posttoday

“การตรวจสอบเครน” หัวใจความปลอดภัยงานยกยุคใหม่ ไม่ใช่แค่เรื่องของกฎหมาย

21 มกราคม 2569

DEXON ชี้ “การตรวจสอบเครน” ไม่ใช่แค่ทำตามกฎหมาย แต่คือกลไกบริหารความเสี่ยงเชิงวิศวกรรม หัวใจความปลอดภัยของงานยกยุคใหม่

KEY

POINTS

  • การตรวจสอบเครนควรถูกมองเป็นส่วนสำคัญของระบบบริหารความเสี่ยงเชิงวิศวกรรม ไม่ใช่เพียงการปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมาย เพื่อยกระดับความปลอดภัยและลดอุบัติเหตุร้ายแรง
  • การตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพต้องครอบคลุมทุกส่วนประกอบ ตั้งแต่โครงสร้าง อุปกรณ์ยก ไปจนถึงฐานราก โดยใช้เทคนิคขั้นสูงอย่างการตรวจสอบแบบไม่ทำลาย (NDT) เพื่อประเมินสภาพที่แท้จริงและค้นหาความเสียหายที่มองไม่เห็น
  • การอ้างอิงมาตรฐานสากล (ISO, ASME) และใช้ผู้เชี่ยวชาญอิสระในการตรวจสอบ จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือ ลดความเสี่ยงทางกฎหมาย และสนับสนุนการดำเนินงานขององค์กรอย่างยั่งยืน

"ในมุมมองระดับบริหารและด้านวิศวกรรม การตรวจสอบเครนและเครื่องจักรยกควรถูกมองเป็นส่วนหนึ่งของระบบบริหารความเสี่ยงเชิงวิศวกรรมขององค์กร ไม่ใช่เพียงขั้นตอนเพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดทางกฎหมาย"

 

การใช้งานเครนและเครื่องจักรยกเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่มีความเสี่ยงสูงในภาคก่อสร้างและอุตสาหกรรม เนื่องจากเกี่ยวข้องกับโครงสร้างรับแรง ระบบยก งานโครงสร้างชั่วคราว ฐานราก และการปฏิบัติงานในพื้นที่ที่อาจส่งผลกระทบต่อบุคลากรและสาธารณะโดยตรง ความผิดพลาดเพียงเล็กน้อยอาจนำไปสู่อุบัติเหตุร้ายแรง ทั้งต่อชีวิต ทรัพย์สิน และความต่อเนื่องของการดำเนินงาน ดังนั้น “การตรวจสอบเครน” จึงไม่ใช่เพียงขั้นตอนทางเอกสาร แต่เป็นหัวใจสำคัญของการบริหารความเสี่ยงเชิงวิศวกรรม

 

ในมุมมองทางวิศวกรรม งานยกหรือ Lifting Operations เป็นระบบงานที่มีความซับซ้อน ความเสี่ยงมักเกิดจากการสะสมของปัจจัยหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างเครน อุปกรณ์รับน้ำหนัก งานโครงสร้างชั่วคราว หรือการควบคุมงานในพื้นที่เสี่ยง แม้ความเสื่อมสภาพเพียงเล็กน้อยที่ไม่ถูกตรวจพบ ก็อาจส่งผลต่อเสถียรภาพของระบบโดยรวม ผู้เชี่ยวชาญจึงเห็นตรงกันว่าการตรวจสอบเครนควรทำหน้าที่เป็นกลไกควบคุมความเสี่ยง ไม่ใช่เพียงการปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมายเท่านั้น

 

ตามกฎหมายด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานของประเทศไทย เครนและเครื่องจักรยกถูกจัดเป็นเครื่องจักรที่มีความเสี่ยงสูง นายจ้างต้องจัดให้มีการตรวจสอบสภาพ ความมั่นคงแข็งแรง และความพร้อมใช้งานอย่างเป็นระบบ ทั้งก่อนเริ่มใช้งาน ระหว่างการใช้งานตามรอบระยะเวลา และภายหลังเกิดเหตุผิดปกติ พร้อมจัดเก็บบันทึกผลการตรวจสอบไว้เป็นหลักฐาน อย่างไรก็ตาม หากการตรวจสอบจำกัดอยู่เพียงการตรวจเอกสารหรือเช็กลิสต์ขั้นพื้นฐาน ก็อาจไม่เพียงพอในการสะท้อนระดับความเสี่ยงที่แท้จริงของงานยกในแต่ละสถานการณ์

 

การตรวจสอบเครนที่มีประสิทธิภาพควรครอบคลุมทั้งโครงสร้างเครน อุปกรณ์รับแรง เช่น ลวดสลิง ตะขอ แช็กเคิล จุดยก รวมถึงโครงสร้างชั่วคราวและฐานราก โดยอาศัยการวิเคราะห์เชิงวิศวกรรมควบคู่กับเทคนิคการตรวจสอบแบบไม่ทำลาย หรือ Non-Destructive Testing (NDT) เพื่อประเมินสภาพจริงของชิ้นส่วนรับแรงที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า วิธีการดังกล่าวช่วยให้สามารถตรวจพบความเสียหายภายใน วัดระดับความเสื่อมสภาพ และใช้ข้อมูลเชิงเทคนิคประกอบการตัดสินใจด้านความปลอดภัยได้อย่างแม่นยำมากขึ้น

