posttoday

Perovskite อนาคตใหม่ของโซลาร์เซลล์ โอกาสของประเทศไทย

28 พฤศจิกายน 2568

แผงโซลาร์เซลล์ที่ใช้กันอยู่กำลังจะกลายเป็นอดีต เมื่อเทคโนโลยี “เพอรอฟสไกต์” (Perovskite) ได้ทลายทุกข้อจำกัด ด้วยคุณสมบัติ บาง เบา ยืดหยุ่น ผลิตไฟฟ้าได้แม้ในที่แสงน้อยหรือจากแสงไฟ LED

KEY

POINTS

  • เพอรอฟสไกต์เป็นเทคโนโลยีโซลาร์เซลล์แห่งอนาคตที่มีต้นทุนการผลิตต่ำมาก มีความยืดหยุ่นสูง และสามารถผลิตไฟฟ้าได้แม้ในสภาวะแสงน้อย
  • ประเทศไทยได้รับเลือกให้เป็นสนามทดสอบโซลาร์เซลล์เพอรอฟสไกต์ในสภาพอากาศร้อนชื้นเป็นครั้งแรกของโลก ผ่านความร่วมมือระหว่างบริษัทไทยและญี่ปุ่น
  • หากการทดสอบในไทยประสบความสำเร็จ จะเป็นการพิสูจน์ความทนทานของเทคโนโลยีนี้และเปิดโอกาสสู่การใช้งานเชิงพาณิชย์ในตลาดโลก

ภาพจำของแผงโซลาร์เซลล์ “แผงสี่เหลี่ยมสีเข้มที่หนักอึ้งและมีราคาแพง” กำลังจะกลายเป็นอดีต

จากข้อจำกัดด้านน้ำหนัก ราคา และความยุ่งยากในการติดตั้งได้จำกัดให้พลังงานสะอาดเป็นเพียงทางเลือกสำหรับผู้ที่มีพื้นที่และทุนทรัพย์

แต่เทคโนโลยี  "เพอรอฟสไกต์" (Perovskite) กำลังก้าวเข้ามาพลิกโฉมหน้าวงการพลังงาน เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาสู่ยุคใหม่ ที่เปลี่ยนจากการผลิตพลังงานแบบรวมศูนย์ไปสู่การเก็บเกี่ยวพลังงานแบบกระจายตัวในทุกพื้นผิวรอบตัวเรา  พบกับ 5 คุณสมบัติสุดทึ่ง ที่จะทำให้เห็นว่าอนาคตนั้นใกล้กว่าที่คิด

 

1. พิมพ์ได้เหมือนหนังสือพิมพ์: การปฏิวัติการผลิตที่ต้นทุนต่ำอย่างเหลือเชื่อ

หนึ่งในคุณสมบัติที่น่าทึ่งที่สุดของโซลาร์เซลล์เพอรอฟสไกต์คือกระบวนการผลิตที่ไม่เหมือนใคร ขณะที่แผงโซลาร์เซลล์ซิลิคอนแบบดั้งเดิมต้องใช้ความร้อนสูงถึง 1,000 องศาเซลเซียสในกระบวนการผลิต แต่เพอรอฟสไกต์สามารถผลิตได้ในอุณหภูมิต่ำเพียงประมาณ 100 องศาเซลเซียสเท่านั้น

ความแตกต่างนี้เปิดประตูสู่กรรมวิธีการผลิตที่น่าเหลือเชื่อ เช่น การพิมพ์แบบอิงค์เจ็ท (inkjet printing), การพ่นเคลือบ (spray coating) หรือแม้กระทั่งการพิมพ์แบบม้วนต่อม้วน (roll-to-roll) ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับการพิมพ์หนังสือพิมพ์ ทำให้สามารถผลิตได้อย่างรวดเร็วในปริมาณมหาศาล และที่สำคัญคือมีต้นทุนต่ำ ข้อมูลระบุว่าต้นทุนวัสดุอาจอยู่ที่เพียง 1 ดอลลาร์สหรัฐต่อตารางเมตร หรือต้นทุนรวมทั้งหมดเพียง 2 ดอลลาร์ต่อตารางเมตร ซึ่งถูกกว่าแผงโซลาร์เซลล์ในตลาดปัจจุบันถึง 10 เท่า

คุณสมบัตินี้ไม่เพียงแค่ทลายกำแพงด้านราคา แต่ยังเปิดประตูสู่การผลิตพลังงานในระดับท้องถิ่น (local manufacturing) ช่วยให้ประเทศกำลังพัฒนาสามารถสร้างความมั่นคงทางพลังงานได้โดยไม่ต้องพึ่งพาเทคโนโลยีนำเข้าที่ซับซ้อนและมีราคาแพง

