posttoday

เมื่อความรู้สึกผู้ใช้โดนท้าทาย เหตุ Omoda & Jaecoo เลื่อนเปิดโรงงาน

26 กุมภาพันธ์ 2569

วิกฤติศรัทธาค่ายรถจีน Chery ยกเลิกเปิดโรงงานกะทันหันตอน 4 ทุ่ม ดีลเลอร์-นักข่าวเคว้งที่ระยอง โซเชียลแห่ตั้งคำถามถึงมาตรฐานและการบริการหลังการขายในอนาคต

KEY

POINTS

  • โอโมดา แอนด์ เจคู ประกาศยกเลิกงานเปิดโรงงานที่ระยองอย่างกะทันหันเพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนเริ่มงาน โดยอ้างเหตุสุดวิสัยของผู้บริหารจากจีน
  • การตัดสินใจดังกล่าวถูกมองว่าเป็นการสั่งการโดยตรงจากบริษัทแม่ที่จีน สะท้อนปัญหาการบริหารที่สร้างความสับสนและส่งผลกระทบต่อดีลเลอร์และพันธมิตร
  • เหตุการณ์นี้ได้ทำลายความเชื่อมั่นของผู้บริโภคอย่างรุนแรง โดยเกิดความกังวลลุกลามไปถึงความน่าเชื่อถือด้านการบริการหลังการขายในระยะยาว

เมื่อคำว่า "เหตุสุดวิสัย" สั่นคลอนความเชื่อมั่นทั้งแบรนด์

การเปิดโรงงานผลิตรถยนต์มูลค่ากว่า 5,000 ล้านบาท ไม่ใช่งานอีเวนต์ที่จะสามารถสั่งยกเลิกได้เพียงชั่วข้ามคืน เพราะนี่คือ "หน้าตา" และ "สเตทเมนต์" สำคัญของ Chery Automobile Group ที่กำลังประกาศปักหมุดฐานการผลิตในไทย

การที่บริษัท โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) จำกัด ให้ PR Agency ไล่โทรศัพท์แจ้งยกเลิกงานกลางดึกตอน 4 ทุ่มของคืนวันที่ 25 ก.พ. ก่อนงานเริ่มในเช้าวันที่ 26 ก.พ. จึงเป็นเหตุการณ์ช็อกวงการที่ไม่เคยมีมาก่อน
 

เมื่อความรู้สึกผู้ใช้โดนท้าทาย เหตุ Omoda & Jaecoo เลื่อนเปิดโรงงาน

1. ภาพสะท้อนการบริหารแบบ "สั่งการเบ็ดเสร็จ" จากจีน

เหตุผลที่ระบุว่า "ผู้บริหารระดับสูงชาวจีนประสบเหตุสุดวิสัย" เป็นข้ออ้างที่สร้างคำถามตามมามากมาย แหล่งข่าวในวงการระบุชัดเจนว่า การตัดสินใจหักดิบครั้งนี้เป็นคำสั่งสายตรงจากบริษัทแม่ที่จีน

โดยที่ "ผู้บริหารชาวไทย พนักงาน รวมถึงดีลเลอร์" ก็เพิ่งรับทราบก่อนหน้าสื่อมวลชนเพียงไม่กี่ชั่วโมง สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงโครงสร้างอำนาจแบบ Centralized Management ที่ละเลยความอ่อนไหวในการทำธุรกิจและมารยาททางสังคมในไทยอย่างชัดเจน

2. ปฏิกิริยาของดีลเลอร์: ความสับสนและต้นทุนที่สูญเปล่า

ผลกระทบหน้างานตกไปอยู่ที่เครือข่ายผู้แทนจำหน่าย (ดีลเลอร์) และสื่อมวลชนที่ลงทุนลางาน จองโรงแรม และเดินทางไปแสตนด์บายรอที่จังหวัดชลบุรีและระยองล่วงหน้าแล้ว

หลายเสียงจากดีลเลอร์แสดงความผิดหวังและสับสนกับความเป็นมืออาชีพของแบรนด์ เพราะงานระดับนี้มีการเชิญแขก VIP ทั้งรัฐมนตรีและข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ การถูก "เท" กลางอากาศไม่เพียงแต่เสียค่าใช้จ่าย แต่ยังเสียหน้าและบั่นทอนกำลังใจของคนทำงานด่านหน้า

เมื่อความรู้สึกผู้ใช้โดนท้าทาย เหตุ Omoda & Jaecoo เลื่อนเปิดโรงงาน

3. โซเชียลมีเดียพิพากษา: วิกฤติศรัทธาลามถึงบริการหลังการขาย

บนโลกออนไลน์ ทิศทางของคอมเมนต์เต็มไปด้วยความกังวลและเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก โดยประเด็นหลักไม่ได้อยู่ที่เรื่องการเปิดโรงงาน แต่ลุกลามไปถึงความเชื่อมั่นในการใช้งานระยะยาว:

"ถ้าแค่งานระดับชาติยังบริหารจัดการให้ราบรื่นไม่ได้ แล้วการจัดการอะไหล่จะเป็นอย่างไร?"

"หากวันหนึ่งบริษัทแม่สั่งเปลี่ยนนโยบายดูแลลูกค้าแบบฟ้าผ่า คนใช้รถในไทยจะไม่ถูกเทเหมือนงานนี้หรือ?"

"รถยนต์คือสินทรัพย์ราคาแพง ลูกค้าซื้อความมั่นใจ ไม่ใช่ซื้อความเสี่ยง"
เมื่อความรู้สึกผู้ใช้โดนท้าทาย เหตุ Omoda & Jaecoo เลื่อนเปิดโรงงาน

4. บททดสอบครั้งใหญ่ของ Chery Group

แม้ทางแบรนด์จะยืนยันว่าแผนการผลิตและโครงการยานยนต์ต่างๆ ยังคงเดินหน้าตามปกติ แต่บาดแผลทางความรู้สึก (Emotional Damage) ได้เกิดขึ้นแล้ว ทั้งกับพันธมิตร สื่อมวลชน และโดยเฉพาะกับ "ลูกค้า"

วิกฤติครั้งนี้เป็นบทเรียนราคาแพงของการทำธุรกิจข้ามชาติ หาก Chery Group ไม่เร่งออกมาอธิบายให้โปร่งใส หรือไม่มีมาตรการเยียวยาความเชื่อมั่นที่เด็ดขาดพอ เหตุการณ์ "เทงาน 4 ทุ่ม" อาจกลายเป็นภาพจำที่ฉุดรั้งการเติบโตของแบรนด์ Omoda & Jaecoo ในสมรภูมิรถยนต์ไฟฟ้าไทยที่กำลังแข่งเดือดขั้นสุด

บิลล์ จาง รองประธานของ โอโมด้า&เจคู

ข่าวล่าสุด

เจาะดีล BYD ทุ่มกว่า 374 ล้าน ซื้อ บล.คิงส์ฟอร์ด ปรับโครงสร้างสู่ “โฮลดิ้ง“