posttoday

ผ่าแผน Smart Transport ไทย เชื่อมฐานข้อมูลดิจิทัล เลิกใช้สำเนา

19 มกราคม 2569

คมนาคมรุกหนัก! MOU ขนส่งทางบก-ทางหลวง เชื่อมฐานข้อมูลดิจิทัล เลิกใช้สำเนา มุ่งสู่ Smart Transport ยกระดับบริการภาครัฐสู่ยุคดิจิทัลเต็มรูปแบบ

 

วันที่ 19 มกราคม 2569 ณ หอประชุมราชรถสโมสร นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เรื่องการบูรณาการข้อมูลเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงาน ระหว่างกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) และกรมทางหลวง (ทล.) โดยมีผู้บริหารระดับสูง อาทิ นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม, นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดี ขบ. และนายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดี ทล. เข้าร่วมเป็นสักขีพยาน

 

พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

 

เดินหน้า "รัฐบาลดิจิทัล" ลดภาระประชาชน

 

นายพิพัฒน์ เปิดเผยว่า การลงนามในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญตามนโยบาย รัฐบาลดิจิทัล ที่มุ่งเน้นการอำนวยความสะดวกและลดภาระแก่ประชาชน ตามมติคณะรัฐมนตรีและ พ.ร.บ.การอำนวยความสะดวกฯ พ.ศ. 2558 โดยมีเป้าหมายหลักคือการยกเลิกการเรียกสำเนาเอกสารราชการ ลดขั้นตอนการเดินทาง และลดการใช้กระดาษ

 

"การเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานจะช่วยให้การตรวจสอบและบริหารจัดการมีความโปร่งใส รวดเร็ว และแม่นยำยิ่งขึ้น ประชาชนและผู้ประกอบการจะได้รับบริการที่สะดวกกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นงานด้านทะเบียนรถ หรือการขอใบอนุญาตต่างๆ ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของ กระทรวงคมนาคม ในยุคดิจิทัล" นายพิพัฒน์ กล่าว

 

ผ่าแผน Smart Transport ไทย เชื่อมฐานข้อมูลดิจิทัล เลิกใช้สำเนา

 

ผ่าแผน Smart Transport ไทย เชื่อมฐานข้อมูลดิจิทัล เลิกใช้สำเนา 

 

ภายใต้ความร่วมมือนี้ ทั้งสองหน่วยงานจะมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึกเพื่อยกระดับประสิทธิภาพการทำงาน ดังนี้

 

  • กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) สนับสนุน: ข้อมูลทะเบียนรถ, ข้อมูลใบอนุญาตขับรถ, ข้อมูลผู้ประกอบการขนส่ง และข้อมูลพิกัดจากระบบ DLT GPS เพื่อช่วยในการกำกับดูแลและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายบนทางหลวง

 

  • กรมทางหลวง (ทล.) สนับสนุน: ข้อมูลผลการจับกุมรถบรรทุกน้ำหนักเกิน, พิกัดสถานีตรวจสอบน้ำหนัก, ข้อมูลทะเบียนสายทางและสะพาน, พิกัดทรัพย์สิน และข้อมูลอุบัติภัยจากระบบ DOH One Map

 

นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดี ขบ. ระบุว่า การบูรณาการข้อมูลครั้งนี้เป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนา Smart Transport ของประเทศไทย โดย ขบ. จะนำข้อมูลจาก ทล. มาพัฒนาระบบแผนที่เพื่อสนับสนุนการขนส่งสินค้าและผู้โดยสาร

 

รวมถึงการวางนโยบายลดอุบัติเหตุ ซึ่งการดำเนินงานทั้งหมดจะอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัด

 

ด้านนายปิยพงษ์ จิวัฒนกุลไพศาล อธิบดี ทล. กล่าวเสริมว่า ทล. จะนำข้อมูล Big Data จาก ขบ. มาประยุกต์ใช้ในการวิเคราะห์สภาพการจราจร ติดตามพฤติกรรมการขับขี่ และวางแผนพัฒนาโครงข่ายทางหลวงให้สอดคล้องกับการใช้งานจริง

 

เพื่อให้การบริหารจัดการด้านคมนาคมเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน ทั้งในด้านคุณภาพชีวิตและความปลอดภัยในการเดินทาง

 

ข่าวล่าสุด

กกต.ย้ำต้านซื้อเสียง คาดเลือกตั้ง 8 ก.พ. 69 คนใช้สิทธิทะลุ 75%