posttoday
‘คีรี’ นัด EEC ธ.ค. ปลดล็อกสิทธิประโยชน์ 2 แสนล้าน เมืองการบิน

‘คีรี’ นัด EEC ธ.ค. ปลดล็อกสิทธิประโยชน์ 2 แสนล้าน เมืองการบิน

03 พฤศจิกายน 2568

UTA ยืนยันไม่ทิ้งอู่ตะเภาหลังล่าช้า 5 ปี “คีรี” เตรียมถก EEC ขอความชัดเจนสิทธิประโยชน์-โครงสร้างพื้นฐาน เร่งดึงลงทุนสู่ EEC

KEY

POINTS

  • นายคีรี กาญจนพาสน์ ในนามกลุ่ม UTA เตรียมหารือกับ EEC ในเดือนธันวาคมนี้ เพื่อเร่งรัดโครงการเมืองการบินอู่ตะเภาที่ล่าช้า
  • ประเด็นหลักคือการขอความชัดเจนเรื่องสิทธิประโยชน์ด้านการลงทุน ทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐานและสิทธิประโยชน์ทางภาษี ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้โครงการยังไม่สามารถเริ่มได้
  • หากสิทธิประโยชน์มีความชัด

โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก ซึ่งดำเนินการโดย บริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด (UTA) ที่มีนาย คีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการ บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้เกี่ยวข้อง ได้เกิดความล่าช้ามาเป็นเวลากว่า 5 ปี 5 เดือน นับตั้งแต่การลงนามสัญญา
 

ประเด็นหลักที่ต้องจับตาในเดือนธันวาคมนี้

ความคืบหน้าของโครงการดังกล่าวได้มาถึงจุดสำคัญที่ต้องมีการพิจารณาและสรุปรายละเอียดภายใน เดือนธันวาคมนี้ เนื่องจาก UTA และ สำนักงานคณะกรรมการเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ได้ลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) เพื่อ ขยายระยะเวลาส่งมอบหนังสือแจ้งให้เริ่มงาน (NTP) ออกไปถึงเดือนธันวาคม 2568

นายคีรี กาญจนพาสน์ เตรียมหารือกับ EEC ในเดือนธันวาคมนี้เพื่อ ปลดล็อกสิทธิประโยชน์ด้านการลงทุน และพิจารณาขยายระยะเวลาของสัญญาออกไป ทั้งนี้ UTA จะมีการสรุปความคืบหน้าและทิศทางของโครงการอีกครั้งในเดือนดังกล่าวและจะแจ้งให้สาธารณะทราบ

นาย คีรี กาญจนพาสน์ (กลาง) ประธานกรรมการ บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)

สาเหตุความล่าช้าและการติดหล่มของโครงการ

โครงการยังไม่สามารถออกหนังสือแจ้งให้เริ่มงาน (NTP) ได้ เนื่องจากยังติดปัญหาจากโครงการโครงสร้างพื้นฐานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (สุวรรณภูมิ-ดอนเมือง-อู่ตะเภา) ซึ่งยังไม่มีความชัดเจนว่าจะเริ่มก่อสร้างเมื่อใด

นอกจากนี้ อุปสรรคสำคัญคือความไม่ชัดเจนใน สิทธิประโยชน์ที่ผู้ประมูลได้รับ ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญที่ต้องมีความชัดเจนก่อนจะเดินหน้าได้
การเร่งรัดปลดล็อกสิทธิประโยชน์เพื่อดึงดูดนักลงทุน
 

นายคีรีได้กล่าวเน้นย้ำว่า ประเด็นสำคัญในขณะนี้คือ เรื่องสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่ควรจะได้รับตามสัญญา โดยต้องการความชัดเจนในเรื่อง:

1. โครงสร้างพื้นฐาน: เช่น รถไฟความเร็วสูง ทางด่วน และอาคารผู้โดยสารที่รองรับผู้โดยสาร 12 ล้านคนต่อปี

2. สิทธิประโยชน์ทางภาษี และ ฟรีโซนต่างๆ

การสร้างความชัดเจนในส่วนนี้เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากบรรยากาศการลงทุนทั่วโลกไม่ดี และประเทศไทยต้องสามารถแข่งขันกับประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค เช่น สิงคโปร์ เวียดนาม หรือจีน ซึ่งประเทศเหล่านี้มีสิทธิประโยชน์ที่ดึงดูดนักลงทุนจำนวนมาก

‘คีรี’ นัด EEC ธ.ค. ปลดล็อกสิทธิประโยชน์ 2 แสนล้าน เมืองการบิน

ความมุ่งมั่นในการเดินหน้าและมูลค่าการลงทุน

UTA ยืนยันว่า โครงการเมืองการบินภาคตะวันออกจะเดินหน้าต่อแน่นอน และไม่ล้มสัญญา แม้ว่าอาจมีการปรับลดขนาดโครงการในช่วงแรกให้เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน

• เงินลงทุนเริ่มต้น: เมื่อมีความชัดเจนเรื่องสิทธิประโยชน์แล้ว กลุ่ม UTA คาดว่าในช่วงแรกจะต้องมีการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ มูลค่าประมาณ 2 หมื่นล้านบาท

• การดึงดูดการลงทุน: หากสิทธิประโยชน์มีความชัดเจน กลุ่ม UTA พร้อมที่จะออกไป โรดโชว์ เพื่อดึงดูดนักลงทุน โดยคาดว่าโครงการจะสามารถสร้างเม็ดเงินลงทุนได้ มากกว่า 2 แสนล้านบาท เมื่อโครงการเริ่มดำเนินการ

• ผลตอบแทน: ผลตอบแทนทางการลงทุน (IRR) ของโครงการนี้อยู่ที่ 10.2% ซึ่งถือว่าไม่ได้มากเกินไป และเป็นโครงการที่มีประโยชน์ต่อประเทศ

นายคีรีระบุว่า โครงการนี้ไม่ได้พูดถึงแค่พื้นที่ 6,500 ไร่ของสนามบินเท่านั้น แต่รวมถึงพื้นที่ที่เกี่ยวข้องอีกนับแสนไร่ในบริเวณรอบ ๆ ซึ่งจะเป็นประตูสำคัญของ EEC หากสนามบินยังไม่เริ่ม ทุกอย่างก็ยังไม่เกิดขึ้น

ภาพรวมทั้งหมดเปรียบเสมือนการปลดล็อกประตูบานใหญ่ โดยที่กุญแจสำคัญคือ "สิทธิประโยชน์" ที่ชัดเจนและแข่งขันได้ ซึ่งการพูดคุยในเดือนธันวาคมนี้คือจังหวะสุดท้ายที่ EEC ต้องช่วยไขกุญแจนี้ เพื่อเปิดทางให้เงินลงทุนก้อนโตกว่า 2 แสนล้านบาท สามารถไหลเข้าสู่เมืองการบินอู่ตะเภาและพื้นที่ EEC ได้จริง
 

ข่าวล่าสุด

ธนาคารโลก เร่งระดมทุนภูมิอากาศ-จีน กาง 5 กุญแจสร้างการเงินสีเขียว

ธนาคารโลก เร่งระดมทุนภูมิอากาศ-จีน กาง 5 กุญแจสร้างการเงินสีเขียว