posttoday

"บ้านชาวไทย" คืนความมั่นคงให้คนเมือง มีบ้านราคาถูกกว่าตลาด 30%

20 มกราคม 2569

เมื่อการเปิดตัว "บ้านชาวไทย" คือการยกระดับชีวิตคนเมืองด้วยที่อยู่อาศัยราคาต่ำกว่าตลาด 30% เปลี่ยนค่าเช่าเป็นเงินผ่อนบ้าน สร้างความมั่นคงท่ามกลางค่าครองชีพสูง

ความมั่นคงคนไทยต้องมีบ้าน: ยกระดับคุณภาพชีวิตด้วยโครงการ "บ้านชาวไทย"

ในวันที่ค่าครองชีพถีบตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องสวนทางกับรายได้ "การมีบ้าน" ได้กลายเป็นความฝันที่ไกลเกินเอื้อมสำหรับคนเมืองจำนวนมาก 

ข้อมูลเศรษฐกิจปี 2568-2569 ระบุว่า คนวัยทำงานในกรุงเทพฯ มีค่าใช้จ่ายเพื่อการอยู่รอดเฉลี่ยสูงถึง 16,000 – 20,000 บาทต่อเดือน (รวมค่าเดินทาง อาหาร และสาธารณูปโภค) 

ปัญหาสำคัญคือ "กับดักค่าเช่า" ที่กัดกินรายได้ไปกว่า 30-40% ในแต่ละเดือน โดยที่เงินจำนวนนี้ไม่ได้สร้างสินทรัพย์กลับคืนมา ทำให้คนจำนวนมากติดอยู่ในวงจรหนี้สินและไม่สามารถวางแผนอนาคตได้
"บ้านชาวไทย" คืนความมั่นคงให้คนเมือง มีบ้านราคาถูกกว่าตลาด 30%

ด้วยเหตุนี้ เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2569 นายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัทบีทีเอส ได้ประกาศเปิดตัวโครงการ “บ้านชาวไทย” เพื่อเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญในการคืนความมั่นคงและยกระดับคุณภาพชีวิตให้แก่คนไทย

บ้านที่ "ถูกกว่าตลาด 30%" ทางออกของผู้มีรายได้น้อย

หัวใจสำคัญของโครงการ "บ้านชาวไทย" คือการทำราคาให้ ถูกกว่าราคาตลาดทั่วไปถึง 30% เพื่อลดภาระค่างวดให้สอดคล้องกับฐานเงินเดือนจริง เช่น จากเดิมที่อาจต้องผ่อนเดือนละ 12,000 บาท จะเหลือเพียงประมาณ 7,000 - 8,000 บาท 

นอกจากนี้ยังลดภาระดอกเบี้ยระหว่างก่อสร้างเพื่อไม่ให้ผู้ซื้อต้องแบกรับค่าใช้จ่ายซ้ำซ้อน

"บ้านชาวไทย" คืนความมั่นคงให้คนเมือง มีบ้านราคาถูกกว่าตลาด 30%

โครงการนำร่องที่เปิดตัว ได้แก่:

• D:CODE ศรีนครินทร์: ราคาเริ่มต้น 1.89 ล้านบาท

• D:CRAFT คลองหลวง: ราคาเริ่มต้น 1.6 ล้านบาท

โดยมีขนาดห้องให้เลือกตั้งแต่ 30, 45 และ 60 ตารางเมตร บนทำเลศักยภาพใกล้ระบบขนส่งมวลชน เพื่อลดต้นทุนชีวิตทั้งค่าเดินทางและค่าใช้จ่ายแฝงอื่น ๆ,
เสียงจากผู้นำ: "กำไรทางสังคม" และ "สภาพคล่องรายเดือน"
"บ้านชาวไทย" คืนความมั่นคงให้คนเมือง มีบ้านราคาถูกกว่าตลาด 30%

นายคีรี กาญจนพาสน์ ได้เน้นย้ำถึงเจตนารมณ์ในการสร้างโครงการนี้ว่า การทำราคาที่จับต้องได้ในเศรษฐกิจที่เปราะบางเช่นนี้ ไม่ได้มุ่งหวังเพียงกำไรทางบัญชี แต่ต้องการสร้าง “กำไรทางสังคม” (Social Profit) เพื่อให้คนไทยได้มีโอกาสตั้งหลักและสร้างตัวอย่างแท้จริง ท่านยอมรับว่าปัจจุบันคนจำนวนมากอยากมีบ้านแต่ซื้อไม่ได้เพราะติดข้อจำกัดด้านรายได้และภาระค่าใช้จ่าย

นายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการ กลุ่มบริษัทบีทีเอส

ขณะที่ ดร.มหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ให้มุมมองว่าความท้าทายไม่ได้อยู่ที่ดอกเบี้ยเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ "ความสามารถในการรักษาสภาพคล่องรายเดือน" โครงสร้างทางการเงินของโครงการนี้จึงออกแบบมาเพื่อเปลี่ยน "เงินค่าเช่า" ให้กลายเป็น "เงินผ่อนบ้าน" ในระดับราคาที่ใกล้เคียงกัน เพื่อให้กลุ่ม First Jobber และคนรุ่นใหม่สามารถเป็นเจ้าของบ้านได้อย่างยั่งยืน

 ดร.มหัทธนะ อัมพรพิสิฏฐ์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)

การมีบ้าน = รากฐานความมั่นคงของชีวิต

การเข้าถึงที่อยู่อาศัยในราคาไม่แพงไม่ได้ช่วยแค่เรื่องเงินในกระเป๋า แต่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตในหลายมิติ

1. ความมั่นคงทางจิตใจ: การมีที่อยู่เป็นสัดส่วนทำให้ไม่ต้องกังวลเรื่องการย้ายที่อยู่หรือการต่อสัญญาเช่า ส่งผลให้สุขภาพจิตดีขึ้น

2. ความมั่นคงทางการเงิน: บ้านคือสินทรัพย์ที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้น เป็นหลักประกันยามเกษียณและมรดกให้ลูกหลาน

3. รากฐานของครอบครัว: สภาพแวดล้อมที่ดีส่งผลโดยตรงต่อพัฒนาการของเด็กและความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นในครอบครัว

"บ้านชาวไทย" คืนความมั่นคงให้คนเมือง มีบ้านราคาถูกกว่าตลาด 30%

โครงการ "บ้านชาวไทย" จึงเปรียบเสมือนโอกาสครั้งสำคัญที่ช่วยให้คนไทยสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างอนาคตที่มั่นคงท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจในปัจจุบัน

ข่าวล่าสุด

ดร.ณัฏฐ์ชี้ ประชามติรอบแรกแค่หยั่งเสียง ไม่ใช่ฉีก รธน.