เจาะลึกน้องเล็ก THEOS-2A "ห้องเรียนอวกาศขนาดจิ๋ว" ก้าวสำคัญอวกาศไทย (1)
สำรวจยุทธศาสตร์เบื้องหลัง THEOS-2A และการสร้างระบบนิเวศอวกาศไทย (Space Ecosystem) ในฐานะ "ห้องเรียนอวกาศขนาดจิ๋วแต่แจ๋ว" และความภาคภูมิใจของทีมวิศวกรไทย
KEY
POINTS
- THEOS-2A เป็นดาวเทียมขนาดเล็กที่วิศวกรไทยกว่า 20 คนจาก Gistda ร่วมออกแบบและพัฒนา เปรียบเสมือน "ห้องเรียนอวกาศ" ที่ใช้สร้างบุคลากรที่มีประสบการณ์จริงในระดับสากล
- ภารกิจหลักของโครงการคือการสร้าง "ระบบนิเวศอวกาศ" (Space Ecosystem) ให้ไทยสามารถพึ่งพาตนเองได้ ผ่านการพัฒนาบุคลากร, การใช้โครงสร้างพื้นฐานในประเทศ และการส่งเสริมผู้ประกอบการไทย
- ความสำเร็จและองค์ความรู้จากโครงการนี้จะถูกนำไปต่อยอดในการพัฒนาดาวเทียม THEOS-3 เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมอวกาศของชาติในระยะยาว
เมื่อ 2 ปีก่อน สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA ส่งดาวเทียมสำรวจโลก THEOS-2 (ธีออส-2) ขึ้นสู่วงโคจร จากท่าอวกาศยานเฟรนช์เกียนา สำเร็จเมื่อเวลา 8.36 น. ของวันที่ 9 ตุลาคม 2566 ซึ่งนับเป็นอีกก้าวสำคัญของภารกิจด้านอวกาศของไทย
ปีนี้ Gistda เตรียมส่ง ดาวเทียม THEOS-2A (ธีออส-สองเอ) ขึ้นสู่วงโคจรอีกครั้งในวันที่ 12 มกราคม 2569
ทั้งนี้ ภายใต้โครงการ THEOS-2 มีดาวเทียม 2 ดวงด้วยกันประกอบด้วยดาวเทียม THEOS-2 ซึ่งเป็นดาวเทียมดวงหลัก (ขนาด 425 กิโลกรัม) และดาวเทียม THEOS-2A ซึ่งเป็นดาวเทียมขนาดเล็ก (น้ำหนักประมาณ 100 กิโลกรัม) ที่วิศวกรไทยร่วมออกแบบและพัฒนา ซึ่งโพสต์ทูเดย์ Smart City ได้เคยรายงานข่าวและได้เข้าไปสำรวจถึง “ศูนย์ประกอบและทดสอบดาวเทียมแห่งชาติ” (Assembly integration and testing (AIT) มาแล้ว ภายในอุทยานรังสรรค์นวัตกรรมอวกาศ อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี (คลิกอ่านบทความ: หน้าที่และภารกิจสำคัญของ “ดาวเทียม THEOS-2” มีไว้เพื่อใครบ้าง?)
