กนอ. รุกแผนปี 69 ชูพลังงานสะอาด-โครงสร้างอัจฉริยะ สู้ศึกวิกฤตโลก
กนอ.เปิดแผนยุทธศาสตร์ปี 2569 เดินหน้ายกระดับโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะ-พลังงานสะอาด ดึงอุตสาหกรรมยุคใหม่ ชูฟรีค่าเช่า 2 ปี สร้างความเชื่อมั่นนักลงทุน ลดคาร์บอนสู่มาตรฐานโลก
KEY
POINTS
- กนอ. วางแผนยุทธศาสตร์ปี 2569 เพื่อรับมือวิกฤตโลกที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนพลังงานและโลจิสติกส์
- มุ่งเน้น 2 กลยุทธ์หลัก คือการส่งเสริมพลังงานสะอาด เช่น โซลาร์เซลล์ และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะด้วยเทคโนโลยี AI เพื่อเพิ่มความมั่นคงและประสิทธิภาพ
- ปรับตำแหน่งสู่ “Industrial FDI+ Platform” พร้อมออกมาตรการจูงใจเพื่อดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายยุคใหม่ เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และอิเล็กทรอนิกส์
การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ประกาศแผนยุทธศาสตร์ปี 2569 มุ่งเน้นการเป็น "Partner เชิงกลยุทธ์" เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากทั่วโลก ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและโลจิสติกส์
นายสุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า สถานการณ์ในตะวันออกกลางส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเสี่ยงในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานสำคัญ ส่งผลให้ต้นทุนน้ำมันดิบ ค่าไฟฟ้า และค่าเบี้ยประกันความเสี่ยงสงคราม (War Risk Premium) พุ่งสูงขึ้นกว่า 50%
เพื่อรับมือกับความท้าทายนี้ กนอ. ได้เร่งขับเคลื่อนแผนงานปี 2568-2569 โดยมุ่งเน้น 2 เสาหลักสำคัญคือ พลังงานสะอาด และ โครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะ ผ่านการส่งเสริมโรงไฟฟ้า SPP/IPP และการติดตั้งโซลาร์เซลล์ในพื้นที่นิคมฯ เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานและบรรลุเป้าหมาย RE100 ซึ่งจะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากกว่า 315,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า
นอกจากนี้ กนอ. ยังได้นำเทคโนโลยี AI และ OCR เข้ามาปฏิรูปกระบวนการทำงานผ่านระบบ I-EA-T EASE ช่วยให้การอนุมัติอนุญาตมีความรวดเร็วและแม่นยำ ลดระยะเวลาดำเนินงานลงกว่า 70% พร้อมมอบความยืดหยุ่นให้ผู้ประกอบการเริ่มโครงการได้ทันทีแม้จะอยู่ระหว่างรอผล EIA เพื่อชดเชยเวลาที่สูญเสียไปจากปัญหาโลจิสติกส์โลก
ในด้านการดึงดูดการลงทุน กนอ. ได้ปรับตำแหน่งจากผู้จัดสรรที่ดินสู่การเป็น “Industrial FDI+ Platform” โดยนำเสนอมาตรการจูงใจที่แข็งแกร่ง เช่น การยกเว้นค่าเช่าที่ดินและค่าบำรุงรักษาเป็นเวลา 2 ปี ในนิคมอุตสาหกรรมนำร่อง สำหรับกลุ่ม New Economy อาทิ อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) อิเล็กทรอนิกส์ และดิจิทัล
นายสุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการ กนอ. กล่าวถึงทิศทางยุทธศาสตร์ว่า: “ผมมั่นใจว่า ไทยยังมีความได้เปรียบเชิงภูมิรัฐศาสตร์ในการเป็นฐานการผลิตที่มั่นคง หรือ โอกาสทองสำหรับการย้ายฐานการผลิต (Supply Chain Reconfiguration) ซึ่ง กนอ. ได้ปรับตำแหน่งเชิงกลยุทธ์จาก ‘ผู้จัดสรรที่ดิน’ สู่การเป็น ‘Industrial FDI+ Platform’ ขณะเดียวกันเรายังได้อัดฉีดมาตรการจูงใจที่จับต้องได้จริง เพื่อดึงดูดกลุ่มอุตสาหกรรมยุคใหม่ พร้อมทำหน้าที่เป็นศูนย์เตือนภัยทางเศรษฐกิจเพื่อให้โรงงานวางแผนบริหารสต็อกวัตถุดิบได้ทันท่วงที”
นายสุเมธ กล่าวเพิ่มเติมถึงความมุ่งมั่นในการดูแลทุกภาคส่วนว่า: “กนอ. ยังให้ความสำคัญกับการประคอง SME ผ่านโครงการ SMEs + Matching MMC เพื่อผลักดัน Local Suppliers ไทยให้เข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานโลก รวมถึงการดูแลคุณภาพชีวิตแรงงานด้วยโครงการตรวจสุขภาพปอดเชิงรุกด้วย AI แม้ปี 2569 จะมีความท้าทายสูง แต่ด้วยความพร้อมด้านนวัตกรรมและธรรมาภิบาล ผมเชื่อมั่นว่าเราสามารถนำพาภาคอุตสาหกรรมไทยให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน”


