เสนาฯ ดัน Zero Energy Housing บ้านประหยัดพลังงานเข้าถึงทุกกลุ่ม
เสนาฯ ดันโมเดล Sustainable Living–Smart Life ลุย Zero Energy Housing ตั้งเป้าบ้านประหยัดพลังงานเข้าถึงได้ แม้กลุ่มรายได้น้อย
ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการของ เสนา ดีเวลลอปเม้นท์ กล่าวในงาน SUSTAINABILITY FORUM 2026 Shift Forward: Overcoming Challenges ถึงการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยว่า เสนาฯ ตระหนักว่าปัญหาความไม่เท่าเทียมกันด้านรายได้เป็นโจทย์พื้นฐานสำคัญของตลาดที่อยู่อาศัยในประเทศไทย โดยระบุว่ารายได้เฉลี่ยของผู้ซื้อบ้านในกรุงเทพฯ แทบไม่เพิ่มขึ้นในช่วง 7-8 ปีที่ผ่านมา ขณะที่ราคาบ้านเพิ่มขึ้นตลอดเวลาเนื่องจากต้นทุนที่สูงขึ้น ส่งผลให้เกิดปัญหาการกู้ไม่ผ่านสูงถึง 70-80%
เสนาฯ มุ่งเน้นการสร้างบ้านที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยใช้แนวคิด Zero Energy Housing ซึ่งไม่ใช่แค่การติดโซลาร์เท่านั้น แต่เป็นการออกแบบให้บ้านประหยัดพลังงานก่อนเป็นอันดับแรก โดยพลังงานที่ใช้ในบ้าน (เช่น เปิดแอร์, เปิดไฟ) จะถูกชดเชยการออกแบบจะเริ่มต้นจากการลดการใช้พลังงานผ่าน Passive Design และ Active Design เช่น การใช้กระจกเขียวตัดแสง, การเลือกสีตัวบ้านอ่อนๆ, การจัดทิศทางที่เหมาะสม, และการใช้หลอดไฟประหยัดพลังงาน
การใช้โซลาร์และแบตเตอรี่ ส่วนพลังงานที่จำเป็นต้องใช้ จะใช้ไฟฟ้าจากแผงโซลาร์และแบตเตอรี่ร่วมกัน เพื่อให้ปริมาณการใช้พลังงานสุทธิเข้าใกล้ศูนย์ที่สุด
การติดตั้งโซลาร์ เสนาฯ เป็นบริษัทแรกและบริษัทเดียวที่ติดตั้งโซลาร์ในทุกหลังคาเรือนของหมู่บ้านที่พัฒนามาตั้งแต่ปี 2015 โดยครอบคลุมทุกกลุ่มราคา แม้กระทั่งทาวน์เฮาส์ราคา 2 ล้านบาท ซึ่งเป็นกลุ่มที่ต้องการโซลาร์มากที่สุด
โดยเสนาไม่ได้มองตัวเองเป็นเพียงแค่ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ แต่ยังมุ่งหวังที่จะสร้าง Sustainable Community หรือชุมชนที่สามารถอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างสมดุลและยั่งยืน
ยึดแนวคิด Smart Life มาปรับใช้ในที่อยู่อาศัย
ผศ.ดร.เกษรา กล่าวต่อว่า เสนาได้นำแนวคิด Smart City มาปรับใช้ในระดับที่อยู่อาศัยโดยเฉพาะอย่างยิ่งในโครงการ Smart Life ซึ่งเป็นการใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้พลังงานและทรัพยากร รวมถึงการใช้พลังงานทดแทนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์เพื่อผลิตพลังงานจากแสงอาทิตย์ โดยเสนาเน้นย้ำว่า Smart Life ต้องสามารถเข้าถึงได้จริงและคำนึงถึงความสามารถในการจ่ายของผู้บริโภค
ด้วยเหตุนี้โครงการของเสนาจึงมีราคาที่สามารถจับต้องได้และตอบโจทย์กลุ่มผู้บริโภคทุกระดับ เพราะการใช้พลังงานทดแทนเป็นหัวใจหลักในการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยของเสนา โดยเฉพาะการพัฒนา Zero Energy Housing หรือบ้านที่ใช้พลังงานเท่ากับศูนย์ โดยมีการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ที่หลังคาของทุกหลัง เพื่อผลิตพลังงานจากแสงอาทิตย์ ซึ่งสามารถใช้พลังงานในบ้านได้ตลอด 24 ชั่วโมงด้วยการใช้แบตเตอรี่ในการเก็บพลังงาน
Zero Energy Housing เข้าถึงผู้มีรายได้น้อย
หนึ่งในความท้าทายที่เสนาเผชิญคือการทำให้โครงการ Zero Energy Housing ที่ใช้พลังงานสะอาดมีราคาที่ย่อมเยาและสามารถเข้าถึงกลุ่มผู้มีรายได้น้อยได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทาวน์เฮาส์ที่มีราคาประมาณ 2 ล้านบาท ซึ่งมีอัตราการถูกปฏิเสธสินเชื่อจากธนาคารสูงถึง 70%-80% เนื่องจากกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อไม่สูงมักไม่ได้รับการอนุมัติสินเชื่อจากสถาบันการเงิน
แม้จะมีความท้าทายด้านราคาที่สูง เสนาเชื่อว่าโครงการ Zero Energy Housing เป็นโครงการที่สามารถช่วยลดค่าไฟและช่วยผู้บริโภคประหยัดค่าใช้จ่ายได้ในระยะยาว โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อยที่มีความจำเป็นต้องใช้พลังงานสะอาดเพื่อประหยัดค่าไฟฟ้า
นอกจากนี้ ผศ.ดร.เกษรา กล่าวว่า ยังมีระบบ Smart Mobility เพื่อลดการใช้รถยนต์ส่วนตัวในโครงการคอนโดมิเนียม เสนาฯ ได้ติดตั้งระบบ Smart Mobility เช่น การจัดรถ EV รับส่ง พร้อมระบบ GPS และแอปพลิเคชันมือถือที่แสดงเวลาการกลับมาของรถ เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางบริษัทต้องแก้ไขปัญหาลูกค้าไม่เชื่อใจในระบบด้วยการใส่ GPS และสร้างระบบเชื่อมต่อ จนกระทั่งลูกค้าพึงพอใจและยอมรับการใช้งานระบบดังกล่าว


