posttoday

โบลท์ลุยปั้น “Driver Creator” ดันผู้ขับขี่สู่บทบาทครีเอเตอร์ยุคเศรษฐกิจดิจิทัล

06 มีนาคม 2569

โบลท์เปิดโครงการ “โบลท์ครีเอเตอร์” เสริมทักษะดิจิทัล ภาวะผู้นำ และการสร้างคอนเทนต์อย่างรับผิดชอบให้ผู้ขับขี่ มุ่งต่อยอดศักยภาพแรงงานแพลตฟอร์มและเศรษฐกิจดิจิทัลไทย

KEY

POINTS

  • โบลท์เปิดตัวโครงการ “โบลท์ครีเอเตอร์” เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้ขับขี่ให้กลายเป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์ เป็นการยกระดับบทบาทจากผู้ให้บริการสู่ผู้สร้างคุณค่าในเศรษฐกิจดิจิทัล
  • โครงการมุ่งเน้นการเสริมสร้างทักษะที่จำเป็นในยุคดิจิทัลหลายด้าน ทั้งการสร้างคอนเทนต์ การสร้างแบรนด์บุคคล ภาวะผู้นำ การวางแผนการเงิน และการสื่อสารออนไลน์อย่างมีความรับผิดชอบ
  • เป้าหมายของโครงการคือการสนับสนุนให้ผู้ขับขี่สามารถต่อยอดโอกาสทางอาชีพและสร้างรายได้ที่ยั่งยืน พร้อมทั้งมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศในระยะยาว

Bolt เปิดตัวโครงการ “โบลท์ครีเอเตอร์” (Driver Creator Challenge & Ambassador Development Program) เพื่อพัฒนาศักยภาพผู้ขับขี่ในประเทศไทยให้ก้าวทันยุคดิจิทัล โดยมุ่งเน้นการเสริมทักษะด้านการสร้างสรรค์คอนเทนต์ ความเป็นผู้นำ และการสื่อสารอย่างมีความรับผิดชอบบนแพลตฟอร์มออนไลน์ โครงการดังกล่าวสะท้อนแนวคิดการยกระดับแรงงานแพลตฟอร์มจากบทบาทผู้ให้บริการสู่การเป็นผู้สร้างคุณค่าในระบบเศรษฐกิจดิจิทัล ผ่านการเรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ ที่สามารถต่อยอดโอกาสทางอาชีพและรายได้ในระยะยาว

 

การเปิดตัวโครงการ “โบลท์ครีเอเตอร์” เป็นการต่อยอดจากผลสำรวจผู้ขับขี่ทั่วประเทศที่บริษัทดำเนินการร่วมกับ Kantar Thailand ในปี 2568 ซึ่งผลสำรวจสะท้อนให้เห็นแนวโน้มสำคัญว่า การทำงานผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัลกำลังได้รับการยอมรับมากขึ้นในประเทศไทย ในฐานะแหล่งรายได้ที่มีความยืดหยุ่นและสามารถช่วยสร้างเสถียรภาพทางการเงินให้กับครัวเรือนได้

 

ผู้ขับขี่จำนวนมากระบุว่า การทำงานบนแพลตฟอร์มช่วยให้พวกเขาสามารถบริหารเวลาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมทั้งพัฒนาทักษะสำคัญหลายด้าน เช่น การบริการลูกค้า การสื่อสาร การจัดการทางการเงิน และการวางแผนการทำงานในชีวิตประจำวัน

 

จากข้อมูลดังกล่าว โบลท์จึงขยายแนวทางการสนับสนุนผู้ขับขี่ให้ครอบคลุมมากกว่าการสร้างรายได้ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาทักษะดิจิทัลและแนวคิดความเป็นผู้ประกอบการ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ขับขี่สามารถต่อยอดศักยภาพของตนเองในโลกออนไลน์ รวมถึงแบ่งปันประสบการณ์การทำงานผ่านการสร้างคอนเทนต์ที่สร้างสรรค์ มีความรับผิดชอบ และสอดคล้องกับกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสื่อดิจิทัลและข้อมูลส่วนบุคคล

 

