กทม.อ่วมฝุ่นสีส้ม 16 เขตพุ่งเกินมาตรฐานควบคู่ดัชนีความร้อนระดับอันตราย
ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานครรายงานค่าฝุ่น PM 2.5 วันที่ 6 เมษายน 2569 พุ่งระดับสีส้ม 16 พื้นที่ กระทบสุขภาพ ประชาชนควรสวมหน้ากากและเลี่ยงที่โล่งแจ้ง
KEY
POINTS
- ตรวจพบฝุ่น PM 2.5 เกินมาตรฐานระดับสีส้มรวม 16 เขต โดยมีค่าสูงสุดที่ 44.8 มคก./ลบ.ม. บริเวณเขตบางคอแหลมและหนองจอก
- กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนดัชนีความร้อนอยู่ในระดับอันตราย มีอากาศร้อนจัดและฟ้าหลัวเนื่องจากชั้นบรรยากาศใกล้ผิวพื้นปิดตัวลง
- กทม. สั่งยกระดับมาตรการป้องกันพร้อมแนะประชาชนสวมหน้ากากอนามัยและลดกิจกรรมกลางแจ้งเพื่อลดผลกระทบต่อสุขภาพอย่างเร่งด่วน
กทม.วิกฤตฝุ่นสีส้มพุ่งเกินมาตรฐาน 16 เขตเสี่ยงสุขภาพ
ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร รายงานสถานการณ์ฝุ่นละออง PM 2.5 ประจำวันจันทร์ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2569 เมื่อเวลา 07.00 น. พบค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมง ตรวจวัดได้ระหว่าง 27-44.8 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งเกินเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนดไว้ไม่เกิน 37.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ส่งผลให้มีพื้นที่รวม 16 เขต ตกอยู่ในระดับสีส้มซึ่งเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ โดยพื้นที่ที่มีค่าฝุ่นสูงสุดคือเขตบางคอแหลมและเขตหนองจอก วัดได้ 44.8 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ตามมาด้วยเขตบางขุนเทียน ราชเทวี และเขตลาดกระบัง ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวจำเป็นต้องเฝ้าระวังอาการผิดปกติอย่างใกล้ชิด
กรมอุตุฯ เตือนดัชนีความร้อนพุ่งอันตรายอากาศร้อนจัด
สภาพอากาศโดยทั่วไปจากการพยากรณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา ระบุว่าพื้นที่กรุงเทพมหานครมีอากาศร้อนถึงร้อนจัดและมีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน โดยค่าดัชนีความร้อน (Heat Index) ประจำวันอยู่ในระดับ "อันตราย" แม้การระบายอากาศจะอยู่ในเกณฑ์ดีและได้รับอิทธิพลจากลมใต้ แต่เนื่องจากชั้นบรรยากาศใกล้ผิวพื้นปิด ทำให้ฝุ่นละอองเกิดการสะสมตัวในระดับปานกลาง ทั้งนี้จากการตรวจสอบข้อมูลจุดความร้อนผ่านดาวเทียม NASA ไม่พบความร้อนสูงผิดปกติในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร แต่ปัจจัยทางอุตุนิยมวิทยายังคงเอื้อต่อการสะสมของมลพิษในช่วงวันที่ 6-14 เมษายนนี้
สำนักสิ่งแวดล้อมสั่งเข้มมาตรการลดฝุ่น 5 วิธีแก้ไข
สำนักสิ่งแวดล้อมได้ประสานงานทุกหน่วยงานให้เพิ่มความเข้มงวดตามแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง พร้อมรณรงค์ให้ประชาชนมีส่วนร่วมผ่านแนวทาง "5 วิธีลดฝุ่น" ประกอบด้วย การหมั่นทำความสะอาดบ้าน งดเผาขยะและจุดธูป ปลูกต้นไม้ดักจับฝุ่น เดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ และดับเครื่องยนต์ขณะจอดรถ พร้อมเน้นย้ำให้กลุ่มเสี่ยงและประชาชนทั่วไปสวมหน้ากากอนามัยป้องกัน PM 2.5 ทุกครั้งที่ออกนอกอาคาร และจำกัดกิจกรรมกลางแจ้งที่ใช้แรงมาก หากพบแหล่งกำเนิดมลพิษสามารถแจ้งเบาะแสได้ที่แอปพลิเคชัน Traffy Fondue ทันที
แหล่งที่มา : กรุงเทพมหานคร (คลิก)


