posttoday
ศูนย์วิจัยกสิกรฯ ชี้ส่งออกรถยนต์ปี 68 วูบ ต่ำล้านคัน พิษมาตรฐานออสเตรเลีย

ศูนย์วิจัยกสิกรฯ ชี้ส่งออกรถยนต์ปี 68 วูบ ต่ำล้านคัน พิษมาตรฐานออสเตรเลีย

14 ตุลาคม 2568

ศูนย์วิจัยกสิกรฯคาด ยอดส่งออกรถยนต์ไทยปี 68 คาดเหลือ 900,000 คัน หลังตลาดออสเตรเลียเข้มเกณฑ์ คาร์บอนฯ ไทยเสียส่วนแบ่งให้คู่แข่งที่ไม่ผลิต PHEV ส่งออก

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดการณ์ ปริมาณการส่งออกรถยนต์โดยรวมของไทยในปี 2568 จะหดตัวลงเหลือเพียง 900,000 คัน ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำกว่าปกติที่เคยทำได้เกิน 1 ล้านคัน สาเหตุสำคัญมาจาก การปรับเปลี่ยนมาตรฐานการนำเข้ารถยนต์ใหม่ของออสเตรเลีย ซึ่งเป็นตลาดส่งออกอันดับ 1 ของไทย โดยมีส่วนแบ่งสูงถึง 28%
 

การเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์ดังกล่าวได้ส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทยไปออสเตรเลียอย่างชัดเจน โดยในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2568 ปริมาณส่งออกหดตัวลง 16% และมูลค่าลดลงถึง 17.3% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า (YoY) และคาดว่าทิศทางหดตัวนี้จะต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นปี

ออสเตรเลียเข้มงวด: NVES และ AEB พลิกตลาด

ตลาดออสเตรเลียเริ่มใช้มาตรฐานการนำเข้าที่เข้มงวดขึ้นตั้งแต่ต้นปี 2568 โดยมีสองมาตรฐานหลักที่เร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของตลาด:

มาตรฐานประสิทธิภาพการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสำหรับรถยนต์ใหม่ (NVES): มาตรฐานนี้ควบคุมปริมาณรถยนต์ที่ปล่อยก๊าซ CO2 เกินเกณฑ์ โดยเริ่มเก็บค่าปรับจริงตั้งแต่กรกฎาคม 2568 เกณฑ์เริ่มต้นของปีนี้กำหนดให้รถยนต์นั่งปล่อย CO2 ไม่เกิน 141 กรัม/กิโลเมตร และรถปิกอัพ/PPV ไม่เกิน 210 กรัม/กิโลเมตร

มาตรฐานความปลอดภัย: รถยนต์นำเข้าใหม่ต้องติดตั้ง ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB) ที่ผ่านมาตรฐานออสเตรเลีย โดยเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่ 1 มีนาคม 2568

การกำหนด CO 2 ที่เข้มงวดขึ้นต่อเนื่องนี้ถือเป็นแรงผลักดันสำคัญ เพราะคาดการณ์ว่าตั้งแต่ปี 2571 เป็นต้นไป เกณฑ์จะลดลงอย่างมาก (รถยนต์นั่งเหลือ 68 กรัม/กิโลเมตร และปิกอัพ/PPV เหลือ 122 กรัม/กิโลเมตร) ซึ่งอาจเหลือเพียง รถยนต์ PHEV และ BEV เท่านั้นที่สามารถทำตามเกณฑ์ได้ ส่งผลให้ความต้องการรถยนต์ไฮบริด (HEV) และปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) ในออสเตรเลียพุ่งสูงขึ้นอย่างชัดเจน โดยในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2568 การนำเข้ากลุ่ม HEV และ PHEV เพิ่มขึ้นถึง 34.7% (YoY)
 

ไทยเสียส่วนแบ่ง: ขาด PHEV และ HEV ไม่ได้มาตรฐาน

แม้ตลาดไฮบริด/ปลั๊กอินไฮบริดในออสเตรเลียจะเติบโต แต่ไทยกลับไม่ได้รับอานิสงส์ โดย การส่งออกรถยนต์ HEV และ PHEV ของไทยไปออสเตรเลียกลับลดลงถึง 15.1% (YoY) เนื่องจาก:

ขาดการผลิต PHEV เพื่อส่งออก: ฐานการผลิตในไทยยังไม่มีการผลิตรถยนต์ PHEV เพื่อส่งออกไปตลาดนี้

HEV บางรุ่นไม่ตอบโจทย์: รถยนต์ HEV บางรุ่นที่ผลิตจากไทยอาจยังไม่สามารถผ่านเกณฑ์ CO2 ใหม่ที่เข้มงวดขึ้นของออสเตรเลีย

ผลจากปัจจัยเหล่านี้ทำให้ ส่วนแบ่งตลาดของไทยในออสเตรเลียลดลง ทั้งในกลุ่มรถยนต์นั่ง (2%) และรถเพื่อการพาณิชย์ (5%) และเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าค่ายรถสัญชาติญี่ปุ่น ซึ่งเป็นผู้ลงทุนหลักในไทย กำลังประสบปัญหาในการปรับตัว ขณะที่ออสเตรเลียหันไปนำเข้ารถยนต์ HEV/PHEV จากประเทศคู่แข่ง เช่น จีน เกาหลีใต้ สหรัฐฯ และแอฟริกาใต้ เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ความท้าทายระยะยาว: ไทยต้องเร่งเป็นฐานผลิตเทคโนโลยีสูง

ในระยะข้างหน้า ประเด็นที่ไทยต้องเผชิญคือ การตัดสินใจของค่ายรถที่จะใช้ไทยเป็นฐานผลิตเพื่อพัฒนารถยนต์ HEV และ PHEV ที่ได้มาตรฐานสูงสำหรับส่งออกไปยังออสเตรเลียหรือไม่ เนื่องจาก:

การแข่งขันที่รุนแรงขึ้น: รถยนต์จากจีนกำลังเข้ามาแข่งขันอย่างหนักในตลาดออสเตรเลีย

ความจำเป็นในการรักษาฐานผลิตเดิม: ค่ายรถญี่ปุ่นอาจต้องให้ความสำคัญกับการรักษาและเพิ่มกำลังการผลิตในประเทศตนเองก่อน หลังสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตลาดส่งออกหลักมีการปรับขึ้นภาษีนำเข้ารถยนต์

ทางเลือกของฐานผลิตอื่น: ค่ายรถอาจพิจารณาฐานผลิตอื่นที่ได้เปรียบด้าน Economies of Scale หรือมีข้อตกลงทางการค้าที่ได้เปรียบ เช่น แอฟริกาใต้ ซึ่งมี FTA ร่วมกับสหภาพยุโรป (EU) ซึ่งเป็นตลาดที่มีความต้องการรถยนต์เทคโนโลยีสูงใกล้เคียงกัน

ดังนั้น การเร่งผลักดันให้ค่ายรถญี่ปุ่นปรับฐานการผลิตในไทยไปสู่รถยนต์รุ่นใหม่ที่ตอบโจทย์มาตรฐาน CO2 ที่เข้มงวดขึ้นของออสเตรเลีย จึงเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อป้องกันไม่ให้ไทยเสียส่วนแบ่งตลาดและสถานะการเป็นฐานการผลิตรถยนต์เพื่อการส่งออกที่สำคัญของโลกไปมากกว่านี้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท