posttoday

ส่องเทรนด์ถนนคนเดินทั่วโลก เมื่อการพัฒนาเมืองกำลังคืนพื้นที่ให้คนเดิน

11 มีนาคม 2569

มหานครทั่วโลกกำลังคืนพื้นที่ถนนให้ผู้คน จากโคเปนเฮเกน นิวยอร์ก เซี่ยงไฮ้ ถึงลอนดอน สำรวจเทรนด์ “ถนนคนเดิน” ที่กำลังเปลี่ยนอนาคตเมืองใหญ่ทั่วโลก

KEY

POINTS

  • เมืองใหญ่ทั่วโลกกำลังเปลี่ยนแนวคิดการพัฒนาเมืองจากการให้ความสำคัญกับรถยนต์ มาเป็นการสร้าง "ถนนคนเดิน" เพื่อแก้ปัญหามลพิษ การจราจร และปรับปรุงคุณภาพชีวิตของประชาชน
  • การสร้างถนนคนเดินช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นและธุรกิจค้าปลีก เนื่องจากพื้นที่ที่ปลอดภัยและน่าเดินจะดึงดูดผู้คนให้เข้ามาใช้เวลาและจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น ดังตัวอย่างความสำเร็จจากหลายเมือง เช่น โคเปนเฮเกน และเซี่ยงไฮ้
  • เทรนด์นี้สะท้อนถึงการเปลี่ยนกระบวนทัศน์ในการออกแบบเมือง จาก "เมืองของรถยนต์" ไปสู่ "เมืองของผู้คน" โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างพื้นที่สาธารณะที่ส่งเสริมปฏิสัมพันธ์และกิจกรรมทางวัฒนธรรม

ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา เมืองใหญ่ทั่วโลกเริ่มตั้งคำถามกับแนวคิดการพัฒนาเมืองที่ให้ความสำคัญกับ “รถยนต์” มากเกินไป ถนนจำนวนมากที่เคยถูกออกแบบเพื่อการจราจร กลับกลายเป็นพื้นที่ที่แออัด มลพิษสูง และไม่เป็นมิตรต่อการใช้ชีวิตของผู้คน แนวคิดการทำ “ถนนคนเดิน” หรือการเปลี่ยนพื้นที่ถนนให้กลายเป็นพื้นที่สำหรับผู้เดินเท้า จึงกลายเป็นเทรนด์สำคัญของการพัฒนาเมืองยุคใหม่ หลายมหานครเริ่มปิดถนนบางส่วนให้รถยนต์เข้าไม่ได้ พร้อมปรับพื้นที่ให้เป็นแหล่งกิจกรรมสาธารณะ พื้นที่ค้าปลีก และจุดท่องเที่ยวของเมือง

 

แนวคิดนี้ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงเรื่องความสวยงามของเมืองเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับคุณภาพชีวิต เศรษฐกิจท้องถิ่น และสิ่งแวดล้อม การลดจำนวนรถยนต์ช่วยลดมลพิษทางอากาศและเสียงรบกวน ขณะเดียวกันพื้นที่เดินเท้ายังช่วยกระตุ้นธุรกิจค้าปลีก ร้านอาหาร และกิจกรรมวัฒนธรรม ทำให้ย่านการค้ากลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง เมืองจำนวนมากจึงเริ่ม “คืนพื้นที่ถนนให้คนเดิน” มากขึ้น

 

ส่องเทรนด์ถนนคนเดินทั่วโลก เมื่อการพัฒนาเมืองกำลังคืนพื้นที่ให้คนเดิน

 

การเปลี่ยน Oxford Street สู่ถนนคนเดินของลอนดอน

หนึ่งในโครงการที่กำลังได้รับความสนใจคือการปรับโฉม Oxford Street ในกรุง London ให้กลายเป็นถนนคนเดินเต็มรูปแบบ ถนนสายนี้ถือเป็นหนึ่งในย่านการค้าที่มีชื่อเสียงที่สุดของโลก มีความยาวประมาณ 2 กิโลเมตร และเป็นแหล่งรวมร้านค้าขนาดใหญ่ ห้างสรรพสินค้า และแบรนด์ระดับสากลจำนวนมาก

 

ที่ผ่านมา Oxford Street ต้องเผชิญปัญหาการจราจรหนาแน่น มลพิษทางอากาศ รวมถึงความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจค้าปลีกในยุคดิจิทัล ทำให้รัฐบาลท้องถิ่นของลอนดอนเริ่มผลักดันแผนปรับปรุงพื้นที่ครั้งใหญ่ โดย Sadiq Khan นายกเทศมนตรีกรุงลอนดอน ได้อนุมัติแนวทางให้ถนนสายนี้ลดบทบาทของรถยนต์ และมุ่งพัฒนาให้เป็นพื้นที่ที่เป็นมิตรต่อคนเดินเท้ามากขึ้น