Perovskite อนาคตใหม่ของโซลาร์เซลล์ โอกาสของประเทศไทย

 

2. ทำงานได้แม้ในที่ร่ม: พลังงานจากแสงไฟในอาคารและวันฟ้าครึ้ม

ความเชื่อเดิมๆ ที่ว่าโซลาร์เซลล์ต้องพึ่งพาแสงแดดจัดกำลังจะถูกลบล้าง เพอรอฟสไกต์มีความสามารถพิเศษในการผลิตไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพแม้ในสภาวะแสงน้อย เช่น ในวันที่มีเมฆมาก ท้องฟ้าครึ้ม หรือแม้กระทั่งจากแสงไฟ LED ภายในอาคาร

คุณสมบัตินี้เปิดศักยภาพการใช้งานรูปแบบใหม่ๆ ที่โซลาร์เซลล์แบบเดิมไม่เคยทำได้ ลองจินตนาการถึงกระจกหน้าต่างของอาคารสำนักงานหรือคอนโดมิเนียมที่สามารถผลิตไฟฟ้าได้เอง หรืออุปกรณ์ IoT (Internet of Things) ขนาดเล็กที่สามารถทำงานได้ตลอดเวลาโดยไม่ต้องพึ่งพาแบตเตอรี่อีกต่อไป เพราะได้รับพลังงานจากแสงไฟในห้องโดยตรง

3. ประสิทธิภาพพุ่งทะยาน: แซงหน้าซิลิคอนที่ใช้เวลาพัฒนามา 70 ปี

ความเร็วในการพัฒนาประสิทธิภาพของเพอรอฟสไกต์นั้นน่าทึ่งอย่างยิ่ง เมื่อเทียบกับเทคโนโลยีซิลิคอนที่ครองตลาดมาอย่างยาวนาน จะเห็นถึงศักยภาพที่ซ่อนอยู่ได้อย่างชัดเจน

ซิลิคอน (Silicon) ใช้เวลา 70 ปีในการพัฒนาประสิทธิภาพสู่ระดับ 27%

เพอรอฟสไกต์ (Perovskite) ใช้เวลาเพียงทศวรรษเศษในการพัฒนาประสิทธิภาพจาก 3% สู่ระดับ 27.3%

ความเร็วในการพัฒนานี้—จาก 3% สู่ 27.3% ในเวลาเพียงทศวรรษเศษหลังการค้นพบครั้งสำคัญในปี 2012—สะท้อนให้เห็นว่าเพอรอฟสไกต์ยังมีศักยภาพที่ยังไม่ถูกปลดล็อกอีกมหาศาล ในขณะที่ซิลิคอนเข้าใกล้ขีดจำกัดทางทฤษฎีแล้ว นี่คือเหตุผลที่ดึงดูดการลงทุนมหาศาลจากทั่วโลก ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อนำฟิล์มเพอรอฟสไกต์มาวางซ้อนบนเซลล์ซิลิคอนในรูปแบบที่เรียกว่า "Tandem Cells" ประสิทธิภาพสามารถพุ่งสูงเกิน 34% ซึ่งสูงกว่าแผงโซลาร์ที่ใช้ตามบ้านเรือนทั่วไป (มีประสิทธิภาพประมาณ 20-22%) อย่างมีนัยสำคัญ

Perovskite อนาคตใหม่ของโซลาร์เซลล์ โอกาสของประเทศไทย

 

4. ยืดหยุ่นและบางเบา: เปลี่ยนทุกพื้นผิวให้กลายเป็นโรงไฟฟ้า

ลืมภาพแผงโซลาร์ที่แข็งและหนักไปได้เลย เพราะคุณสมบัติทางกายภาพที่โดดเด่นที่สุดของเพอรอฟสไกต์คือ "บาง เบา และยืดหยุ่น" ทำให้มันสามารถดัดโค้งและติดตั้งบนพื้นผิวที่หลากหลายได้อย่างที่ไม่เคยทำได้มาก่อน ไม่ว่าจะเป็นพื้นผิวโค้งหรือผนังอาคาร

การใช้งานจริงและต้นแบบที่น่าสนใจได้เกิดขึ้นแล้วทั่วโลก:

• ฟาร์มโซลาร์แนวตั้ง: บริษัท Saule Technology ในโปแลนด์ได้ติดตั้งฟิล์มเพอรอฟสไกต์บนกระจกหน้าต่างของอาคารสำนักงาน เปลี่ยนตึกทั้งหลังให้กลายเป็นแหล่งผลิตไฟฟ้า

