posttoday

Google ไฟเขียวโหลดแอปนอก Play Store พร้อมงัดมาตรการสกัดมิจฉาชีพ

20 มีนาคม 2569

Google เปิดตัวฟีเจอร์ "Advanced Flow" อนุญาตให้ผู้ใช้ Android ติดตั้งแอปพลิเคชันนอก Google Play Store ได้สะดวกยิ่งขึ้น ตอบโจทย์กลุ่มผู้ใช้งานที่ต้องการความเป็นอิสระ

 

กูเกิล (Google) ประกาศปรับนโยบาย ยอมเปิดทางให้ผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ (Android) สามารถดาวน์โหลดและติดตั้งแอปพลิเคชันนอก Google Play Store หรือที่เรียกว่าการ 'Sideload' ได้อย่างอิสระมากขึ้นผ่านฟีเจอร์การตั้งค่าระบบใหม่ที่ชื่อว่า "Advanced Flow" 

 

ย้อนกลับไปเมื่อปีที่ผ่านมา กูเกิลเคยออกกฎเข้มบังคับให้ทุกแอปพลิเคชันบน Android ต้องลงทะเบียนโดยนักพัฒนาที่ยืนยันตัวตนแล้วเท่านั้น เพื่อสกัดกั้นมิจฉาชีพที่มักใช้แอปเถื่อนเป็นช่องทางในการแพร่มัลแวร์ หลอกลวงทางการเงิน และขโมยข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งาน

 

แม้มาตรการดังกล่าวจะช่วยอุดรอยรั่วด้านความปลอดภัยได้มาก แต่ก็มีผู้ใช้งาน Android อีกกลุ่มหนึ่งที่ยังคงต้องการอิสระในการติดตั้งแอปพลิเคชันนอกสโตร์ และยินดีที่จะรับความเสี่ยงด้วยตนเองหากแอปเหล่านั้นมีปัญหา

 

เพื่อตอบสนองความต้องการดังกล่าว กูเกิลจึงพัฒนาฟีเจอร์ "Advanced Flow" ขึ้นมา ซึ่งผู้ใช้สามารถตั้งค่าปิดระบบรักษาความปลอดภัยขั้นสูงนี้ได้แบบถาวรผ่านขั้นตอนเพียงครั้งเดียว แต่ระบบก็ยังแฝงกลไกป้องกันการถูกหลอกลวงเอาไว้ด้วย

 

Google ไฟเขียวโหลดแอปนอก Play Store พร้อมงัดมาตรการสกัดมิจฉาชีพ

งัดมาตรการ "ตัดสาย" สกัดมิจฉาชีพ

 

ขั้นตอนการปลดล็อก เริ่มจากการเข้าไปเปิด "โหมดนักพัฒนา" (Developer Mode) ในหน้าการตั้งค่า ซึ่งระบบจงใจออกแบบมาเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ใช้เผลอกดอนุมัติติดตั้งแอปโดยไม่ตั้งใจ กูเกิลระบุว่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์มักสร้างสถานการณ์ให้เหยื่อหวาดกลัวและกดดัน เช่น ขู่ว่าบัญชีธนาคารมีปัญหา หรืออ้างเรื่องคดีความ เพื่อให้เหยื่อรีบทำตามคำสั่ง

 

นอกจากนี้ มิจฉาชีพยังมักถือสายคุยโทรศัพท์ค้างไว้เพื่อหลอกล่อให้เหยื่อปิดระบบความปลอดภัยบนมือถือด้วยตัวเอง

 

ข้อมูลจากสมาคมต่อต้านการหลอกลวงระดับโลก (Global Anti-Scam Alliance - GASA) ที่กูเกิลนำมาอ้างอิง ชี้ให้เห็นสถิติที่น่าตกใจว่า ในปี 2025 มีประชากรวัยผู้ใหญ่ทั่วโลกถึง 57% ที่เคยตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวง

 

ด้วยเหตุนี้ ระบบของกูเกิลจะตรวจสอบเบื้องต้นหลังเปิดโหมดนักพัฒนา เพื่อให้แน่ใจว่าผู้ใช้ไม่ได้กำลังถูกบุคคลอื่นสั่งการอยู่ จากนั้นระบบจะบังคับให้ผู้ใช้รีสตาร์ทเครื่องและยืนยันตัวตนใหม่อีกครั้ง ซึ่งขั้นตอนนี้ออกแบบมาเพื่อตัดสายสนทนาและตัดการเชื่อมต่อจากระยะไกล (Remote Access) ที่แก๊งมิจฉาชีพใช้ควบคุมเครื่องเหยื่อ

 

Google ไฟเขียวโหลดแอปนอก Play Store พร้อมงัดมาตรการสกัดมิจฉาชีพ

ที่สำคัญ กูเกิลยังเพิ่มมาตรการ "หน่วงเวลา" (Cool-down Period) นาน 24 ชั่วโมงก่อนที่การเปลี่ยนแปลงการตั้งค่าจะมีผล เนื่องจากมิจฉาชีพมักอาศัยความเร่งด่วนเข้าจู่โจม การทิ้งช่วงเวลาไว้จะช่วยให้เหยื่อมีเวลาตั้งสติและฉุกคิดทบทวน เมื่อครบกำหนด 1 วัน ผู้ใช้จึงจะสามารถสแกนใบหน้า ลายนิ้วมือ หรือใส่รหัส PIN เพื่อยืนยันการตั้งค่าขั้นสุดท้ายได้

 

เมื่อผ่านกระบวนการทั้งหมด ผู้ใช้งานก็จะสามารถติดตั้งแอปพลิเคชันจากแหล่งอื่นได้ทันที โดยสามารถเลือกได้ว่าจะเปิดสิทธิ์นี้ไว้ชั่วคราว 7 วัน หรือเปิดไว้ตลอดไป ทั้งนี้ ระบบจะยังคงแสดงข้อความเตือนความปลอดภัยทุกครั้งที่มีการติดตั้งแอปที่ไม่ได้ยืนยันตัวตน แต่ผู้ใช้ก็สามารถกดข้ามการแจ้งเตือนดังกล่าวได้ทันทีเช่นกัน

 

นอกเหนือจากการอัปเดตระบบแล้ว กูเกิลยังเปิดบัญชีนักพัฒนาประเภทจำกัดสิทธิ์ให้ใช้งานฟรี สำหรับกลุ่มนักศึกษาและนักพัฒนาหน้าใหม่ที่ต้องการทดลองแชร์แอปพลิเคชันในกลุ่มเล็กๆ ไม่เกิน 20 คน โดยไม่ต้องเสียค่าลงทะเบียนหรือใช้เอกสารทางราชการยืนยันตัวตนแต่อย่างใด

 

การปรับเปลี่ยนนโยบายครั้งใหญ่นี้ เกิดขึ้นหลังจากกูเกิลบรรลุข้อตกลงยุติคดีฟ้องร้องเรื่องการผูกขาดกับ Epic Games ผู้พัฒนาเกมฮิตอย่าง Fortnite ซึ่งผลจากข้อตกลงนี้ กูเกิลยอมหั่นค่าธรรมเนียมการซื้อขายผ่านแอป (In-app purchases) บน Play Store ลงมาอยู่ที่ระดับ 20% และจะเรียกเก็บเพิ่ม 5% เฉพาะกรณีที่นักพัฒนาเลือกใช้ระบบชำระเงินของกูเกิลเท่านั้น

 

ข่าวล่าสุด

'กกต.' ยัน! เลือกตั้งโปร่งใส เร่งสาง 267 คำร้อง จัดงบ 203 ล้าน หนุนพรรคการเมือง