 

ส่องเทรนด์ถนนคนเดินทั่วโลก เมื่อการพัฒนาเมืองกำลังคืนพื้นที่ให้คนเดิน

 

แผนการพัฒนานี้มีเป้าหมายสำคัญคือการฟื้นฟูย่านการค้าหลักของเมือง เพิ่มพื้นที่สาธารณะ และสร้างประสบการณ์การเดินเมืองที่ดีขึ้น โดยจะมีการปรับภูมิทัศน์ เพิ่มต้นไม้ พื้นที่พักผ่อน และพื้นที่กิจกรรมกลางแจ้ง พร้อมจำกัดการเข้าถึงของรถยนต์ในหลายช่วงของถนน แนวคิดดังกล่าวสะท้อนวิสัยทัศน์ของเมืองลอนดอนที่ต้องการสร้างศูนย์กลางเมืองที่เดินได้สะดวกและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

 

จากถนนรถยนต์ สู่พื้นที่สาธารณะของเมือง

หนึ่งในตัวอย่างสำคัญของถนนคนเดินในยุโรปคือ Strøget ในเมือง Copenhagen ซึ่งถือเป็นหนึ่งในถนนคนเดินขนาดใหญ่แห่งแรกของโลก เมืองได้ทดลองปิดถนนสายหลักแห่งนี้ในปี 1962 เพื่อแก้ปัญหาการจราจรและเพิ่มพื้นที่ให้กับคนเดิน ก่อนจะพัฒนาเป็นถนนคนเดินถาวรในเวลาต่อมา

 

ส่องเทรนด์ถนนคนเดินทั่วโลก เมื่อการพัฒนาเมืองกำลังคืนพื้นที่ให้คนเดิน

 

ปัจจุบัน Strøget กลายเป็นหนึ่งในพื้นที่สาธารณะที่คึกคักที่สุดของเมือง มีร้านค้า ร้านอาหาร และศิลปินเปิดหมวกจำนวนมาก ความสำเร็จของโครงการนี้ทำให้แนวคิดถนนปลอดรถได้รับความสนใจจากเมืองอื่นทั่วโลก และกลายเป็นต้นแบบของการออกแบบเมืองที่ให้ความสำคัญกับผู้คนมากขึ้น

 

Times Square ตัวอย่างการเปลี่ยนพื้นที่จราจรสู่แลนด์มาร์กโลก

มหานคร New York City เป็นอีกตัวอย่างสำคัญของการเปลี่ยนถนนให้เป็นพื้นที่สาธารณะ บริเวณ Times Square ซึ่งเคยเป็นจุดจราจรที่วุ่นวาย ได้เริ่มทดลองปิดถนนบางส่วนในปี 2009 และต่อมาถูกปรับเป็นพื้นที่คนเดินถาวร

 

หลังจากการปรับพื้นที่ เมืองพบว่าจำนวนอุบัติเหตุลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่นักท่องเที่ยวและผู้มาใช้พื้นที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก Times Square จึงกลายเป็นพื้นที่สาธารณะขนาดใหญ่กลางเมืองที่มีทั้งที่นั่งพักผ่อน การแสดงสด และกิจกรรมทางวัฒนธรรมตลอดทั้งปี

 

ส่องเทรนด์ถนนคนเดินทั่วโลก เมื่อการพัฒนาเมืองกำลังคืนพื้นที่ให้คนเดิน

 

ถนนการค้าขนาดใหญ่ของเอเชีย

ในฝั่งเอเชีย ถนนคนเดินที่มีชื่อเสียงระดับโลกคือ Nanjing Road ในเมือง Shanghai ซึ่งเป็นหนึ่งในย่านการค้าสำคัญที่สุดของจีน โดยเฉพาะช่วง East Nanjing Road ซึ่งถูกพัฒนาเป็นถนนคนเดินเต็มรูปแบบ เต็มไปด้วยร้านค้าหลายร้อยแห่ง รวมทั้งแบรนด์ระดับโลกและร้านเก่าแก่ของจีน 

 

ส่องเทรนด์ถนนคนเดินทั่วโลก เมื่อการพัฒนาเมืองกำลังคืนพื้นที่ให้คนเดิน

 

ถนนสายนี้สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมหาศาลในแต่ละปี และกลายเป็นศูนย์กลางกิจกรรมทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมของเมือง ไม่เพียงเป็นแหล่งช้อปปิ้งเท่านั้น แต่ยังมีการแสดงศิลปะและกิจกรรมกลางแจ้งที่ช่วยสร้างชีวิตชีวาให้กับพื้นที่ จนกล่าวได้ว่าเป็นย่านช้อปปิ้งที่คึกคักที่สุดของเอเชีย และเป็นตัวอย่างของการใช้พื้นที่คนเดินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจเมือง

