ย้อนคำสั่ง ‘อนุทิน’ คาดโทษผู้ว่าฯ แก้ฝุ่นเหลว? กทม. อ่วมควันเผาหมื่นไร่
ย้อนดูคำสั่ง "อนุทิน" ปี 68 ที่คุมเข้มห้ามเผา 3 เดือน คาดโทษเด้งผู้ว่าฯ ละเว้นหน้าที่ แต่ปัจจุบันฝุ่นยังวิกฤต ล่าสุดพบการเผาทางทิศตะวันออกกว่า 1.3 หมื่นไร่ ส่งควันยักษ์คลุม กทม.
KEY
POINTS
- ย้อนดูคำสั่ง "อนุทิน" ปี 68 ที่คุมเข้มห้ามเผา 3 เดือน คาดโทษเด้งผู้ว่าฯ ละเว้นหน้าที่ แต่ปัจจุบันฝุ่นยังวิกฤต ล่าสุดพบการเผาทางทิศตะวันออกกว่า 1.3 หมื่นไร่ ส่งควันยักษ์คลุม กทม.
- กรุงเทพฯ เผชิญวิกฤตฝุ่น PM2.5 รุนแรง ซึ่งมีสาเหตุหลักจากกลุ่มควันขนาดใหญ่ที่เกิดจากการเผาในพื้นที่จังหวัดใกล้เคียงกว่า 13,000 ไร่
- ย้อนไปเมื่อปี 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล เคยมีคำสั่งเด็ดขาดห้ามเผาทุกประเภทเป็นเวลา 3 เดือน เพื่อแก้ปัญหาฝุ่นพิษ
- คำสั่งดังกล่าวได้คาดโทษผู้ว่าราชการจังหวัดไว้อย่างชัดเจนว่า หากปล่อยให้มีการเผาในพื้นที่ อาจถูกพิจารณาสั่งย้ายได้ทันที
วิกฤตฝุ่น PM 2.5 ที่กลับมาสร้างความเดือดร้อนอย่างหนักในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2569 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยข้อมูลที่น่าตกใจผ่านการถ่ายทอดสดว่า
พบกลุ่มควันขนาดใหญ่จากการเผาในจังหวัดใกล้เคียงทางทิศตะวันออก ซึ่งมีพื้นที่เผาไหม้รวมกว่า 13,000 ไร่ ส่งผลให้เกิดกลุ่มควันปกคลุมพื้นที่กว้างถึง 1,700 ตารางกิโลเมตร หรือเทียบเท่ากับพื้นที่กรุงเทพมหานครทั้งจังหวัด
สถานการณ์ที่เกิดขึ้นนำไปสู่การตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมาย โดยหากย้อนกลับไปเมื่อช่วงเดือนมกราคม 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ได้เคยออกคำสั่งที่เด็ดขาดและเข้มงวดที่สุดครั้งหนึ่ง
ย้อนนโยบาย “ไม้แข็ง” อนุทิน: ห้ามเผา 3 เดือน คาดโทษเด้งผู้ว่าฯ
ในการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2568 นายอนุทินได้ประกาศมาตรการ "ห้ามเผาทุกประเภทเป็นเวลา 3 เดือน" ไม่ว่าจะเป็นการเผาป่า เผาในที่โล่ง หรือเผาซากผลผลิตทางการเกษตร
โดยย้ำว่าต้องบังคับใช้กฎหมายตาม พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อย่างเคร่งครัด เนื่องจากเป็นสถานการณ์ภัยพิบัติระดับชาติ
นายอนุทินได้ส่งสัญญาณแรงไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศในขณะนั้นว่า “หากยังพบการเผา แสดงว่าผู้ว่าฯ ยังไม่ได้บังคับใช้กฎหมายอย่างเต็มที่”
พร้อมทั้งคาดโทษไว้ชัดเจนว่า หากผู้ว่าฯ คนใดละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือปล่อยให้มีการเผาเกิดขึ้น นายกรัฐมนตรีพร้อมที่จะเซ็นคำสั่งให้ย้ายมาช่วยราชการหรือ “เด้ง” ทันที เพื่อแสดงถึงความเอาจริงเอาจังของรัฐบาลในการจัดการวาระแห่งชาตินี้
จากคำสั่งสู่ความจริง
ปัญหาที่ยังแก้ไม่ตก แม้ในอดีตนายอนุทินจะระบุว่าได้มอบอำนาจเบ็ดเสร็จให้ผู้ว่าฯ และสั่งตั้งวอร์รูมแถลงความคืบหน้าทุกวัน รวมถึงเสนอความช่วยเหลือให้เกษตรกรเปลี่ยนจากการเผาเป็นการไถกลบ
แต่สถานการณ์ล่าสุดในปี 2569 ที่กรุงเทพฯ ต้องเผชิญกับกลุ่มควันยักษ์จากการเผากว่าหมื่นไร่ในจังหวัดใกล้เคียง ได้สะท้อนให้เห็นว่ามาตรการคุมเข้มและการคาดโทษที่เคยประกาศไว้อาจยังไม่สามารถหยุดยั้งต้นตอของปัญหาได้อย่างยั่งยืน
ขณะที่ทางกรุงเทพมหานครพยายามแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าด้วยการเสนอส่งรถดับเพลิงเข้าไปสนับสนุนพื้นที่ข้างเคียงและเตือนประชาชนกลุ่มเสี่ยงให้งดกิจกรรมกลางแจ้ง
แต่ในทางการเมือง นี่คือบททดสอบสำคัญว่าคำสั่งคาดโทษผู้ว่าฯ ที่เคยประกาศไว้อย่างแข็งกร้าว จะถูกนำมาใช้จริงเพื่อสร้างความรับผิดชอบต่อวิกฤตสุขภาพของประชาชนหรือไม่


