posttoday

OMODA & JAECOO รุกปี 69 ตั้งเป้ายอดโต ควบคู่ยกระดับบริการ

05 กุมภาพันธ์ 2569

บิลล์ จาง มั่นใจตลาด EV ไทยโตต่อเนื่อง พร้อมส่ง OMODA & JAECOO รุกหนักปี 69 ผนึกแผนบริการหลังการขาย 5 เสาหลักและอะไหล่แสนชิ้นเพื่อความยั่งยืน

KEY

POINTS

  • โอโมดา แอนด์ เจคู ตั้งเป้าเติบโตอย่างยั่งยืนในปี 2569 พร้อมสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคท่ามกลางการแข่งขันในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า
  • ยกระดับบริการหลังการขายสู่มาตรฐานสากลด้วยยุทธศาสตร์ 5 เสาหลัก ครอบคลุมทั้งบุคลากร, กระบวนการ, การจัดการอะไหล่, เครื่องมือ และศูนย์บริการ
  • เตรียมความพร้อมด้านอะไหล่ครั้งใหญ่ ตั้งเป้าสต็อกรวม 120,000 ชิ้น และมีแผนจัดตั้งศูนย์ซ่อมแบตเตอรี่ (Battery Center) เพื่อสร้างความมั่นใจให้ลูกค้า

โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) ประกาศทิศทางธุรกิจปี 2569 มุ่งเน้นการสร้างความยั่งยืนและยกระดับความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคชาวไทย โดย บิลล์ จาง รองประธานแบรนด์โอโมดา แอนด์ เจคู ประเทศไทย และ AIMOGA ได้เน้นย้ำถึงวิสัยทัศน์ในการเติบโตท่ามกลางการแข่งขันที่เข้มข้นของตลาดรถยนต์ไฟฟ้า
 

บิลล์ จาง รองประธานแบรนด์โอโมดา แอนด์ เจคู ประเทศไทย และ AIMOGA

ทิศทางธุรกิจและเป้ายอดขายปี 2569

แม้ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ยอดจองรถยนต์ในภาพรวมจะมีการชะลอตัวจากการปรับราคา แต่การส่งมอบรถยนต์ยังคงมีความแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง. คุณบิลล์ จาง มองว่าตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ในปีนี้มีศักยภาพที่จะเติบโตขึ้นมากกว่าปีที่ผ่านมา โดยได้รับแรงหนุนจากการเข้ามาของแบรนด์ใหม่และผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายมากขึ้น

บิลล์ จาง ได้ระบุถึงความมุ่งมั่นในการสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งว่า "เราให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับบริการหลังการขายและพร้อมสนับสนุนการเติมสต็อกอะไหล่อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่าลูกค้าจะได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุดโดยไม่มีปัญหาอะไหล่คงค้าง"

OMODA & JAECOO รุกปี 69 ตั้งเป้ายอดโต ควบคู่ยกระดับบริการ

ยกระดับ 5 เสาหลักบริการหลังการขาย

เพื่อให้สอดรับกับเป้ายอดขายที่เพิ่มขึ้น ธีระพันธุ์ ละอองศรี ผู้อำนวยการฝ่ายบริการหลังการขาย ได้กางแผนยุทธศาสตร์ 5 เสาหลัก เพื่อยกระดับศูนย์บริการให้เป็นมาตรฐานสากล. แผนงานนี้ประกอบด้วยการจัดเตรียมกำลังคน (Manpower) ให้เพียงพอ, การใช้ขั้นตอนการบริการ (Service Process) 7 ขั้นตอน, การจัดการอะไหล่ (Parts Management) ที่ครอบคลุม, การจัดหาเครื่องมือมาตรฐาน (Tooling) ให้ได้มากกว่า 80% และการปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวก (Facility) ตามมาตรฐาน CI/VI

ธีระพันธุ์ กล่าวถึงความตั้งใจในการทำงานว่า "ผมจะนำประสบการณ์และสิ่งดีๆ จากแบรนด์ญี่ปุ่นกว่า 30 ปี มาพัฒนาและปรับใช้ เพื่อผลักดันการบริการของเราให้ดีที่สุดและสร้างความรู้สึกที่เหนือความคาดหมายให้กับลูกค้า"