 

ถนนคนเดินกับวัฒนธรรมเมืองยุโรป

อีกหนึ่งตัวอย่างที่มีชื่อเสียงคือ La Rambla ในเมือง Barcelona ถนนสายนี้เชื่อมพื้นที่ประวัติศาสตร์ของเมืองกับท่าเรือ และเต็มไปด้วยร้านอาหาร คาเฟ่ ศิลปินเปิดหมวก และตลาดท้องถิ่น

 

ส่องเทรนด์ถนนคนเดินทั่วโลก เมื่อการพัฒนาเมืองกำลังคืนพื้นที่ให้คนเดิน

 

La Rambla จึงไม่ใช่เพียงถนนสำหรับการเดินเท้า แต่ยังเป็นพื้นที่พบปะของผู้คนและกิจกรรมทางวัฒนธรรมที่สะท้อนเอกลักษณ์ของเมืองบาร์เซโลนาอย่างชัดเจน

 

Lijnbaan – รอตเตอร์ดัม

ถนน Lijnbaan ใน Rotterdam เปิดใช้งานในปี 1953 และถือเป็นหนึ่งในถนนคนเดินที่ถูกออกแบบขึ้นโดยตั้งใจแห่งแรกของยุโรป โครงการนี้กลายเป็นต้นแบบให้กับเมืองต่าง ๆ ในยุโรปที่ต้องการฟื้นฟูย่านการค้าหลังสงคราม และพิสูจน์ว่าพื้นที่ปลอดรถสามารถดึงดูดผู้คนได้มากกว่าถนนที่เต็มไปด้วยรถยนต์

 

ทำไมเมืองใหญ่จึงหันมาสนใจถนนคนเดิน

เหตุผลสำคัญที่ทำให้เมืองทั่วโลกหันมาให้ความสำคัญกับถนนคนเดินมีหลายประการ ประการแรกคือคุณภาพชีวิตของคนเมือง ถนนที่ลดรถยนต์ช่วยให้พื้นที่มีอากาศที่ดีขึ้น เสียงรบกวนน้อยลง และปลอดภัยสำหรับผู้เดินเท้ามากขึ้น

 

ประการที่สองคือเศรษฐกิจเมือง หลายงานวิจัยพบว่าถนนคนเดินสามารถเพิ่มจำนวนผู้มาใช้พื้นที่และช่วยให้ธุรกิจค้าปลีกเติบโตได้ เพราะผู้คนใช้เวลาเดินและใช้จ่ายในพื้นที่มากขึ้น

 

ประการสุดท้ายคือการสร้างพื้นที่สาธารณะ เมืองสมัยใหม่ต้องการพื้นที่ให้ผู้คนได้พบปะ พักผ่อน หรือจัดกิจกรรมทางวัฒนธรรมต่าง ๆ ถนนคนเดินจึงกลายเป็น “ห้องนั่งเล่นของเมือง” ที่เปิดให้ทุกคนเข้ามาใช้ร่วมกัน

 

ส่องเทรนด์ถนนคนเดินทั่วโลก เมื่อการพัฒนาเมืองกำลังคืนพื้นที่ให้คนเดิน

 

ถนนของคนเดิน เมืองของผู้คน

ถนนคนเดินจึงไม่ได้เป็นเพียงโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์เมือง แต่สะท้อนการเปลี่ยนแปลงแนวคิดการพัฒนาเมืองจาก “เมืองของรถยนต์” ไปสู่ “เมืองของผู้คน” เมืองที่ออกแบบเพื่อการเดินเท้ามักมีชีวิตชีวา มีเศรษฐกิจท้องถิ่นที่แข็งแรง และมีพื้นที่สาธารณะที่เอื้อต่อการใช้ชีวิตร่วมกัน

 

เมื่อเมืองใหญ่ทั่วโลกเริ่มหันมาให้ความสำคัญกับพื้นที่เดินเท้ามากขึ้น ถนนหลายสายจึงกำลังเปลี่ยนบทบาท จากเส้นทางการจราจรที่เร่งรีบ ให้กลายเป็นพื้นที่ที่ผู้คนสามารถเดิน พบปะ และใช้ชีวิตในเมืองได้อย่างแท้จริง ซึ่งสะท้อนทิศทางของการพัฒนาเมืองในศตวรรษที่ 21 ที่กำลังมุ่งสู่การสร้างเมืองที่น่าอยู่สำหรับทุกคน

 

ข่าวล่าสุด

ไทยพาณิชย์รุกตลาดเดบิตเปิดตัวบัตร SCB LET’S โฉมใหม่ แค่ใช้ก็ได้พอยท์