posttoday

เสนาฯ ดัน Zero Energy Housing บ้านประหยัดพลังงานเข้าถึงทุกกลุ่ม

04 ธันวาคม 2568

เสนาฯ ดันโมเดล Sustainable Living–Smart Life ลุย Zero Energy Housing ตั้งเป้าบ้านประหยัดพลังงานเข้าถึงได้ แม้กลุ่มรายได้น้อย

ผศ.ดร.เกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ กรรมการผู้จัดการของ เสนา ดีเวลลอปเม้นท์ กล่าวในงาน SUSTAINABILITY FORUM 2026 Shift Forward: Overcoming Challenges ถึงการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยว่า เสนาฯ ตระหนักว่าปัญหาความไม่เท่าเทียมกันด้านรายได้เป็นโจทย์พื้นฐานสำคัญของตลาดที่อยู่อาศัยในประเทศไทย โดยระบุว่ารายได้เฉลี่ยของผู้ซื้อบ้านในกรุงเทพฯ แทบไม่เพิ่มขึ้นในช่วง 7-8 ปีที่ผ่านมา ขณะที่ราคาบ้านเพิ่มขึ้นตลอดเวลาเนื่องจากต้นทุนที่สูงขึ้น ส่งผลให้เกิดปัญหาการกู้ไม่ผ่านสูงถึง 70-80%

 

เสนาฯ มุ่งเน้นการสร้างบ้านที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยใช้แนวคิด Zero Energy Housing ซึ่งไม่ใช่แค่การติดโซลาร์เท่านั้น แต่เป็นการออกแบบให้บ้านประหยัดพลังงานก่อนเป็นอันดับแรก โดยพลังงานที่ใช้ในบ้าน (เช่น เปิดแอร์, เปิดไฟ) จะถูกชดเชยการออกแบบจะเริ่มต้นจากการลดการใช้พลังงานผ่าน Passive Design และ Active Design เช่น การใช้กระจกเขียวตัดแสง, การเลือกสีตัวบ้านอ่อนๆ, การจัดทิศทางที่เหมาะสม, และการใช้หลอดไฟประหยัดพลังงาน

เสนาฯ ดัน Zero Energy Housing บ้านประหยัดพลังงานเข้าถึงทุกกลุ่ม

การใช้โซลาร์และแบตเตอรี่ ส่วนพลังงานที่จำเป็นต้องใช้ จะใช้ไฟฟ้าจากแผงโซลาร์และแบตเตอรี่ร่วมกัน เพื่อให้ปริมาณการใช้พลังงานสุทธิเข้าใกล้ศูนย์ที่สุด

 

การติดตั้งโซลาร์ เสนาฯ เป็นบริษัทแรกและบริษัทเดียวที่ติดตั้งโซลาร์ในทุกหลังคาเรือนของหมู่บ้านที่พัฒนามาตั้งแต่ปี 2015 โดยครอบคลุมทุกกลุ่มราคา แม้กระทั่งทาวน์เฮาส์ราคา 2 ล้านบาท ซึ่งเป็นกลุ่มที่ต้องการโซลาร์มากที่สุด

 

โดยเสนาไม่ได้มองตัวเองเป็นเพียงแค่ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ แต่ยังมุ่งหวังที่จะสร้าง Sustainable Community หรือชุมชนที่สามารถอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างสมดุลและยั่งยืน

เสนาฯ ดัน Zero Energy Housing บ้านประหยัดพลังงานเข้าถึงทุกกลุ่ม

ยึดแนวคิด Smart Life มาปรับใช้ในที่อยู่อาศัย

ผศ.ดร.เกษรา กล่าวต่อว่า เสนาได้นำแนวคิด Smart City มาปรับใช้ในระดับที่อยู่อาศัยโดยเฉพาะอย่างยิ่งในโครงการ Smart Life ซึ่งเป็นการใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้พลังงานและทรัพยากร รวมถึงการใช้พลังงานทดแทนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์เพื่อผลิตพลังงานจากแสงอาทิตย์ โดยเสนาเน้นย้ำว่า Smart Life ต้องสามารถเข้าถึงได้จริงและคำนึงถึงความสามารถในการจ่ายของผู้บริโภค 

 

ด้วยเหตุนี้โครงการของเสนาจึงมีราคาที่สามารถจับต้องได้และตอบโจทย์กลุ่มผู้บริโภคทุกระดับ เพราะการใช้พลังงานทดแทนเป็นหัวใจหลักในการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยของเสนา โดยเฉพาะการพัฒนา Zero Energy Housing หรือบ้านที่ใช้พลังงานเท่ากับศูนย์ โดยมีการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ที่หลังคาของทุกหลัง เพื่อผลิตพลังงานจากแสงอาทิตย์ ซึ่งสามารถใช้พลังงานในบ้านได้ตลอด 24 ชั่วโมงด้วยการใช้แบตเตอรี่ในการเก็บพลังงาน

 

Zero Energy Housing เข้าถึงผู้มีรายได้น้อย 

หนึ่งในความท้าทายที่เสนาเผชิญคือการทำให้โครงการ Zero Energy Housing ที่ใช้พลังงานสะอาดมีราคาที่ย่อมเยาและสามารถเข้าถึงกลุ่มผู้มีรายได้น้อยได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทาวน์เฮาส์ที่มีราคาประมาณ 2 ล้านบาท ซึ่งมีอัตราการถูกปฏิเสธสินเชื่อจากธนาคารสูงถึง 70%-80% เนื่องจากกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อไม่สูงมักไม่ได้รับการอนุมัติสินเชื่อจากสถาบันการเงิน

 

แม้จะมีความท้าทายด้านราคาที่สูง เสนาเชื่อว่าโครงการ Zero Energy Housing เป็นโครงการที่สามารถช่วยลดค่าไฟและช่วยผู้บริโภคประหยัดค่าใช้จ่ายได้ในระยะยาว โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อยที่มีความจำเป็นต้องใช้พลังงานสะอาดเพื่อประหยัดค่าไฟฟ้า

 

นอกจากนี้ ผศ.ดร.เกษรา กล่าวว่า ยังมีระบบ Smart Mobility เพื่อลดการใช้รถยนต์ส่วนตัวในโครงการคอนโดมิเนียม เสนาฯ ได้ติดตั้งระบบ Smart Mobility เช่น การจัดรถ EV รับส่ง พร้อมระบบ GPS และแอปพลิเคชันมือถือที่แสดงเวลาการกลับมาของรถ เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางบริษัทต้องแก้ไขปัญหาลูกค้าไม่เชื่อใจในระบบด้วยการใส่ GPS และสร้างระบบเชื่อมต่อ จนกระทั่งลูกค้าพึงพอใจและยอมรับการใช้งานระบบดังกล่าว

ข่าวล่าสุด

นาซา ประสบความสำเร็จ ปล่อยจรวด Artemis II มุ่งสู่ดวงจันทร์