ระบบคลังอะไหล่และการดูแลเทคโนโลยี EV

บริษัทได้เตรียมความพร้อมด้านอะไหล่ครั้งใหญ่ โดยมีการนำเข้าอะไหล่กว่า 13 ตู้คอนเทนเนอร์ หรือมากกว่า 42,000 ชิ้น และตั้งเป้าสต็อกรวมให้ถึง 120,000 ชิ้น เพื่อรองรับความต้องการทั่วประเทศ. นอกจากนี้ยังมีระบบสนับสนุนด้านเทคนิคผ่านระบบ DTQR ที่พร้อมตอบกลับแนวทางแก้ไขปัญหาให้ช่างเทคนิคภายใน 4 ชั่วโมง
 ธีระพันธุ์ ละอองศรี ผู้อำนวยการฝ่ายบริการหลังการขาย

5 เสาหลักสู่มาตรฐานบริการระดับโลก

หัวใจสำคัญของแผนงานในปี 2569 คือการสร้างมาตรฐาน 5 เสาหลักในทุกศูนย์บริการ ประกอบด้วย

• กำลังคน (Manpower): การจัดเตรียมเจ้าหน้าที่ให้เพียงพอ ทั้งช่างเทคนิค ที่ปรึกษาการบริการ และเจ้าหน้าที่ดูแลลูกค้า (CRO) ซึ่งเป็นเกณฑ์ขั้นต่ำที่ทุกศูนย์ต้องมี

• ขั้นตอนการบริการ (Service Process): ปฏิบัติตามมาตรฐาน 7 ขั้นตอน (Customer Touchpoint) เพื่อคุณภาพที่สม่ำเสมอทุกแห่ง

• การจัดการอะไหล่ (Parts Management): สำรองอะไหล่ให้เพียงพอ ทั้งกลุ่มบำรุงรักษา อะไหล่สึกหรอ และอะไหล่ตัวถัง

• เครื่องมือและอุปกรณ์ (Tooling & Equipment): ศูนย์บริการต้องมีอุปกรณ์มาตรฐานไม่น้อยกว่า 80% ของรายการที่กำหนด เพื่อความแม่นยำในการซ่อมบำรุง

• สิ่งอำนวยความสะดวก (Facility & CI/VI): การออกแบบพื้นที่ต้อนรับและห้องพักรับรองลูกค้าตามมาตรฐานภาพลักษณ์องค์กร เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีตั้งแต่วันแรกที่ใช้บริการ

OMODA & JAECOO รุกปี 69 ตั้งเป้ายอดโต ควบคู่ยกระดับบริการ

การันตีคุณภาพรถใหม่ (PDI) และการดูแลแบตเตอรี่

โอโมดา แอนด์ เจคู ยังให้ความสำคัญกับกระบวนการตรวจสอบและส่งมอบรถยนต์ใหม่ (End-to-End PDI) ที่เข้มงวดถึง 8 ขั้นตอน เริ่มตั้งแต่การตรวจสภาพที่ท่าเรือแบบ 360 องศา ไปจนถึงการตรวจสอบระบบแรงสูงและซอฟต์แวร์ของรถ EV อย่างละเอียดก่อนส่งถึงมือลูกค้า

สำหรับลูกค้าที่รอรับอุปกรณ์เสริม เช่น วอลล์ชาร์จเจอร์ (Wall Charger) บริษัทจะดำเนินการติดตั้งให้แล้วเสร็จภายในเดือนเมษายน 2569 ขณะที่รถรุ่น KD ที่ประกอบในประเทศจะได้รับอุปกรณ์ครบถ้วนพร้อมส่งมอบทันที

OMODA & JAECOO รุกปี 69 ตั้งเป้ายอดโต ควบคู่ยกระดับบริการ

ในส่วนของรถยนต์ใหม่ บริษัทได้นำระบบตรวจสอบ PDI 8 ขั้นตอนมาใช้ ตั้งแต่การตรวจสภาพที่ท่าเรือแบบ 360 องศา ไปจนถึงการตรวจสอบระบบแรงสูงและซอฟต์แวร์ของรถ EV อย่างละเอียด และเพื่อสร้างความมั่นใจในระยะยาว บริษัทยังอยู่ระหว่างการศึกษาเพื่อจัดตั้ง "Battery Center" สำหรับซ่อมแซมแบตเตอรี่เฉพาะจุด (Battery Repair) แทนการเปลี่ยนทั้งแผง ซึ่งจะช่วยลดระยะเวลาการรอและลดต้นทุนเบี้ยประกันภัยให้กับลูกค้า

"เรามุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากการเติบโตที่รวดเร็ว ด้วยการลงทุนและวางแผนเชิงกลยุทธ์ เพื่อสร้างความพึงพอใจและความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าอย่างยั่งยืน" บริษัทฯ กล่าวสรุปถึงความมุ่งมั่นในปี 2569

ข่าวล่าสุด

"ปิ่นเกล้า" จากทางผ่าน พลิกโฉมสู่ New Urban Node แห่งกรุงเทพฯตะวันตก