posttoday

จุฬาฯ เปิดตัว “สยามควอนตัมสแควร์” ก้าวแรกของระบบนิเวศควอนตัมไทย

05 กุมภาพันธ์ 2569

ควอนตัมกำลังหลุดออกจากสมการยาก ๆ สู่สนามจริงของโลกเทคโนโลยี และไทยกำลังเริ่มวางหมากสำคัญ เพื่อไม่ให้อนาคตถูกกำหนดโดยคนอื่น

KEY

POINTS

  • จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้เปิดตัว “ศูนย์สยามควอนตัมสแควร์” ซึ่งเป็นศูนย์ควอนตัมที่ใหญ่ที่สุดในไทย โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างระบบนิเวศควอนตัมและผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้านเทคโนโลยีควอนตัมในระดับภูมิภาค
  • ศูนย์ฯ มุ่งเน้นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่แข็งแกร่งกับทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนชั้นนำอย่าง IBM และ QTFT รวมถึงสถาบันการศึกษาและวิจัยในต่างประเทศ เพื่อเชื่อมโยงงานวิจัยสู่การประยุกต์ใช้จริงในเชิงธุรกิจ
  • หนึ่งในภารกิจสำคัญคือการพัฒนาบุคลากร โดยการสร้างหลักสูตรการศึกษาระดับปริญญาโท-เอก และหลักสูตรระยะสั้นสำหรับผู้บริหาร เพื่อเตรียมความพร้อมให้ภาคธุรกิจและสร้าง "นวัตกร" สำหรับอนาคตของประเทศ

เมื่อ “ควอนตัม” ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป

ในอดีต “ควอนตัม” อาจเป็นคำที่ฟังดูซับซ้อน เต็มไปด้วยสมการและภาพของนักฟิสิกส์ในห้องทดลอง แต่วันนี้เทคโนโลยีควอนตัมกำลังก้าวออกจากโลกวิชาการสู่การเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีสำคัญของศตวรรษที่ 21 เทียบชั้นกับปัญญาประดิษฐ์หรืออินเทอร์เน็ต สิ่งที่น่าสนใจคือ ประเทศไทยเองกำลังเริ่มขยับบทบาทจากผู้ติดตาม มาสู่การเป็นผู้ร่วมสร้างระบบนิเวศควอนตัมอย่างจริงจัง

 

ควอนตัมคือหัวใจของการทำความเข้าใจธรรมชาติในระดับที่เล็กที่สุด แต่ในเวลาเดียวกันก็เป็นกุญแจสำคัญของเทคโนโลยีใหม่ ตั้งแต่คอมพิวเตอร์ที่ทรงพลังเหนือขีดจำกัดเดิม ระบบความปลอดภัยข้อมูลที่แทบไม่สามารถเจาะได้ ไปจนถึงเซนเซอร์ที่มีความแม่นยำสูงกว่าที่มนุษย์เคยทำได้ เทคโนโลยีเหล่านี้ล้วนตั้งอยู่บนหลักการเดียวกัน นั่นคือกฎของกลศาสตร์ควอนตัม

 

จุฬาฯ เปิดตัว “สยามควอนตัมสแควร์” ก้าวแรกของระบบนิเวศควอนตัมไทย

 

จุฬาฯ เปิด ‘ศูนย์สยามควอนตัมสแควร์’ 

ขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางด้านเทคโนโลยีควอนตัมระดับภูมิภาค เดินหน้าลงนาม MOU กับพันธมิตร เพื่อเปลี่ยนผ่านประเทศจากสถานะผู้ใช้เทคโนโลยีไปสู่เจ้าของเทคโนโลยี ผลักดันเศรษฐกิจฐานนวัตกรรม สร้างความมั่นคงทางไซเบอร์ และยกระดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ล่าสุด ผนึกความร่วมมือกับภาคธุรกิจและสถาบันการศึกษาชั้นนำ “IBM–บัณฑิตวิทยาลัย–QTFT” พัฒนาหลักสูตรระยะสั้นและหลักสูตรผู้บริหาร เพื่อเตรียมความพร้อมให้ภาคธุรกิจปรับตัวเข้าสู่ยุคควอนตัม

 

จุฬาฯ เปิดตัว “สยามควอนตัมสแควร์” ก้าวแรกของระบบนิเวศควอนตัมไทย

 

ศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดีจุฬาฯ เป็นประธานในงานเปิดตัว “ศูนย์สยามควอนตัม
สแควร์” เมื่อวันจันทร์ที่ 26 มกราคม 2569 ณ ชั้น G สามย่านมิตรทาวน์ โดยกล่าวว่า “ในปี 2569 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ด้วยการเปิดตัว Siam Quantum Square ซึ่งถือเป็นศูนย์ควอนตัมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โดยตั้งเป้าให้เป็นศูนย์กลางข้อมูลและการพัฒนาทางด้านควอนตัมที่ได้รับความร่วมมือและการสนับสนุนจากทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และมหาวิทยาลัยชั้นนำในระดับนานาชาติ

