posttoday
ทรัมป์กลับ ปูตินมา สี จิ้นผิง โชว์พันธมิตรจีน-รัสเซีย แนบแน่น

ทรัมป์กลับ ปูตินมา สี จิ้นผิง โชว์พันธมิตรจีน-รัสเซีย แนบแน่น

19 พฤษภาคม 2569

จีนเตรียมต้อนรับ “วลาดิเมียร์ ปูติน” หลัง “โดนัลด์ ทรัมป์” เพิ่งเยือนปักกิ่ง หวังชูบทบาทมหาอำนาจเสถียรภาพโลก ท่ามกลางสงคราม วิกฤตพลังงาน และแรงกดดันตะวันตก

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน เตรียมให้การต้อนรับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ในการเยือนกรุงปักกิ่งอย่างเป็นทางการเป็นเวลา 2 วัน ภายในสัปดาห์นี้ ซึ่งถือเป็นการเดินทางเยือนจีนครั้งที่ 25 ของผู้นำเครมลิน ท่ามกลางความพยายามของจีนในการแสดงบทบาท “มหาอำนาจที่มั่นคงและคาดการณ์ได้” ในช่วงเวลาที่โลกกำลังเผชิญความปั่นป่วนจากสงคราม ความตึงเครียดทางการค้า และวิกฤตพลังงาน

 

การพบกันระหว่างผู้นำจีนและรัสเซียเกิดขึ้นไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์หลังจากโดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ เดินทางเยือนจีน ซึ่งแม้จะสร้างภาพลักษณ์เชิงบวกทางการทูต แต่ยังไม่มีข้อตกลงเศรษฐกิจสำคัญเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

 

รัฐบาลปักกิ่งและมอสโกต่างอธิบายการเยือนครั้งนี้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของ “หุ้นส่วนในทุกมิติ” ระหว่างสองประเทศ แม้ชาติตะวันตกจะพยายามกดดันให้จีนใช้อิทธิพลต่อรัสเซียเพื่อยุติสงครามในยูเครนก็ตาม

 

ในช่วงที่ผ่านมา จีนพยายามวางตัวเองในฐานะมหาอำนาจที่มีเสถียรภาพ ท่ามกลางความยากลำบากของสหรัฐฯ ในการยุติสงครามยูเครน รวมถึงการควบคุมความขัดแย้งกับอิหร่านที่ส่งผลกระทบต่อเส้นทางพลังงานโลก

 

ระหว่างการเยือนของทรัมป์เมื่อสัปดาห์ก่อน สี จิ้นผิง ได้กล่าวถึงความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ ว่าเป็น “ความสัมพันธ์เชิงเสถียรภาพทางยุทธศาสตร์” ซึ่งถูกมองว่าเป็นการตอบโต้แนวคิด “การแข่งขันเชิงยุทธศาสตร์” ที่เคยถูกผลักดันในยุครัฐบาลโจ ไบเดน อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ

ทรัมป์กลับ ปูตินมา สี จิ้นผิง โชว์พันธมิตรจีน-รัสเซีย แนบแน่น

 

นักวิเคราะห์มองว่า การต้อนรับผู้นำต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์จีนในการสร้างภาพลักษณ์ว่า ปักกิ่งคือศูนย์กลางเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการเมืองของโลก

 

เอียน สตอรี นักวิจัยอาวุโสจากสถาบัน ISEAS-Yusof Ishak ในสิงคโปร์ ระบุว่า การประชุมสุดยอดระหว่างสี จิ้นผิง กับวลาดิเมียร์ ปูติน จะส่งสัญญาณต่อโลกว่า ความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์จีน-รัสเซียยังคงเป็นแกนหลักของนโยบายต่างประเทศทั้งสองประเทศ และความพยายามของสหรัฐฯ ที่จะสร้างรอยร้าวระหว่างปักกิ่งกับมอสโก “ไม่มีทางประสบความสำเร็จ”

 

 แม้จีนจะพยายามวางบทบาทตัวเองในฐานะ “คนกลางสันติภาพ” และยืนยันว่าเป็นประเทศที่วางตัวเป็นกลางในสงครามยูเครน แต่ประธานาธิบดีปูตินย้ำว่า จีนและรัสเซียต่างสนับสนุน “ผลประโยชน์หลัก” ของกันและกัน

 

