เมื่อความรู้สึกผู้ใช้โดนท้าทาย เหตุ Omoda & Jaecoo เลื่อนเปิดโรงงาน
วิกฤติศรัทธาค่ายรถจีน Chery ยกเลิกเปิดโรงงานกะทันหันตอน 4 ทุ่ม ดีลเลอร์-นักข่าวเคว้งที่ระยอง โซเชียลแห่ตั้งคำถามถึงมาตรฐานและการบริการหลังการขายในอนาคต
KEY
POINTS
- โอโมดา แอนด์ เจคู ประกาศยกเลิกงานเปิดโรงงานที่ระยองอย่างกะทันหันเพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนเริ่มงาน โดยอ้างเหตุสุดวิสัยของผู้บริหารจากจีน
- การตัดสินใจดังกล่าวถูกมองว่าเป็นการสั่งการโดยตรงจากบริษัทแม่ที่จีน สะท้อนปัญหาการบริหารที่สร้างความสับสนและส่งผลกระทบต่อดีลเลอร์และพันธมิตร
- เหตุการณ์นี้ได้ทำลายความเชื่อมั่นของผู้บริโภคอย่างรุนแรง โดยเกิดความกังวลลุกลามไปถึงความน่าเชื่อถือด้านการบริการหลังการขายในระยะยาว
เมื่อคำว่า "เหตุสุดวิสัย" สั่นคลอนความเชื่อมั่นทั้งแบรนด์
การเปิดโรงงานผลิตรถยนต์มูลค่ากว่า 5,000 ล้านบาท ไม่ใช่งานอีเวนต์ที่จะสามารถสั่งยกเลิกได้เพียงชั่วข้ามคืน เพราะนี่คือ "หน้าตา" และ "สเตทเมนต์" สำคัญของ Chery Automobile Group ที่กำลังประกาศปักหมุดฐานการผลิตในไทย
การที่บริษัท โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) จำกัด ให้ PR Agency ไล่โทรศัพท์แจ้งยกเลิกงานกลางดึกตอน 4 ทุ่มของคืนวันที่ 25 ก.พ. ก่อนงานเริ่มในเช้าวันที่ 26 ก.พ. จึงเป็นเหตุการณ์ช็อกวงการที่ไม่เคยมีมาก่อน
1. ภาพสะท้อนการบริหารแบบ "สั่งการเบ็ดเสร็จ" จากจีน
เหตุผลที่ระบุว่า "ผู้บริหารระดับสูงชาวจีนประสบเหตุสุดวิสัย" เป็นข้ออ้างที่สร้างคำถามตามมามากมาย แหล่งข่าวในวงการระบุชัดเจนว่า การตัดสินใจหักดิบครั้งนี้เป็นคำสั่งสายตรงจากบริษัทแม่ที่จีน
โดยที่ "ผู้บริหารชาวไทย พนักงาน รวมถึงดีลเลอร์" ก็เพิ่งรับทราบก่อนหน้าสื่อมวลชนเพียงไม่กี่ชั่วโมง สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงโครงสร้างอำนาจแบบ Centralized Management ที่ละเลยความอ่อนไหวในการทำธุรกิจและมารยาททางสังคมในไทยอย่างชัดเจน
2. ปฏิกิริยาของดีลเลอร์: ความสับสนและต้นทุนที่สูญเปล่า
ผลกระทบหน้างานตกไปอยู่ที่เครือข่ายผู้แทนจำหน่าย (ดีลเลอร์) และสื่อมวลชนที่ลงทุนลางาน จองโรงแรม และเดินทางไปแสตนด์บายรอที่จังหวัดชลบุรีและระยองล่วงหน้าแล้ว
หลายเสียงจากดีลเลอร์แสดงความผิดหวังและสับสนกับความเป็นมืออาชีพของแบรนด์ เพราะงานระดับนี้มีการเชิญแขก VIP ทั้งรัฐมนตรีและข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ การถูก "เท" กลางอากาศไม่เพียงแต่เสียค่าใช้จ่าย แต่ยังเสียหน้าและบั่นทอนกำลังใจของคนทำงานด่านหน้า
3. โซเชียลมีเดียพิพากษา: วิกฤติศรัทธาลามถึงบริการหลังการขาย
บนโลกออนไลน์ ทิศทางของคอมเมนต์เต็มไปด้วยความกังวลและเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก โดยประเด็นหลักไม่ได้อยู่ที่เรื่องการเปิดโรงงาน แต่ลุกลามไปถึงความเชื่อมั่นในการใช้งานระยะยาว:
"ถ้าแค่งานระดับชาติยังบริหารจัดการให้ราบรื่นไม่ได้ แล้วการจัดการอะไหล่จะเป็นอย่างไร?"
"หากวันหนึ่งบริษัทแม่สั่งเปลี่ยนนโยบายดูแลลูกค้าแบบฟ้าผ่า คนใช้รถในไทยจะไม่ถูกเทเหมือนงานนี้หรือ?"
"รถยนต์คือสินทรัพย์ราคาแพง ลูกค้าซื้อความมั่นใจ ไม่ใช่ซื้อความเสี่ยง"
4. บททดสอบครั้งใหญ่ของ Chery Group
แม้ทางแบรนด์จะยืนยันว่าแผนการผลิตและโครงการยานยนต์ต่างๆ ยังคงเดินหน้าตามปกติ แต่บาดแผลทางความรู้สึก (Emotional Damage) ได้เกิดขึ้นแล้ว ทั้งกับพันธมิตร สื่อมวลชน และโดยเฉพาะกับ "ลูกค้า"
วิกฤติครั้งนี้เป็นบทเรียนราคาแพงของการทำธุรกิจข้ามชาติ หาก Chery Group ไม่เร่งออกมาอธิบายให้โปร่งใส หรือไม่มีมาตรการเยียวยาความเชื่อมั่นที่เด็ดขาดพอ เหตุการณ์ "เทงาน 4 ทุ่ม" อาจกลายเป็นภาพจำที่ฉุดรั้งการเติบโตของแบรนด์ Omoda & Jaecoo ในสมรภูมิรถยนต์ไฟฟ้าไทยที่กำลังแข่งเดือดขั้นสุด


