"การบูรณาการเชิงระบบ" (System-level integration) จึงถือเป็นตัวแปรสำคัญที่จะช่วยสร้างความแตกต่างให้กับประเทศไทย นอกเหนือจากการเพิ่มขีดความสามารถทางกายภาพ ผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์และผู้ส่งออกต่างก็ต้องการระบบที่สามารถส่งต่อข้อมูลได้อย่างไร้รอยต่อไม่ต่างจากการขนส่งสินค้า หรือสามารถตรวจสอบความถูกต้องแม่นยำของเอกสารต่าง ๆ ได้แบบล่วงหน้า และยังรวมไปถึงการบูรณาการระบบการขนส่งรูปแบบต่าง ๆ ที่ทำให้การเปลี่ยนผ่านระหว่างรถ เรือ หรือเครื่องบิน สามารถดำเนินไปได้อย่างราบรื่น
ทำไมการบูรณาขนส่งแบบผสมผสานจึงมีความสำคัญ
จากมุมมองของผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์ การบูรณาการขนส่งแบบผสมผสาน (Multimodal Integration) ซึ่งหมายถึงการผนวกการขนส่งทางอากาศ ทางบก และทางน้ำ เข้ามาเป็นระบบเดียวแบบครบวงจร กลายมาเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศในปัจจุบัน
โดยการบูรณาการเหล่านี้ จำเป็นต้องมีโซลูชันด้านเทคโนโลยีมาเป็นแกนกลางในการขับเคลื่อน ยกตัวอย่างเช่น ระบบเอกสารการค้าอิเล็กทรอนิกส์ของเฟดเอ็กซ์ (FedEx Electronic Trade Documents), เครื่องมือช่วยจำแนกพิกัดศุลกากร (HS Code) และแพลตฟอร์มการติดตามสถานะแบบเรียลไทม์ ที่ช่วยให้ผู้ส่งสินค้าสามารถยื่นเอกสารที่ถูกต้องและแม่นยำได้ล่วงหน้า ลดความจำเป็นในการยื่นเอกสารด้วยตัวเอง และช่วยคาดการณ์ความเสี่ยงได้ก่อนที่ความเสี่ยงเหล่านั้นจะส่งผลกระทบต่อการจัดส่งสินค้า
การดำเนินงานของ เฟดเอ็กซ์ ทั่วประเทศไทย ได้นำแนวทางดังกล่าวมาใช้อย่างเป็นรูปธรรม โดยศูนย์ปฏิบัติการในพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญ เช่น ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor/EEC) ได้มีการบูรณาการระบบคัดแยกสินค้าอัตโนมัติเข้ากับแพลตฟอร์มเอกสารดิจิทัล เพื่อยกระดับประสิทธิภาพในการทำพิธีการศุลกากรให้รวดเร็วยิ่งขึ้น รวมไปถึงทำให้การขนส่งระหว่างอากาศ ทะเล และทางบก เป็นไปอย่างไร้รอยต่อ การบูรณาการครั้งนี้ช่วยลดอุปสรรคและข้อผิดพลาดในขั้นตอนการปฏิบัติงาน ท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่ความเข้มงวดด้านกฎระเบียบและเงื่อนไขด้านเวลาเป็นสิ่งสำคัญ
มากกว่าเป้าหมาย คือการลงมือทำ
การเดินหน้าลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ท่าเรือ สนามบิน และระเบียงเศรษฐกิจ (Trade Corridors) ยังคงเป็นภารกิจที่มีความสำคัญสำหรับประเทศไทย อย่างไรก็ตาม โครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพเหล่านี้จำเป็นต้องพัฒนาควบคู่ไปกับความคล่องตัวเชิงนโยบาย การอำนวยความสะดวกทางการค้าข้ามพรมแดน และการบูรณาการทางดิจิทัลอย่างมีประสิทธิภาพระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ในอุตสาหกรรม
ท่ามกลางบริบทที่ภาคธุรกิจกำลังปรับเปลี่ยนกลยุทธ์สู่การจัดหาสินค้าจากหลากหลายประเทศ (Multi-country sourcing) พวกเขาต่างหันมาให้ความสำคัญกับเสถียรภาพ ความโปร่งใส และขีดความสามารถในการเข้าถึงตลาดที่หลากหลายเป็นหลัก แม้ประเทศไทยจะมีข้อได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ มีมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐที่ชัดเจน และมีตลาดแรงงานฝีมือที่มีความพร้อม แต่อีกหนึ่งตัวแปรที่มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน คือความสามารถในการยกระดับการบูรณาการขนส่งแบบผสมผสาน ตลอดจนการปรับปรุงกระบวนการให้มีความคล่องตัว ที่จะเป็นบทพิสูจน์ว่าประเทศไทยจะสามารถก้าวข้ามสถานะของการเป็นเพียง "ประเทศทางผ่าน" สู่การเป็น "แพลตฟอร์มที่น่าเชื่อถือในระดับภูมิภาค" ของห่วงโซ่อุปทานในอาเซียนได้หรือไม่
ประเทศไทยกำลังอยู่ในห้วงเวลาสำคัญในการกำหนดมาตรฐานใหม่ให้กับห่วงโซ่อุปทานระดับภูมิภาค ในยุคที่อาเซียนกำลังเชื่อมโยงกันอย่างไร้พรมแดน บทบาทความเป็นผู้นำของไทยในวันนี้ ขึ้นอยู่กับความสามารถในการประสานความเชื่อมโยง ทั้งในด้านรูปแบบการขนส่ง การดำเนินงานข้ามพรมแดน และระเบียบข้อบังคับ ได้อย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ
ประเทศไทยในตอนนี้ จำเป็นต้องเปลี่ยนบทบาทจากหนึ่งในสมาชิกผู้ค้ามาสู่การเป็น "ผู้ออกแบบระบบนิเวศโลจิสติกส์ของภูมิภาค" อันจะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ไทยสามารถกำหนดพิมพ์เขียวใหม่ของห่วงโซ่อุปทานในภูมิภาค ที่มีความยืดหยุ่น ทันสมัย และสอดประสานกันได้อย่างไร้รอยต่อผ่านการบูรณาการข้อมูลและองค์ความรู้ระหว่างกัน
บทความโดย: นายศศธร ภาสภิญโญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เฟดเอ็กซ์ ประเทศไทย