อีก 5 ปี! เงินลงทุน Data Center จ่อทะลุร้อยล้านล้านบาท รับยุคทอง AI
Moody’s Ratings สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือชั้นนำระดับโลก ชี้เงินลงทุนกว่า 3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เตรียมหลั่งไหลเข้าสู่อุตสาหกรรม Data Center ในช่วง 5 ปีข้างหน้า
KEY
POINTS
- Moody's คาดการณ์ว่าจะมีการลงทุนกว่า 3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 100 ล้านล้านบาท) ในโครงสร้างพื้นฐาน Data Center ในอีก 5 ปีข้างหน้า
- กลุ่มบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ 6 รายของสหรัฐฯ เตรียมอัดฉีดงบกว่า 5 แสนล้านดอลลาร์ภายในปีนี้ เพื่อรองรับการขยายตัวของ AI และ Cloud
- แหล่งเงินทุนกำลังเปลี่ยนจากสินเชื่อธนาคารไปสู่ตลาดทุนที่หลากหลายขึ้น เช่น ตราสารหนี้ที่มีสินทรัพย์ค้ำประกัน (ABS) และสินเชื่อภาคเอกชน เพื่อรองรับความต้องการทุนที่สูงลิ่ว
รายงานล่าสุดจาก Moody’s Ratings เมื่อวันจันทร์ ระบุถึงทิศทางการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี โดยประเมินว่าในช่วง 5 ปีข้างหน้านี้ โลกจะได้เห็นเม็ดเงินลงทุนมูลค่ามหาศาลอย่างน้อย 3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (หรือประมาณ 100 ล้านล้านบาท) ไหลเข้าสู่ระบบนิเวศของศูนย์ข้อมูล (Data Center) อย่างต่อเนื่อง
ทาง Moody’s วิเคราะห์ว่า การอัดฉีดเงินทุนจำนวนมหาศาลนี้เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และระบบคลาวด์คอมพิวติ้ง (Cloud Computing) โดยเม็ดเงินจะถูกกระจายไปยังส่วนต่างๆ ตั้งแต่การจัดซื้อเซิร์ฟเวอร์ อุปกรณ์ประมวลผลขั้นสูง การก่อสร้างอาคารศูนย์ข้อมูล ไปจนถึงการพัฒนาระบบพลังงานไฟฟ้าเพื่อรองรับการใช้งาน
บิ๊กเทคฯ นำทัพลงทุน Data Center
กลุ่มบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่จะเป็นผู้นำในการขับเคลื่อนการลงทุนครั้งนี้ เพื่อตอบสนองความต้องการใช้งานข้อมูลและพลังงานที่พุ่งสูงขึ้น โดยเฉพาะกลุ่ม "Hyperscalers" 6 รายใหญ่ของสหรัฐฯ ได้แก่ Microsoft, Amazon, Alphabet (Google), Oracle, Meta และ CoreWeave
ซึ่งมีการคาดการณ์ว่า แค่ภายในปีนี้ปีเดียว กลุ่มบริษัทเหล่านี้จะใช้เงินลงทุนรวมกันสูงถึง 5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อขยายขีดความสามารถในการประมวลผล
เทรนด์การเงินเปลี่ยน จากธนาคารสู่ตลาดทุน
ในแง่ของแหล่งเงินทุน แม้ธนาคารพาณิชย์จะยังคงมีบทบาทหลักในการปล่อยสินเชื่อ แต่ด้วยความต้องการใช้เงินทุนที่สูงลิ่ว ทำให้ Moody’s มองว่านักลงทุนสถาบันและแหล่งเงินทุนทางเลือกอื่นๆ จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
รายงานยังระบุด้วยว่า ผู้ประกอบการ Data Center ในสหรัฐฯ จะหันไประดมทุนผ่านเครื่องมือทางการเงินที่หลากหลายขึ้น ไม่ว่าจะเป็น ตราสารหนี้ที่มีสินทรัพย์ค้ำประกัน (ABS), หลักทรัพย์ที่มีจำนองเชิงพาณิชย์เป็นประกัน (CMBS) รวมถึงตลาดสินเชื่อภาคเอกชน (Private Credit)
เพื่อใช้ในการรีไฟแนนซ์หนี้เดิมและขยายการลงทุนใหม่ ซึ่งคาดว่าจะเห็นมูลค่าการระดมทุนที่สูงขึ้นและมีการกระจุกตัวมากขึ้นตามสถิติยอดการออกตราสารหนี้ที่ทำนิวไฮในปี 2025
เฉพาะในตลาด ABS ของสหรัฐฯ มีการออกตราสารไปแล้วกว่า 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2025 โดย Moody’s คาดว่าปริมาณการซื้อขายจะ "เติบโตอย่างมาก" ในปีนี้ ส่วนหนึ่งได้รับแรงหนุนจากสินเชื่อเพื่อการก่อสร้าง Data Center แห่งใหม่
บทวิเคราะห์ของ Moody’s ทิ้งท้ายไว้อย่างน่าสนใจว่า การแข่งขันสร้าง Data Center ในขณะนี้ยังถือว่าอยู่ใน "ช่วงเริ่มต้น" (Early stages) เท่านั้น โดยคาดการณ์ว่าการเติบโตจะยังคงดำเนินต่อไปทั่วโลกในอีก 12 ถึง 18 เดือนข้างหน้า
จอห์น เมดินา (John Medina) รองประธานอาวุโสของ Moody’s ให้ความเห็นว่า "กำลังการผลิตและโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้ จะกลายเป็นสิ่งจำเป็นในช่วง 10 ปีข้างหน้าอย่างแน่นอน"
อย่างไรก็ตาม เขายอมรับว่าอัตราการยอมรับเทคโนโลยี (Adoption rate) ยังเป็นสิ่งที่คาดเดาได้ยาก เนื่องจากมีการเกิดขึ้นของเทคโนโลยีใหม่ๆ ตลอดเวลา
"ตัวอย่างเช่น ChatGPT ที่เมื่อ 3 ปีก่อนยังไม่มีตัวตนด้วยซ้ำ แต่ปัจจุบันกลับเป็นเทคโนโลยีที่ใช้ทรัพยากรการประมวลผลมหาศาล" เมดินากล่าวทิ้งท้าย


