posttoday
S2O ปีนี้ปักหมุดรัชดา จุได้ 30,000 คนต่อวัน เดบิวต์ K2O เจาะแฟน KPOP

S2O ปีนี้ปักหมุดรัชดา จุได้ 30,000 คนต่อวัน เดบิวต์ K2O เจาะแฟน KPOP

11 มีนาคม 2569

เปิดเบื้องหลัง S2O ย้ายจากราชมังฯ ปักหมุด “รัชดา” แลนด์มาร์คใหม่สงกรานต์ จุคนได้ 30,000คนต่อวัน พร้อมเปิดตัว K2O รับกระแส K-Pop ขยายจักรวาลเฟสติวัลทั้งในและต่างประเทศ

เทศกาลดนตรีสงกรานต์ระดับโลก S2O Songkran Music Festival เดินหน้าปรับยุทธศาสตร์ครั้งใหญ่ในปี 2569 ย้ายสถานที่จัดงานจากราชมังคลากีฬาสถาน มาปักหมุดพื้นที่ใหม่ใจกลางเมืองย่านรัชดา พร้อมเปิดตัวแบรนด์ใหม่ K2O Songkran Music Festival รับกระแส K-Pop และขยายฐานผู้ชมรุ่นใหม่

 

วู้ดดี้-วุฒิธร มิลินทจินดา ผู้ก่อตั้ง S2O และปุลิน มิลินทจินดา กรรมการผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ ผู้ร่วมก่อตั้ง S2O ร่วมเปิดเผยข้อมูลว่า การจัดงานปีที่ 11 นี้ระหว่างวันที่ 11-13 เมษายน นี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของเทศกาล โดยย้ายสถานที่จัดงานจากราชมังคลากีฬาสถาน มายังพื้นที่ใหม่บนถนนวัฒนธรรม ตรงข้าม อสมท. ภายใต้ชื่อ “S2O Land” บนพื้นที่กว่า 50 ไร่

 

ซึ่งเหตุผลของการย้ายสถานที่ เกิดจากข้อจำกัดด้านตารางการใช้งานสนามเดิม ทำให้ไม่สามารถล็อกวันจัดงานล่วงหน้าได้ เพราะการจองคิวศิลปินระดับโลกต้องดำเนินการล่วงหน้าถึง 7 เดือน จึงตัดสินใจหาพื้นที่ใหม่ จนกระทั่งได้พื้นที่รัชดา ซึ่งเลือกใช้พื้นที่ทั้งหมดในการบริหารจัดการทั้งส่วนหน้าบ้านและหลังบ้าน

 

พื้นที่ดังกล่าวต้องปรับสภาพหน้าดินใหม่ทั้งหมด ทั้งการถางต้นไม้ บดอัดดิน และราดยางมะตอย เพื่อสร้างพื้นราบรองรับโครงสร้างเวทีและระบบต่าง ๆ ซึ่งใช้งบลงทุนมากกว่าเดิม 3 เท่า เฉพาะงบปรับพื้นที่เกิน 10 ล้านบาท ไปแล้ว 

 

วุฒิธร มิลินทจินดา และปุลิน มิลินทจินดา สองผู้ก่อตั้ง S2O

โดยมองว่า สถานที่แห่งนี้ เป็นครั้งแรกที่มีการจัด Festival ขนาดใหญ่รองรับคนได้ถึง 30,000 คน ใจกลางย่านรัชดา การเดินทางสะดวกกว่าย่านรามคำแหง เพราะรถติดน้อยกว่า ทั้งฝั่งรามคำแหงและพระราม 9 เป็นพื้นที่ที่สามารถ ออกแบบประสบการณ์ผู้เข้าชมได้ 100% ตั้งแต่ทางเข้า การวางผังร้านอาหาร และเซอร์ไพรส์ต่าง ๆ เนื่องจากไม่ต้องยึดติดกับโครงสร้างเดิมแบบสนามกีฬา

 

ปัจจุบันเป็นสัญญาเช่าเพื่อจัดงานนี้โดยเฉพาะ ซึ่งเช่า 1 ปี แต่ทางเจ้าของพื้นที่ก็มีความประสงค์อยากให้ที่นี่เป็นมาตรฐานใหม่ สำหรับการจัดงาน Festival อื่น ๆ ในอนาคต โดยมองว่าอาจใช้พื้นที่นี้ต่อเนื่องได้ประมาณ 1-4 ปี ก่อนที่เจ้าของที่ดินจะพัฒนาโครงการใหญ่ต่อไป

 

เปิดตัว K2O ขยายฐานแฟน K-Pop

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของปีนี้คือการเปิดตัว K2O Songkran Music Festival ต่อเนื่องในพื้นที่เดียวกันวันที่ 14 เมษายน ซึ่งถือเป็นการแตกแบรนด์ครั้งแรกของจักรวาล S2O เพื่อเจาะกลุ่มแฟน K-Content และ K-Pop ที่เติบโตอย่างต่อเนื่องในไทยและภูมิภาค

S2O ปีนี้ปักหมุดรัชดา จุได้ 30,000 คนต่อวัน เดบิวต์ K2O เจาะแฟน KPOP

ปุลิน กล่าวว่า K2O ถูกออกแบบให้ยังคง DNA ของ S2O ทั้งความเปียก ความสนุก และบรรยากาศสงกรานต์แบบไทย แต่ผสานกับพลังโชว์สไตล์เกาหลี เพื่อสร้างประสบการณ์เฟสติวัลรูปแบบใหม่

 