• ยานยนต์พลังงานแสงอาทิตย์: บริษัทอย่าง Lightyear และ Aptera Motors กำลังศึกษาการนำเพอรอฟสไกต์มาใช้กับรถยนต์พลังงานแสงอาทิตย์ เนื่องจากมีน้ำหนักเบาและสามารถติดตั้งบนพื้นผิวตัวถังที่โค้งมนได้

• โซลาร์เซลล์แบบพกพา: มีการพัฒนาต้นแบบแผงโซลาร์ที่สามารถม้วนเก็บได้เหมือนเสื่อโยคะ เหมาะสำหรับใช้ในพื้นที่ห่างไกลหรือในสถานการณ์ภัยพิบัติฉุกเฉิน

คุณสมบัตินี้กำลังเปลี่ยนนิยามของโซลาร์เซลล์ จาก 'อุปกรณ์' ที่ต้องติดตั้ง ไปสู่การเป็น 'วัสดุอัจฉริยะ' ที่สามารถถักทอเข้ากับสถาปัตยกรรมและทุกส่วนของชีวิตประจำวันได้อย่างไร้รอยต่อ

 

5. ความท้าทายและความหวัง: ประเทศไทยคือสนามทดสอบสุดท้ายสู่ตลาดโลก

แม้จะมีข้อดีมากมาย แต่ความท้าทายหลักของเพอรอฟสไกต์ในปัจจุบันคือความทนทาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งความไวต่อความชื้นและความร้อน ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่สำหรับสภาพอากาศในเขตร้อนชื้นอย่างประเทศไทย

ด้วยเหตุนี้ โครงการความร่วมมือครั้งประวัติศาสตร์ระหว่าง บริษัท เสนา กรีน เอนเนอร์ยี่ ของไทย และบริษัท แม็คนิก้า จากญี่ปุ่น จึงเกิดขึ้น โดยได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลญี่ปุ่นผ่าน กลไกเครดิตร่วม (Joint Crediting Mechanism - JCM) เพื่อนำโซลาร์เซลล์เพอรอฟสไกต์ที่ผลิตในญี่ปุ่นมาทดสอบใช้งานจริงในสภาพอากาศของไทยเป็นครั้งแรกของโลก ณ อาคารคลับเฮ้าส์ โครงการเสนา พาร์ควิลล์ 2 รามอินทรา – วงแหวน

การทดสอบนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะสภาพอากาศของไทยมีความท้าทายรอบด้าน ทั้งความร้อนชื้นที่สูง, รังสี UV ที่รุนแรง และฝุ่น PM2.5 หากเทคโนโลยีนี้สามารถพิสูจน์ความทนทานและประสิทธิภาพในสนามทดสอบที่ยากที่สุดแห่งหนึ่งของโลกได้ ก็เท่ากับเป็นการประกาศความพร้อมสำหรับตลาดทั่วโลก

  Perovskite อนาคตใหม่ของโซลาร์เซลล์ โอกาสของประเทศไทย

อนาคตที่กำลังรออยู่เบื้องหน้า

เพอรอฟสไกต์ไม่ใช่เทคโนโลยีเพ้อฝันในห้องทดลองอีกต่อไป แต่กำลังก้าวเข้าสู่การใช้งานจริงอย่างรวดเร็ว ด้วยต้นทุนที่ต่ำ, ความสามารถในการทำงานในที่ร่ม, ประสิทธิภาพที่พัฒนาอย่างก้าวกระโดด และความยืดหยุ่นในการติดตั้ง มันจึงมีศักยภาพที่จะเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงานของโลกไปสู่ยุคแห่งการเก็บเกี่ยวพลังงานแบบกระจายตัวอย่างแท้จริง

แม้จะยังมีความท้าทายเรื่องความทนทานที่ต้องก้าวผ่าน แต่ทิศทางการพัฒนาก็กำลังมุ่งไปข้างหน้าด้วยความเร็วที่ไม่เคยมีมาก่อน

ลองจินตนาการถึงอนาคตดูสิว่า...เมื่อโซลาร์เซลล์ไม่ได้จำกัดอยู่แค่บนหลังคา แต่สามารถเคลือบอยู่บนทุกพื้นผิวรอบตัวเราได้ อนาคตของพลังงานและชีวิตประจำวันของเราจะเปลี่ยนไปอย่างไร?

 

ข่าวล่าสุด

นายกฯอนุทิน - ประธานฉาย บุนนาคร่วมฉลองความสัมพันธ์170ปีอังกฤษ-ไทย