 

โครงการนี้มุ่งเน้นการสร้าง “นวัตกร” ทางด้านวิทยาศาสตร์ให้เกิดขึ้นในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการผลักดันให้นักวิทยาศาสตร์และนักฟิสิกส์จากคณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ สร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อขับเคลื่อนประเทศ การดำเนินงานของศูนย์นี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การเรียนการสอนในตำรา แต่เป็นการสอนความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง”

 

จุฬาฯ เปิดตัว “สยามควอนตัมสแควร์” ก้าวแรกของระบบนิเวศควอนตัมไทย

 

จากฟิสิกส์เชิงทฤษฎี สู่เทคโนโลยีเปลี่ยนโลก

จุดเด่นของควอนตัมอยู่ที่คุณสมบัติพิเศษของอนุภาค เช่น การที่สิ่งหนึ่งสามารถอยู่ได้หลายสถานะในเวลาเดียวกัน หรือการที่อนุภาคสองตัวซึ่งอยู่ห่างไกลกันมากยังคงเชื่อมโยงถึงกันได้ คุณสมบัติเหล่านี้อาจฟังดูขัดกับสามัญสำนึก แต่กลับเปิดโอกาสให้มนุษย์พัฒนาเทคโนโลยีรูปแบบใหม่โดยสิ้นเชิง ตัวอย่างที่ใกล้ตัวกว่าที่คิดคือ เทคโนโลยีทางการแพทย์อย่าง MRI หรือระบบอิเล็กทรอนิกส์สมัยใหม่ ซึ่งล้วนมีรากฐานจากความเข้าใจฟิสิกส์ควอนตัม

 

เมื่อประเทศมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ จีน และสหภาพยุโรปต่างทุ่มงบประมาณมหาศาลให้กับการพัฒนาเทคโนโลยีควอนตัม คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ “ควอนตัมจะเปลี่ยนโลกหรือไม่” แต่คือ “ใครจะเป็นผู้กำหนดทิศทางของมัน” และนี่เองที่ทำให้ประเทศไทยต้องเริ่มวางหมากในสนามนี้อย่างจริงจัง

 

จุฬาฯ เปิดตัว “สยามควอนตัมสแควร์” ก้าวแรกของระบบนิเวศควอนตัมไทย

 

“สยามควอนตัมสแควร์” ก้าวแรกของระบบนิเวศควอนตัมไทย

การเปิดตัว “ศูนย์สยามควอนตัมสแควร์” ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของวงการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไทย ศูนย์แห่งนี้ไม่ได้ถูกออกแบบมาเป็นเพียงพื้นที่วิจัย แต่เป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงการเรียนการสอน งานวิจัย นวัตกรรม และความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรมเข้าด้วยกัน เป้าหมายสำคัญคือการสร้างคนไทยที่เข้าใจควอนตัมในระดับที่สามารถพัฒนาและประยุกต์ใช้เทคโนโลยีได้จริง

 

ความร่วมมือกับพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก สะท้อนให้เห็นว่าควอนตัมไม่ใช่เรื่องไกลตัวของมหาวิทยาลัยอีกต่อไป แต่กำลังถูกวางตำแหน่งให้เป็นเทคโนโลยีที่เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจ การแข่งขัน และความมั่นคงของประเทศในระยะยาว

 

“ศูนย์สยามควอนตัมสแควร์” ได้ร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับ Quantum Technology Foundation (Thailand) [QTFT] ซึ่งเป็น บริษัทสตาร์ทอัพด้านควอนตัมของไทย โดยมุ่งเน้นงานวิจัยด้าน Advanced Optimization และมีแผนขยายไปสู่ การวิจัยด้าน Quantum Optimization ในอนาคต ซึ่งจะช่วยยกระดับประสิทธิภาพของระบบการจัดการในภาคธุรกิจต่าง ๆ ให้ดียิ่งขึ้น รวมทั้งศูนย์ฯ ยังได้รับความร่วมมือจากภาคธุรกิจอื่น ๆ ได้แก่ Portfolio Optimization with Quantum Computers, Western Digital Corporation (ประเทศไทย) 

 

และในระยะอันใกล้ยังมีแผนที่จะขยายความร่วมมือเพิ่มเติมกับบริษัท Denso และสถาบัน National Institute of Advance Industrial Science and Technology (AIST) ประเทศญี่ปุ่น

 