 

ในระดับสากล แนวปฏิบัติด้านการตรวจสอบเครนยังอ้างอิงมาตรฐานและแนวทางทางวิศวกรรมที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง เช่น มาตรฐานของ International Organization for Standardization (ISO) ได้แก่ ISO 9712 และ ISO 17635 ซึ่งเกี่ยวข้องกับคุณสมบัติบุคลากรและกระบวนการตรวจสอบแบบไม่ทำลาย รวมถึงมาตรฐานของ American Society of Mechanical Engineers (ASME) โดยเฉพาะชุดมาตรฐาน ASME B30 ที่กำหนดหลักเกณฑ์ด้านความปลอดภัยสำหรับเครนและอุปกรณ์ยก การอ้างอิงแนวทางสากลดังกล่าวช่วยยกระดับความน่าเชื่อถือของกระบวนการตรวจสอบ และสนับสนุนการประเมินสภาพจริงของโครงสร้างและอุปกรณ์รับแรงบนพื้นฐานหลักวิศวกรรมที่เป็นสากล

 

สำหรับโครงการที่มีความซับซ้อนหรือมีผลกระทบสูง การใช้หน่วยงานตรวจสอบอิสระที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านนับเป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มความน่าเชื่อถือของผลการตรวจสอบ ลดความเสี่ยงทางกฎหมาย และเสริมสร้างระบบบริหารความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ โดย DEXON เป็นหนึ่งในผู้ให้บริการด้านการตรวจสอบเชิงวิศวกรรมและการตรวจสอบแบบไม่ทำลายที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในภาคอุตสาหกรรมพลังงานและอุตสาหกรรมขนาดใหญ่

 

นายอดิศักดิ์ มานะนัส ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการของ DEXON กล่าวว่า ในมุมมองระดับบริหารและด้านวิศวกรรม การตรวจสอบเครนและเครื่องจักรยกควรถูกมองเป็นส่วนหนึ่งของระบบบริหารความเสี่ยงเชิงวิศวกรรมขององค์กร ไม่ใช่เพียงขั้นตอนเพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดทางกฎหมาย การตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพต้องก้าวข้ามการตรวจตามรายการหรือเอกสาร และมุ่งประเมินสภาพจริงของโครงสร้างและชิ้นส่วนรับแรง ซึ่งความเสื่อมสภาพจำนวนมากเกิดขึ้นภายในและไม่สามารถตรวจพบได้ด้วยวิธีทั่วไป

 

การตรวจสอบเชิงลึกอย่างเป็นระบบโดยอาศัยเทคนิค NDT ควบคู่กับการวิเคราะห์เชิงวิศวกรรม จะช่วยให้องค์กรมีข้อมูลที่ถูกต้องสำหรับการวางแผนบำรุงรักษา การบริหารความเสี่ยง และการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ ทั้งด้านความปลอดภัย ความต่อเนื่องของการดำเนินงาน และความน่าเชื่อถือในระยะยาว

 

นอกจากนี้ นายอดิศักดิ์ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ในเชิงปฏิบัติ การตรวจสอบเครนที่มีประสิทธิภาพควรครอบคลุมตั้งแต่อายุการใช้งานและประวัติการทำงานของเครน การตรวจสอบอย่างครบถ้วนทุกครั้งที่มีการเคลื่อนย้ายและติดตั้งในพื้นที่ใหม่ ตลอดจนการตรวจสอบและยืนยันการใช้งานจริงให้สอดคล้องกับ Load Chart และสภาพการรองรับน้ำหนักของฐานราก เพื่อให้การใช้งานเป็นไปอย่างปลอดภัยและสอดคล้องกับหลักวิศวกรรม

 

ท้ายที่สุด การตรวจสอบเครนที่ยึดหลักการบริหารความเสี่ยง มีความเป็นอิสระ และอาศัยความเชี่ยวชาญเชิงวิศวกรรม ไม่เพียงช่วยยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยเท่านั้น แต่ยังช่วยลดความเสี่ยงทางกฎหมาย เสริมสร้างความน่าเชื่อถือขององค์กร และสนับสนุนการดำเนินงานอย่างยั่งยืนในระยะยาว ผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรมที่ต้องการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในการใช้งานเครนและเครื่องจักรยก

 

ทั้งนี้ สามารถขอคำปรึกษาและใช้บริการตรวจสอบเชิงวิศวกรรมและการตรวจสอบแบบไม่ทำลาย (NDT) ได้ที่ อีเมล [email protected] หรือเว็บไซต์ www.dexon-technology.com

ข่าวล่าสุด

กรมพัฒน์ งัดเทคโนโลยีสกัดนอมินี ตรวจบริษัทเสี่ยง 2.6 หมื่นราย