ดาวเทียม THEOS-2A จึงไม่ได้เป็นเพียงดาวเทียมสำรวจโลกดวงใหม่ของประเทศไทย แต่คือหลักฐานเชิงประจักษ์ที่สะท้อนถึงความสำเร็จในการสร้างขีดความสามารถทางเทคโนโลยีอวกาศของประเทศ และเป็น "ความภาคภูมิใจของคนไทย" อย่างแท้จริง
ย้ำความจำอีกครั้งเกี่ยวกับโครงการนี้ ข้อมูลจาก Gistda ระบุไว้ว่า THEOS-2 เป็นดาวเทียมสำรวจโลก หรือ Earth observation satellite ดาวเทียมดวงแรกของไทย ในระดับ Industrial Grade เพื่อปฏิบัติภารกิจบันทึกสภาพแวดล้อมทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ประเมินความเสี่ยงเกิดภัยพิบัติ บริหารความมั่นคง รวมถึงพัฒนาระบบภูมิสารสนเทศ เพื่อช่วยเหลืองานด้านการบริหารทรัพยากรการเกษตรและน้ำ ระบบนิเวศ จนไปถึงระบบวางผังเมือง มีความสามารถในการถ่ายภาพและผลิตภาพสีรายละเอียดสูงมากในระดับ 50 เซนติเมตร สามารถถ่ายภาพและส่งข้อมูลกลับมายังสถานีภาคพื้นดินได้ไม่ต่ำกว่า 74,000 ตารางกิโลเมตรต่อวัน
ความแตกต่างชัดๆ ระหว่าง THEOS-2 กับ THEOS-2A
หากให้สรุปสั้นๆ ก็คือ THEOS-2 เป็นดาวเทียมหลัก ขนาดใหญ่กว่า ถ่ายภาพนิ่งได้ในระดับคมชัดมากที่ 50 ซม./พิกเซล เน้นการใช้งานเชิงยุทธศาสตร์ระดับประเทศ ส่วนน้องเล็ก THEOS-2A มีวิศวกรไทย 20 คนร่วมสร้างและพัฒนา เด่นด้านภาพวิดีโอและการติดตามเรือ-เครื่องบิน ถ่ายได้ทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว ภาพวิดีโอมีความละเอียดระดับ Full HD ความละเอียดภาพนิ่งประมาณ 1 เมตรต่อพิกเซล พร้อมปูทางสู่อุตสาหกรรมอวกาศไทยในอนาคต
THEOS-2 พัฒนาโดย Airbus Defence and Space (บริษัทอวกาศชั้นนำระดับโลก) ส่วนTHEOS-2A พัฒนาร่วมกันระหว่าง GISTDA และ Surrey Satellite Technology Ltd (SSTL) บริษัทจากสหราชอาณาจักร มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองกิลด์ฟอร์ด (Guildford) มณฑลเซอร์รีย์ และเป็นบริษัทชั้นนำด้านการพัฒนาดาวเทียมขนาดเล็ก (SmallSat) ระดับโลก และมีวิศวกรไทยกว่า 20 คนเข้าร่วมออกแบบ ประกอบ และทดสอบ
โครงการนี้จึงเปรียบเสมือน "ห้องเรียนอวกาศขนาดจิ๋วแต่แจ๋ว" ที่ทำหน้าที่เป็นรากฐานในการสร้างคน สร้างองค์ความรู้ และสร้างอุตสาหกรรมอวกาศของประเทศให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม โดย THEOS-2A มีกำหนดการนำส่งขึ้นสู่วงโคจรในวันที่ 12 มกราคม 2569 จากศูนย์อวกาศสาธิต ธาวัน (Satish Dhawan Space Centre) ณ เมืองศรีหริโคตา ประเทศอินเดีย (ทั้งนี้ แม้ข้อมูลจากแหล่งต่างๆ จะระบุวันที่แตกต่างกันไป แต่เอกสารฉบับนี้จะอ้างอิงกำหนดการล่าสุดเพื่อการวางแผน) ซึ่งนับเป็นช่วงเวลาที่คนไทยทั้งประเทศต้องร่วมกันจับตาและส่งกำลังใจ
คุณลิขิต วรานนท์ ผู้จัดการโครงการดาวเทียม THEOS-2A จากสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (GISTDA) ได้กล่าวถึงความสำคัญของดาวเทียมดวงนี้ว่า "ถูกวางตัวให้เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการผลักดันอุตสาหกรรมอวกาศของไทยให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น" คำกล่าวนี้ตอกย้ำว่าคุณค่าของ THEOS-2A นั้นมีมิติที่ลึกซึ้งกว่าการเป็นเพียงวัตถุในวงโคจร