ทั้งนี้ “ศูนย์สยามควอนตัมสแควร์”  ยังมุ่งสร้างเครือข่ายความร่วมมือในทุกมิติ ตั้งแต่สถาบันการศึกษา ภาคอุตสาหกรรมในประเทศไปจนถึงพันธมิตรระดับโลก โดยล่าสุดได้เตรียมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับ IBM ประเทศไทย สถาบัน National Institute of Advanced Industrial Science and Technology (AIST) ประเทศญี่ปุ่น และบริษัท Qunova Computing ประเทศเกาหลี และมีแผนขยายความร่วมมือไปยังภาคเอกชนชั้นนำอีกหลายแห่ง อาทิ Western Digital Corporation (Thailand) และ SCB เพื่อนำเทคโนโลยีควอนตัมไปแก้ไขปัญหาเชิงธุรกิจ ความปลอดภัยของข้อมูล การแพทย์ และสังคม

 

ควอนตัมกับอนาคตเศรษฐกิจและสังคมไทย

เทคโนโลยีควอนตัมมีศักยภาพในการเปลี่ยนแปลงหลายภาคส่วนพร้อมกัน ตั้งแต่การแพทย์ การเงิน พลังงาน ไปจนถึงความปลอดภัยไซเบอร์ การคำนวณที่ซับซ้อนซึ่งเคยใช้เวลานานหลายปี อาจถูกย่นย่อเหลือเพียงไม่กี่นาที ข้อมูลสำคัญของภาครัฐและเอกชนสามารถได้รับการปกป้องในระดับที่สูงกว่าระบบเข้ารหัสแบบเดิมหลายเท่า และการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่สามารถทำได้รวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น

 

สำหรับประเทศไทย การเริ่มต้นลงทุนในองค์ความรู้และบุคลากรด้านควอนตัมตั้งแต่วันนี้ คือการเตรียมความพร้อมสำหรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ไม่เพียงเพื่อการแข่งขันในเวทีโลก แต่เพื่อสร้างโอกาสใหม่ให้กับคนรุ่นใหม่ นักวิจัย และสตาร์ทอัพไทย ในการมีบทบาทบนเวทีเทคโนโลยีระดับสูง

 

ก้าวเล็ก ๆ ที่อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

แม้เทคโนโลยีควอนตัมยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น และต้องใช้เวลาอีกหลายปีในการพัฒนาให้พร้อมใช้งานในวงกว้าง แต่การที่สถาบันการศึกษาชั้นนำของไทยเริ่มวางรากฐานอย่างเป็นระบบ คือสัญญาณสำคัญว่าประเทศไทยกำลังเลือก “ไม่ยืนดูอยู่ข้างสนาม” อีกต่อไป

 

ควอนตัมอาจเป็นเรื่องของโลกที่เล็กที่สุด แต่ผลกระทบของมันอาจยิ่งใหญ่ในระดับประเทศ และในวันที่เทคโนโลยีนี้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน จุดเริ่มต้นเล็ก ๆ อย่าง “สยามควอนตัมสแควร์” อาจถูกจดจำว่าเป็นหนึ่งในก้าวสำคัญที่ทำให้ไทยเริ่มต้นเดินบนเส้นทางแห่งอนาคตได้อย่างมั่นคง

 

นอกจากนี้ ‘ศูนย์สยามควอนตัมสแควร์’ ยังได้พัฒนาหลักสูตรนานาชาติระดับปริญญาโทและปริญญาเอก เกี่ยวกับด้านเทคโนโลยีควอนตัมโดยตรง โดยมุ่งเน้นทั้งทางด้านตัวทฤษฎีและปฏิบัติเพื่อเตรียมความพร้อมให้ ผู้เรียนสำหรับการมาถึงตลาดงานทางด้านควอนตัมทั่วโลก โดยทางศูนย์ฯ ยังเตรียมร่วมมือหารือโครงการแลกเปลี่ยนนิสิตและบุคลากรกับมหาวิทยาลัย Korea Advanced Institute of Science & Technology (KAIST)  ประเทศเกาหลี และสถาบันวิจัย National Institute for Materials Science (NIMS) ประเทศญี่ปุ่น อีกทั้งพร้อมร่วมมือกับ IBM บัณฑิตวิทยาลัย และ QTFT เพื่อพัฒนาหลักสูตรระยะสั้นและหลักสูตรสำหรับผู้บริหาร เตรียมความพร้อมให้ภาคธุรกิจไทยในการเข้าสู่ยุคควอนตัม

 

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/share/p/1C23pAZ79B/

ข่าวล่าสุด

ซีพี แอ็กซ์ตร้า โชว์ศักยภาพจัดการขยะอาหารบนเวทีระดับภูมิภาค 2026