เอียน สตอรี ระบุว่า เป็นเรื่อง “ไม่สมจริง” ที่จะคาดหวังให้สี จิ้นผิง กดดันปูตินให้ยุติสงคราม เพราะจีนไม่ได้มีอิทธิพลเหนือรัสเซียในระดับนั้น อีกทั้งปักกิ่งยังตระหนักว่า หากรัสเซียพ่ายแพ้ในยูเครน จะกระทบต่อเสถียรภาพทางการเมืองของปูตินโดยตรง

 

เขามองว่า จีนจะยังคงให้ “การสนับสนุนทางการทูต” แก่มอสโกในเวทีสหประชาชาติ รวมถึงความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีที่สามารถใช้ได้ทั้งทางพลเรือนและทางทหาร

 

อย่างไรก็ตาม จีนยืนยันมาโดยตลอดว่า ไม่เคยส่งอาวุธร้ายแรงให้ฝ่ายใดในสงครามรัสเซีย-ยูเครน และมีการควบคุมการส่งออกสินค้าที่อาจใช้ได้สองทางอย่างเข้มงวด

ทรัมป์กลับ ปูตินมา สี จิ้นผิง โชว์พันธมิตรจีน-รัสเซีย แนบแน่น

 

กัว เจียคุน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวว่า ระหว่างการเยือนครั้งนี้ ผู้นำทั้งสองจะหารือความร่วมมือในทุกมิติของความสัมพันธ์ทวิภาคี รวมถึงประเด็นระหว่างประเทศและภูมิภาคที่ทั้งสองฝ่ายให้ความสนใจร่วมกัน

 

 อีกประเด็นสำคัญที่ทั่วโลกจับตา คือความร่วมมือด้านพลังงานระหว่างจีนและรัสเซีย โดยเฉพาะโครงการท่อส่งก๊าซ “พาวเวอร์ ออฟ ไซบีเรีย 2” ซึ่งทั้งสองประเทศตกลงร่วมกันตั้งแต่เดือนกันยายน 2568 แต่ยังไม่สามารถสรุปราคาซื้อขายได้

 

สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางและปัญหาการส่งออกพลังงานจากอิหร่าน ถูกมองว่าอาจช่วยเพิ่มน้ำหนักให้รัสเซียในการผลักดันโครงการดังกล่าว เพราะจีนต้องการแหล่งพลังงานระยะยาวที่มั่นคง

 

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ในกรุงปักกิ่งมองว่า จีนจะยังคงใช้ยุทธศาสตร์ “กระจายความเสี่ยง” โดยเจรจาซื้อก๊าซทั้งจากรัสเซียและเติร์กเมนิสถานควบคู่กัน เพื่อไม่ให้พึ่งพาแหล่งพลังงานจากประเทศใดประเทศหนึ่งมากเกินไป

 

แหล่งข่าวในอุตสาหกรรมพลังงานจีนระบุว่า ปักกิ่งอาจบรรลุข้อตกลงเบื้องต้นกับรัสเซียเกี่ยวกับปริมาณก๊าซและเงื่อนไขการส่งมอบ แต่จะยังเปิดประเด็นเรื่องราคาไว้เจรจาในระยะยาว ซึ่งอาจใช้เวลาหลายปี

 

ปัจจุบัน จีนยังคงเป็นผู้ซื้อน้ำมันรัสเซียรายใหญ่ที่สุดของโลก ทั้งผ่านท่อส่งและการขนส่งทางทะเล แม้รัสเซียจะเผชิญมาตรการคว่ำบาตรจากชาติตะวันตก โดยโรงกลั่นน้ำมันอิสระของจีนยังคงซื้อน้ำมันจากรัสเซียอย่างต่อเนื่อง และส่วนใหญ่ใช้เงินหยวนในการชำระธุรกรรม

 

นอกจากนี้ รัสเซียยังตกลงเพิ่มการส่งออกน้ำมันให้จีนอีก 2.5 ล้านตันต่อปี ผ่านเส้นทางคาซัคสถานตั้งแต่ปี 2568

 

ก่อนการเยือนครั้งนี้ ปูตินกล่าวว่า ทั้งสองประเทศได้บรรลุ “ฉันทามติระดับสูง” ในการยกระดับความร่วมมือด้านน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ และหากสามารถสรุปข้อตกลงสำคัญระหว่างการเยือนได้สำเร็จ เขาจะ “ยินดีอย่างยิ่ง”

ข่าวล่าสุด

กกร.จี้รัฐแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน เร่งการลงทุน ปรับโครงสร้างพลังงาน

กกร.จี้รัฐแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงาน เร่งการลงทุน ปรับโครงสร้างพลังงาน