จตุพร ชูโมเดลพลิกเศรษฐกิจอีสาน "แก้น้ำแล้ง - ดันเหมืองโปแตช"
จตุพร บุรุษพัฒน์ พรรคโอกาสใหม่ ร่วมแสดงวิสัยทัศน์ในเวทีดีเบตรายการ "NATION ELECTION 2569 จุดเปลี่ยนประเทศไทย" เสนอแนวนโยบายยกระดับภาคอีสาน
KEY
POINTS
- ดันโปรเจกต์พลิกโฉมอีสาน ชูนโยบายขุด "แร่โปแตช" เพื่อผลิตปุ๋ยสร้างรายได้ และเสนอสร้าง "กระเช้าขึ้นภูกระดึง" เพื่อยกระดับการท่องเที่ยวระดับโลก
- ปลดล็อกโครงสร้างเพื่อ SMEs เร่งจัดการน้ำ "โขง-ชี-มูล" แก้แล้ง-ท่วม และใช้ "กิโยตินกฎหมาย" ลดขั้นตอนราชการ เพื่อให้ผู้ประกอบการเข้าถึงโอกาสง่ายขึ้น
- ล้างบางธุรกิจสีเทา-ทุนจีน ใช้เทคโนโลยีคุมเข้มการเข้าเมือง (ตม.) และเน้นมาตรการ "จับจริง-ลงโทษจริง" ไม่มีการจับแล้วปล่อย เพื่อปกป้องระบบเศรษฐกิจไทย
เมื่อวันที่ 31 ม.ค. 2569 เนชั่นทีวี เปิดเวทีดีเบตสัญจรในรายการ NATION ELECTION 2569 จุดเปลี่ยนประเทศไทย เวทีภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ณ ลานเดอะแลนด์ ยูดีทาวน์ จังหวัดอุดรธานี ตั้งแต่เวลา 17.00 น. เปิดพื้นที่ให้ประชาชนรับฟังวิสัยทัศน์และนโยบายจากแกนนำพรรคการเมืองในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนวันเลือกตั้ง
นายจตุพร บุรุษพัฒน์ จากพรรคโอกาสใหม่ ได้เสนอแนวนโยบายยกระดับภาคอีสาน มุ่งเน้นการแก้ปัญหาโครงสร้างพื้นฐาน การท่องเที่ยว และการปราบปรามธุรกิจผิดกฎหมาย
ชู 3 วาระเร่งด่วน: จัดการน้ำ-เหมืองโปแตช-ท่องเที่ยว
นายจตุพร กล่าวถึงแนวทางการพัฒนาภาคอีสานโดยเน้น 3 เรื่องหลัก ได้แก่
- การบริหารจัดการน้ำ: เนื่องจากพื้นที่ภาคอีสาน 101 ล้านไร่ ประสบปัญหาน้ำท่วมและภัยแล้งซ้ำซาก จำเป็นต้องเร่งจัดการระบบแม่น้ำโขง ชี มูล ให้มีประสิทธิภาพ เพื่อให้มีน้ำเพียงพอสำหรับการอุปโภคบริโภคและการเกษตร
- ขุดเจาะแร่โปแตช: ชี้ว่าอีสานมีแหล่งแร่โปแตชจำนวนมาก โดยเฉพาะในจังหวัดอุดรธานี ซึ่งหากมีการศึกษาและพัฒนาอย่างเป็นระบบ จะสามารถนำมาผลิตปุ๋ย สร้างรายได้มหาศาลกลับคืนสู่ท้องถิ่น
- ยกระดับการท่องเที่ยว: ผลักดันแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและมรดกโลก ทั้งเขาใหญ่ จีโอปาร์ค (Geopark) ที่โคราช และขอนแก่น พร้อมตั้งคำถามถึงความเป็นไปได้ในการสร้าง "กระเช้าขึ้นภูกระดึง" เพื่ออำนวยความสะดวกและดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาในพื้นที่มากยิ่งขึ้น โดยต้องควบคู่ไปกับการกระจายความเจริญสู่เมืองรอง
ปั้น Soft Power จาก "ฟอสซิล-บ้านเชียง"
สำหรับนโยบาย Soft Power นายจตุพรเสนอให้ดึงจุดเด่นทางประวัติศาสตร์และธรณีวิทยามาใช้ประโยชน์ เช่น แหล่งขุดค้นซากไดโนเสาร์ในกาฬสินธุ์และขอนแก่น หรือแหล่งมรดกโลกบ้านเชียง จ.อุดรธานี โดยนำวัฒนธรรมเหล่านี้มาต่อยอดเป็นสินค้าและของที่ระลึก เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและรายได้ให้กับชุมชนอย่างยั่งยืน
แก้กฎหมายช่วย SMEs - หนุนพลังงานสะอาด
สำหรับประเด็นการช่วยเหลือ SMEs นายจตุพรระบุว่า ต้องแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างทั้งระบบน้ำและดิน รวมถึงการปฏิรูปกฎหมาย หรือ "กิโยตินกฎหมาย" เพื่อลดขั้นตอนที่ยุ่งยาก ให้การขอใบอนุญาตครบจบในจุดเดียว (One Stop Service) เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงแหล่งเงินทุนและโอกาสได้ง่ายขึ้น
นอกจากนี้ ยังชี้ให้เห็นศักยภาพของภาคอีสานที่มีแสงแดดจัดและกระแสลม เหมาะแก่การพัฒนาพลังงานทางเลือก ซึ่งจะนำไปสู่ความยั่งยืนทางเศรษฐกิจ
ในช่วงท้าย นายจตุพรย้ำถึงมาตรการปราบปรามธุรกิจสีเทาและทุนจีนสีเทา โดยเสนอให้ใช้เทคโนโลยีและระบบตรวจสอบการเข้าเมืองอย่างเข้มงวด ตั้งแต่ด่านตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) พร้อมกำชับเรื่องการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง
"จับแล้วต้องมีบทลงโทษชัดเจน ไม่ใช่จับแล้วปล่อย เพื่อให้เกิดความหลาบจำและปกป้องระบบเศรษฐกิจของประเทศ" นายจตุพรกล่าวทิ้งท้าย