โครงการ “โบลท์ครีเอเตอร์” มีระยะเวลาเข้าร่วมทั้งหมด 4 สัปดาห์ โดยเปิดรับสมัครผู้ขับขี่ที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์ที่กำหนด ผู้เข้าร่วมโครงการจะได้รับโอกาสในการเรียนรู้ผ่านเวิร์กช็อปและกิจกรรมเชิงปฏิบัติที่ออกแบบมาเพื่อพัฒนาทักษะในหลายด้าน ทั้งการสร้างแบรนด์บุคคลผ่านการเล่าเรื่องและการนำเสนอภาพลักษณ์อย่างมืออาชีพ การยกระดับมาตรฐานการให้บริการและการพัฒนาภาวะผู้นำ รวมถึงการเรียนรู้ด้านการเงิน เช่น การวางแผนรายได้ การจัดการค่าใช้จ่าย และแนวทางการสร้างรายได้เพิ่มเติมจากการผลิตคอนเทนต์บนแพลตฟอร์มดิจิทัล

 

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่โครงการให้ความสำคัญคือการสร้างคอนเทนต์อย่างมีจริยธรรมและความรับผิดชอบ โดยผู้เข้าร่วมจะได้รับความรู้เกี่ยวกับการใช้สื่อออนไลน์อย่างปลอดภัย การเคารพสิทธิของผู้อื่น และการปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ PDPA เพื่อให้การสื่อสารบนโลกดิจิทัลเกิดประโยชน์สูงสุดและไม่ส่งผลกระทบต่อผู้โดยสารหรือสังคมโดยรวม

 

นอกจากนี้ โครงการยังครอบคลุมประเด็นที่ผู้ขับขี่จำนวนมากให้ความสนใจ ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนทางการเงินในระยะยาว การทำความเข้าใจรูปแบบการสร้างรายได้จากคอนเทนต์ การพัฒนาทักษะด้านเทคนิคในการผลิตสื่อ รวมถึงการใช้อุปกรณ์และแพลตฟอร์มดิจิทัลอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนแนวทางการสื่อสารกับสาธารณะอย่างเหมาะสมในฐานะตัวแทนของชุมชนผู้ขับขี่

 

ผลสำรวจในช่วงที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่าผู้ขับขี่จำนวนมากได้พัฒนาทักษะสำคัญจากการทำงานบนแพลตฟอร์ม ไม่ว่าจะเป็นการบริหารเวลา การให้บริการลูกค้า การสื่อสาร และการจัดการด้านการเงิน โครงการ “โบลท์ครีเอเตอร์” จึงถือเป็นการต่อยอดศักยภาพที่มีอยู่เดิมของผู้ขับขี่ ให้สามารถก้าวไปสู่บทบาทใหม่ในระบบเศรษฐกิจดิจิทัล พร้อมทั้งสร้างเครือข่ายผู้นำในชุมชนผู้ขับขี่ที่สามารถแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ให้กับผู้อื่นได้

 

ณัฐดนย์ สุขศิริฐานันท์ ผู้จัดการประจำโบลท์ ประเทศไทย กล่าวว่า ข้อมูลจากการสำรวจสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่าผู้ขับขี่ให้ความสำคัญกับความยืดหยุ่นในการทำงาน และสามารถสร้างเสถียรภาพทางการเงินให้กับครัวเรือนได้จริง โครงการโบลท์ครีเอเตอร์จึงถูกออกแบบขึ้นเพื่อยกระดับศักยภาพของผู้ขับขี่ในระยะยาว โดยเน้นการพัฒนาทักษะที่จำเป็นสำหรับโลกยุคดิจิทัล รวมถึงการสนับสนุนให้ผู้ขับขี่สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนทั้งในระดับบุคคลและในภาพรวมของเศรษฐกิจประเทศ

 

และกล่าวเพิ่มเติมว่า การที่ผู้ขับขี่เลือกเปิดรับการเรียนรู้และพัฒนาทักษะใหม่ ๆ ไม่เพียงช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้และความก้าวหน้าให้กับตนเองเท่านั้น แต่ยังมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทยให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งในระยะยาว ผ่านการมีส่วนร่วมของแรงงานแพลตฟอร์มที่มีศักยภาพและพร้อมปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกดิจิทัลอย่างต่อเนื่อง

ข่าวล่าสุด

เปิดจุดหลบร้อนทั่วกรุง “BKK Cooling Spot” ปักหมุดสู้แดดหน้าร้อน