
ทลายโกดัง "ยาย้อมผมเถื่อน" อ้างสูตรออร์แกนิก ทำผู้ใช้แพ้รุนแรง
CIB ร่วม อย. ทลายโกดังซุก "ยาย้อมผมมรณะ" อ้างสารสกัดธรรมชาติ ลวงขายออนไลน์ ทำแพ้รุนแรง ยึดของกลางกว่า 2,000 ชิ้น
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยบก.ปคบ. ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ปฏิบัติการบุกทลายแหล่งจัดเก็บและกระจายสินค้ายาย้อมผมเถื่อนไร้เลขจดแจ้งรายใหญ่ในพื้นที่ จ.ปทุมธานี ตรวจยึดของกลางกว่า 2,000 ชิ้น โดยมี พ.ต.ท.ชยเชษฐ์ อิทธิยาภรณ์ สว.กก.4 บก.ปคบ. นำชุดตรวจยึดพร้อมเจ้าหน้าที่ อย. เข้าดำเนินการ
พฤติการณ์สืบเนื่องจากปรากฏในสื่อสังคมออนไลน์ มีผู้บริโภคในจังหวัดราชบุรีซื้อผลิตภัณฑ์ยาย้อมผมยี่ห้อ ฟาแจซ บับเบิ้ลแฮร์ดาย (FAJAZZ BUBBLE HAIR DYE) ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ซึ่งโฆษณาอ้างว่าเป็น “ยาย้อมผมสมุนไพร ใช้สารสกัดจากธรรมชาติ 100% ไร้สารเคมี” แต่เมื่อนำมาใช้งานจริงเพียง 5 นาที กลับเกิดอาการแพ้อย่างรุนแรงบริเวณหนังศีรษะ ทั้งแสบคัน บวมแดง น้ำเหลืองไหลเยิ้ม และผมร่วง จนต้องเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลและพันผ้าก๊อซไว้ตลอดเวลา
นอกจากนี้แพทย์ยังไม่สามารถระบุสารที่แพ้ได้เนื่องจากไม่มีฉลากภาษาไทย เมื่อตรวจสอบพบว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวไม่มีเลขจดแจ้งจาก อย. เป็นสินค้าลักลอบนำเข้าไม่ผ่านด่าน อย. โดยมีร้านค้าออนไลน์นำเอกสารใบรับจดแจ้งของผู้อื่นมาสวมรอยเป็นหลักฐานเพื่อลงขายบนแพลตฟอร์ม
ต่อมาในวันที่ 18 พฤษภาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปคบ. ร่วมกับ อย. นำหมายค้นของศาลจังหวัดธัญบุรี เข้าตรวจค้นโกดังแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี พบ นายศรีวิชัย (สงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี เป็นผู้นำตรวจค้น และยึดของกลางเครื่องสำอางไม่ขึ้นทะเบียนยี่ห้อ FAJAZZ จำนวน 2,000 ชิ้น ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี
โดยนายศรีวิชัยอ้างว่า มี "หญิงชาวจีน" มาจ้างให้ตนคอยแพ็คและส่งสินค้าตามออเดอร์ของร้านออนไลน์ใน TikTok ชื่อ “Fajazz-TH” โดยอ้างว่าเป็นสินค้าทั่วไปที่ได้มาตรฐาน
ทันทีที่ปรากฏข่าวว่ามีผู้แพ้รุนแรงตนตกใจมากและพยายามติดต่อเจ้าของร้านชาวจีน แต่ไม่สามารถติดต่อได้อีกและร้านค้าได้ปิดหนีไปแล้ว โดยตนเป็นเพียงผู้รับจ้างชั่วคราวเท่านั้น ทั้งนี้พบว่ากลุ่มนายทุนมักใช้โมเดล "กระจายความเสี่ยง" นำสินค้าฝากไว้ตามโกดังให้คนไทยแพ็คส่งแทนเพื่อเลี่ยงการจับกุม
เบื้องต้นของกลางจะถูกส่งตรวจพิสูจน์กับกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ หากพบวัตถุห้ามใช้จะถูกดำเนินคดีเพิ่มเติมฐาน “ขายเครื่องสำอางที่ไม่ปลอดภัยในการใช้” ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ส่วนการดำเนินคดีเบื้องต้นเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.เครื่องสำอาง พ.ศ. 2558 ฐาน “ขายเครื่องสำอางที่มิได้จดแจ้ง” (จำคุกไม่เกิน 2 เดือน หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ) และฐาน “ขายเครื่องสำอางที่ไม่มีฉลากภาษาไทย” (จำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ)
ด้าน ภญ.สุภัทรา บุญเสริม เปิดเผยว่า อย. ได้แจ้งแพลตฟอร์มดิจิทัลทุกแห่งให้เฝ้าระวัง ดำเนินการกวาดล้างและปิดทุกช่องทางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ผิดกฎหมายหรือไม่แสดงฉลากภาษาไทย รวมถึงมีหนังสือแจ้งสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทุกแห่งให้ตรวจสอบกวาดล้างทั่วประเทศ เพราะเสี่ยงอันตรายต่อสุขภาพและบ่อนทำลายเศรษฐกิจ
ขณะที่ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. ฝากเตือนประชาชนในการซื้อผลิตภัณฑ์สุขภาพออนไลน์ อย่าหลงเชื่อสินค้าราคาถูกผิดปกติหรือโฆษณาเกินจริงที่ไม่มีเลขจดแจ้ง อย. ซึ่งกรณีนี้ตรวจสอบเบื้องต้นพบสารเคมีอันตรายผสมอยู่ และเน้นย้ำผู้ประกอบการอย่าเห็นแก่กำไรนำสินค้าผิดกฎหมายมาขาย โดยตำรวจจะดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด หากพบเบาะแสแจ้งได้ที่สายด่วน ปคบ. 1135 หรือเพจ ปคบ.เตือนภัยผู้บริโภค