“เรามองเห็นศักยภาพของตลาด K-Content ในไทยที่แข็งแรงมาก การนำเสนอเทศกาลในคอนเซ็ปต์สงกรานต์แบบ S2O จะทำให้ K2O เป็นประสบการณ์ใหม่ที่แตกต่างสำหรับตลาด” 

 

ในเชิงกลยุทธ์ บริษัทมองว่า S2O และ K2O จะทำหน้าที่เสริมพอร์ตกันมากกว่าการแข่งขัน โดย S2O ยังคงจับกลุ่มผู้ชมหลักสาย EDM ระดับพรีเมียม ขณะที่ K2O จะเจาะกลุ่ม Gen Z และแฟนวัฒนธรรมเกาหลี

 

กลยุทธ์การขยายตลาดและรูปแบบการจัดงาน

โมเดล S2O + K2O สองผู้ก่อตั้งกล่าวว่า ใช้กลยุทธ์จัดงานแบบ B2B (Back-to-Back) คือการจัดงาน S2O 3 วัน และต่อด้วย K2O อีก 1 วัน เพื่อให้สามารถใช้ Production และเวทีที่ยิ่งใหญ่ระดับโลก ชุดเดียวกันได้อย่างคุ้มค่าที่สุด

 

พร้อมสร้างความแตกต่างด้วย "Full Show"  K2O วางตำแหน่งตัวเองเป็น Hybrid ระหว่าง Concert และ Festival โดยให้ศิลปินแต่ละวงแสดงโชว์ยาวประมาณ 60 นาที (Full Show) ซึ่งต่างจากงานคอนเสิร์ตทั่วไปที่ศิลปินมักจะเล่นเพียง 2-3 เพลง เพื่อให้แฟนคลับรู้สึกคุ้มค่ากับราคาบัตร

 

ทั้งนี้ S2O ที่จำกัดอายุ 21 ปีขึ้นไป K2O เปิดรับทุกช่วงอายุ (หากต่ำกว่า 13 ปีต้องมีผู้ปกครอง) เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มแฟนคลับ K-Pop ที่มีอายุน้อยกว่ากลุ่ม EDM

S2O ปีนี้ปักหมุดรัชดา จุได้ 30,000 คนต่อวัน เดบิวต์ K2O เจาะแฟน KPOP

 

การขยายตัวสู่ตลาดต่างประเทศ

อย่างไรก็ตามปัจจุบันแบรนด์ S2O ถูกส่งออกไปจัดในต่างประเทศแล้วกว่า 8-9 ประเทศ อาทิ ญี่ปุ่น ไต้หวัน เกาหลี ฮ่องกง และออสเตรเลีย รวมถึงมีแผนขยายไปยังสหรัฐและลาตินอเมริกาในอนาคต โดยยังใช้ “สงกรานต์ไทย” เป็นจุดขายหลักในการเชื่อมโยงเทศกาลดนตรีกับภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศไทย

 

ทั้งนี้ผู้ก่อตั้งเผยว่า มีแผนที่จะส่งออกแบรนด์ K2O ไปยังต่างประเทศตามรอย S2O โดยปักหมุดที่ตลาดสำคัญอย่าง ไต้หวัน และ สหรัฐอเมริกา ซึ่งถือเป็นการนำ DNA ความสนุกแบบไทย (การเล่นน้ำ) ไปผสมผสานกับกระแส K-Pop ในระดับสากล

 

โอกาสในการขยายตัวในอนาคต

สองผู้ก่อตั้ง มองเห็นโอกาสในการขยายแบรนด์ไปยังแนวเพลงอื่นๆ เพิ่มเติมในอนาคต เช่น T-Pop ในอนาคตมีโอกาสที่ K2O จะแยกออกมาจัดเป็นงานเดี่ยวโดยไม่พ่วงกับ S2O หากมีขนาดของงาน (Size) และความต้องการของตลาดที่เหมาะสม เพื่อสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจที่สุดให้กับผู้เข้าชม

 

ระบบตลาดมือสองขายบัตรป้องกันสแกม

อย่างไรก็ตาม ในด้านการบริหารจัดการบัตร ไม่ได้มีเงื่อนไขมาก แต่ต้องระวังการซื้อขายผ่านคนนอก ซึ่ง S2O มีระบบตลาดมือสอง เพื่อแก้ปัญหาการหลอกลวง ผู้จัดได้ร่วมมือกับ Event Pop สร้างแพลตฟอร์มตลาดมือสองที่ปลอดภัย บัตรทุกใบต้องลงทะเบียนและยืนยันตัวตนผ่านระบบ ทำให้ตรวจสอบได้ว่าเป็นบัตรจริง

 

ระบบนี้ถูกออกแบบมาให้ทำงานคล้ายกับตลาดหุ้น โดยราคาบัตรจะขึ้นและลงตามกลไกความต้องการของคนซื้อและคนขาย (Supply and Demand) ซึ่งทางงานสามารถกำหนด "เพดานราคา" เพื่อไม่ให้ราคาสูงเกินไปจนเกินควบคุม และป้องกันการอัพราคาของบัตรผี (Resell) ที่เคยเกิดขึ้นในอดีต

 

นอกจากนี้ยังมีบริการยังเป็นงานเดียวที่มี "บูธเช็คสายรัดข้อมือ (Wristband)" เพื่อยืนยันว่าเป็นของจริงหรือปลอมให้ฟรี เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ที่ซื้อบัตรต่อมา

 

ข่าวล่าสุด

สภาผู้บริโภคค้านค่าโดยสารรถไฟฟ้า 60 บาท ย้ำเพดาน 40 บาททำได้จริง

สภาผู้บริโภคค้านค่าโดยสารรถไฟฟ้า 60 บาท ย้ำเพดาน 40 บาททำได้จริง