเซียนอย่างไทย เวียดนาม และอินโดนีเซีย อาจเผชิญผลผลิตตกต่ำ จนนำไปสู่ปัญหาความมั่นคงทางอาหารและราคาสินค้าที่พุ่งสูงในระดับโลก

 

GISTDA เตือนภัย “ซูเปอร์เอลนีโญ“ แล้งรุนแรง อาหารแพง ฝุ่นพุ่งวิกฤต

 

ผลกระทบที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ต่อประเทศไทยและอาเซียน (หากเกิด)

 

ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทย เป็นหนึ่งในจุดเปราะบางที่สุดเมื่อเกิดซูเปอร์เอลนีโญ ผลกระทบที่เห็นได้ชัดเจนมีดังนี้

 

  • วิกฤตภัยแล้งและการขาดแคลนน้ำ ปริมาณฝนจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ฝนทิ้งช่วงยาวนาน แหล่งน้ำธรรมชาติและอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่จะมีปริมาณน้ำกักเก็บลดลง กระทบโดยตรงต่อน้ำอุปโภคบริโภคและภาคอุตสาหกรรม

 

  • ผลกระทบด้านการเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร ไทย เวียดนาม อินโดนีเซีย ซึ่งเป็นอู่ข้าวอู่น้ำของโลก จะเผชิญปัญหาผลผลิตตกต่ำ (เช่น ข้าว น้ำตาล ปาล์มน้ำมัน) ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะสินค้าเกษตรขาดตลาดและราคาอาหารที่พุ่งสูงขึ้นทั่วโลก

 

  • ปัญหาไฟป่าและฝุ่นควันข้ามพรมแดน (PM2.5) อากาศที่แห้งและร้อนจัดเป็นตัวเร่งให้เกิดไฟป่าได้ง่าย โดยเฉพาะในพื้นที่ป่าพรุของอินโดนีเซียและพื้นที่การเกษตรในประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งจะทำให้ปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดนทวีความรุนแรง กระทบต่อสุขภาพของประชาชนทั้งภูมิภาค

 

  • คลื่นความร้อน (Heatwave) อุณหภูมิที่พุ่งสูงทำลายสถิติส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง และทำให้ความต้องการใช้ไฟฟ้า (เพื่อทำความเย็น) พุ่งสูงจนอาจเกิดความไม่มั่นคงทางพลังงาน

 

รับมืออย่างไร?

ในด้านการรับมือ GISTDA ชี้ให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศในการติดตามสถานการณ์ชิงนโยบายของภาครัฐโดยระบุว่า

 

แผนการรับมือ การเตรียมพร้อมเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการลดความสูญเสีย 

 

1.การบริหารจัดการน้ำเชิงรุก รณรงค์ให้ทุกภาคส่วนประหยัดน้ำ กักเก็บน้ำในช่วงที่มีฝนตกลงมาให้ได้มากที่สุด และจัดสรรน้ำสำหรับอุปโภคบริโภคเป็นอันดับแรก ควบคู่ไปกับการหาแหล่งน้ำสำรอง

 

2.การปรับตัวภาคการเกษตร ส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกพืชใช้น้ำน้อย หรือพืชอายุสั้น เลื่อนเวลาการเพาะปลูกให้สอดคล้องกับคาดการณ์ปริมาณฝน และการทำประกันภัยพืชผล

 

3.ความร่วมมือระดับภูมิภาค (ASEAN) บังคับใช้และยกระดับข้อตกลงอาเซียนว่าด้วยมลพิษจากหมอกควันข้ามแดนอย่างจริงจัง เพื่อควบคุมการเผาในที่โล่งและไฟป่า

 

4.การเฝ้าระวังด้านสาธารณสุข เตรียมระบบสาธารณสุขให้พร้อมรับมือกับโรคที่มากับความร้อน (Heatstroke) และโรคระบบทางเดินหายใจจาก PM2.5

 

ซูเปอร์เอลนีโญเป็นภัยธรรมชาติที่เราไม่สามารถหยุดยั้งได้ แต่เราสามารถลดทอนผลกระทบได้อย่างมหาศาลหากมีการเตรียมความพร้อมที่ดี

 

การบูรณาการแผนการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐ ประชาชน และการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีอวกาศอย่างที่เต็มที่ จะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยและอาเซียนผ่านพ้นวิกฤตสภาพอากาศนี้ไปได้

 

ข่าวล่าสุด

JSP แก้เกมเม็ดพลาสติกขาดแคลน ส่งแพคเกจจิ้งใหม่ ลดต้นทุนสูงสุด 60%