ดังนั้น การมองโครงการ THEOS-2A จึงต้องมองผ่านเลนส์เชิงยุทธศาสตร์ที่มุ่งสร้างระบบนิเวศอวกาศที่แข็งแกร่งให้แก่ประเทศไทย ซึ่งเป็นหัวใจหลักของภารกิจที่นอกเหนือไปจากตัวดาวเทียม
ยุทธศาสตร์เบื้องหลัง THEOS-2A การสร้างระบบนิเวศอวกาศไทย (Space Ecosystem)
ภารกิจหลักของ THEOS-2A ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การถ่ายภาพสำรวจทรัพยากรโลก แต่ถูกออกแบบมาอย่างมีเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์เพื่อสร้างรากฐานที่สำคัญยิ่งต่ออนาคตของอุตสาหกรรมอวกาศไทย นั่นคือ "การสร้างระบบนิเวศอวกาศ (Space Ecosystem)" ที่จะทำให้ประเทศสามารถพึ่งพาตนเองได้ในระยะยาว ผ่านการพัฒนาองค์ประกอบสำคัญต่างๆ ควบคู่กันไป
องค์ประกอบหลักในการสร้างระบบนิเวศอวกาศผ่านโครงการ THEOS-2A ประกอบด้วย:
- การพัฒนาบุคลากร โครงการนี้ได้เปิดโอกาสให้วิศวกรดาวเทียมชาวไทยกว่า 20 คน เดินทางไปร่วมออกแบบและพัฒนาเพย์โหลดต่างๆ ร่วมกับบริษัท Surrey Satellite Technology Ltd. (SSTL) ณ สหราชอาณาจักร ตั้งแต่กระบวนการร่างแบบ พัฒนา ทดสอบ ไปจนถึงการประกอบเข้ากับตัวดาวเทียม ซึ่งถือเป็นการสร้างบุคลากรที่มีประสบการณ์จริงในระดับสากล
- การใช้โครงสร้างพื้นฐานในประเทศ ดาวเทียม THEOS-2A ได้ผ่านกระบวนการทดสอบคุณสมบัติด้านต่างๆ ที่จำเป็น เช่น การทนทานต่อแรงสั่นสะเทือนและการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ ณ "ศูนย์ประกอบและทดสอบดาวเทียมแห่งชาติ (AIT)" ที่อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานมาตรฐานสูงของไทยที่สามารถรองรับภารกิจด้านอวกาศได้
- การส่งเสริมผู้ประกอบการไทย โครงการนี้ได้เปิดโอกาสให้ภาคเอกชนและผู้ประกอบการในประเทศไทยได้ผลิตและส่งมอบชิ้นส่วนสำหรับใช้งานในดาวเทียม ซึ่งนับเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการสร้างห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ภายในประเทศ และปูทางไปสู่การพัฒนาดาวเทียมได้เองทั้งหมดในอนาคต
องค์ความรู้และประสบการณ์ทั้งหมดที่ได้รับจากการพัฒนาดาวเทียม THEOS-2A จะถูกนำไปต่อยอดโดยตรงในการพัฒนาดาวเทียม THEOS-3 โดยศักยภาพทางเทคนิคของ THEOS-2A เช่น ภาพถ่ายความละเอียดสูงและความสามารถในการถ่ายวิดีโอ ไม่เพียงแต่ตอบสนองความต้องการข้อมูลของประเทศ แต่ยังสร้างตลาดภายในสำหรับภาคเอกชนในการพัฒนาแอปพลิเคชันและบริการวิเคราะห์ข้อมูล ซึ่งเป็นหัวใจของการขับเคลื่อนระบบนิเวศอวกาศให้เติบโตอย่างแท้จริง การถ่ายทอดเทคโนโลยีนี้คือการตอกย้ำวิสัยทัศน์ระยะยาวที่มุ่งสร้างความยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมอวกาศของชาติ
ความสำเร็จเชิงยุทธศาสตร์ทั้งหมดนี้ตั้งอยู่บนพื้นฐานของศักยภาพทางเทคนิคอันโดดเด่นของตัวดาวเทียม ซึ่งทำให้ภารกิจนี้มีความสมบูรณ์ทั้งในมิติของการสร้างคนและมิติของการใช้งานจริง


