ไขคำตอบ ทำไม REC จึงเป็นเครื่องมือสำคัญในยุคแห่งพลังงานสะอาด?
เจาะลึกใบรับรองการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน (REC) หลักฐานช่วยยืนยันว่าไฟฟ้า 1 หน่วยมาจากพลังงานสะอาด ช่วยธุรกิจเพิ่มขีดการแข่งขันในยุคพลังงานสะอาดได้อย่างไร?
KEY
POINTS
- REC คือใบรับรองที่ใช้ยืนยันการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน ช่วยแก้ปัญหาในระบบโครงข่ายไฟฟ้าที่ไฟฟ้าจากทุกแหล่งปะปนกัน ทำให้องค์กรสามารถอ้างสิทธิ์การใช้พลังงานสะอาดได้อย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้
- REC เป็นเครื่องมือทางการตลาดที่แยก "คุณสมบัติความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม" ออกจากตัวไฟฟ้า ทำให้เกิดการซื้อขายสิทธิ์การใช้พลังงานสะอาด ช่วยให้องค์กรบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนและสร้างแรงจูงใจให้เกิดการลงทุนในพลังงานหมุนเวียนเพิ่มขึ้น
- ประเทศไทยมีระบบนิเวศ REC ที่ได้มาตรฐานสากล (I-REC) โดยมี กฟผ. เป็นผู้รับรองอย่างเป็นทางการ ทำหน้าที่กำกับดูแล ออกใบรับรอง และป้องกันการนับซ้ำ สร้างความน่าเชื่อถือให้กับการซื้อขายและการอ้างสิทธิ์ในระดับนานาชาติ
ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดได้กลายเป็นวาระสำคัญที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกัน ประเทศไทยเองก็ได้ประกาศเป้าหมายที่ชัดเจนในการมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ในปี 2050 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emission) ภายในปี 2065 ท่ามกลางเป้าหมายอันท้าทายนี้ ภาคธุรกิจจำเป็นต้องมีเครื่องมือที่จับต้องได้เพื่อแสดงจุดยืนและมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง
โพสต์ทูเดย์ได้ติดตามประเด็นดังกล่าวเพื่อสร้างความกระจ่างให้กับผู้ใช้พลังงานทั่วไปและภาคธุรกิจ ดังในบทความก่อนหน้านี้ กฟผ.ชี้ พลังงานสีเขียวอย่างเดียวไม่พอ ต้องมี "สิทธิสีเขียว" ด้วย และเพื่อทำความเข้าใจในเรื่อง "สิทธิสีเขียว" หรือ REC มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะความสำคัญของกลไกนี้ในอนาคต ในขณะที่โลกกำลังก้าวสู่ "ยุคพลังงานสะอาด"
ใบรับรองการผลิตพลังงานหมุนเวียน หรือ Renewable Energy Certificate (REC) ได้ถือกำเนิดขึ้นในฐานะกลไกสำคัญที่ไม่เพียงจำเป็นต่อการประกาศความสำเร็จด้านความยั่งยืนขององค์กร แต่ยังจุดประกายให้เกิดตลาดซื้อขายในประเทศไทยซึ่งเติบโตขึ้นกว่า 10 เท่า และสร้างมูลค่าหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไปแล้วมากกว่า 1,000 ล้านบาท
REC คือ ใบรับรองที่สามารถซื้อขายได้ เพื่อใช้ยืนยันว่าไฟฟ้าจำนวน 1 เมกะวัตต์-ชั่วโมง (MWh) ได้ถูกผลิตขึ้นจากแหล่งพลังงานหมุนเวียนที่ตรวจสอบได้จริง เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม หรือพลังงานน้ำ โดยทำหน้าที่เป็นเครื่องมือทางการตลาดที่แยก "คุณลักษณะความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม" ออกจากตัวไฟฟ้า ทำให้การอ้างสิทธิ์และการรายงานผลเป็นไปอย่างน่าเชื่อถือตามมาตรฐานสากล
ความจำเป็นของกลไกอย่าง REC เกิดขึ้นจากความท้าทายพื้นฐานของระบบโครงข่ายไฟฟ้าแบบดั้งเดิม ซึ่งไฟฟ้าจากทุกแหล่งผลิตจะถูกส่งมารวมกันก่อนถึงผู้ใช้ปลายทาง ทำให้เราไม่สามารถระบุได้เลยว่าไฟฟ้าที่ใช้งานอยู่นั้นมาจากแหล่งพลังงานสะอาดหรือไม่
REC จึงเข้ามาตอบโจทย์ปัญหานี้โดยตรง และได้กลายเป็นเครื่องมือที่ขาดไม่ได้สำหรับองค์กรที่มุ่งสู่ความยั่งยืน
ความท้าทายของระบบไฟฟ้า และบทบาทของ REC ในการสร้างความโปร่งใส
ความท้าทายหลักของระบบโครงข่ายไฟฟ้าแบบรวมศูนย์ (Centralized Grid) คือการที่ไฟฟ้าซึ่งผลิตจากแหล่งพลังงานหมุนเวียนและเชื้อเพลิงฟอสซิลจะถูกส่งเข้ามาปะปนกันในสายส่ง ทำให้ผู้บริโภคปลายทางไม่สามารถแยกแยะหรือพิสูจน์ได้ว่าไฟฟ้าที่ตนเองกำลังใช้งานอยู่นั้นมาจากแหล่งผลิตใด ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญต่อองค์กรที่ต้องการประกาศว่าตนเองใช้ไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด 100%
REC ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ไขปัญหานี้โดยทำหน้าที่เป็น "เครื่องมือในการติดตามคุณลักษณะ" (Tracking Instrument) ที่แยกคุณสมบัติด้านความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Attribute) ออกจากตัวไฟฟ้าจริง (Physical Electricity) เมื่อโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนผลิตไฟฟ้า 1 MWh จะมีการออกใบรับรอง REC จำนวน 1 ใบควบคู่กัน การแยกคุณสมบัตินี้ทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า "Unbundled REC" ซึ่งสามารถซื้อขายได้อย่างอิสระจากตัวไฟฟ้า ทำให้องค์กรสามารถซื้อใบรับรองนี้เพื่ออ้างสิทธิ์การใช้พลังงานสะอาดตามปริมาณที่ต้องการได้ แม้ว่าในทางกายภาพจะยังคงรับไฟฟ้าจากโครงข่ายไฟฟ้าส่วนกลางตามปกติก็ตาม กลไกนี้จึงสร้างความโปร่งใสและความยืดหยุ่นให้กับการบรรลุเป้าหมายด้านพลังงานสะอาด
ตารางต่อไปนี้แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างอย่างชัดเจนระหว่างสถานการณ์ก่อนและหลังมีกลไก REC:
ด้วยบทบาทในการสร้างความโปร่งใสและน่าเชื่อถือนี้เอง REC ได้ผลักดันให้เกิดระบบนิเวศการซื้อขายพลังงานสะอาดที่สมบูรณ์ขึ้นในประเทศไทย ซึ่งประกอบด้วยผู้มีส่วนเกี่ยวข้องหลายภาคส่วนที่ทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ
เจาะลึกระบบนิเวศ REC ในประเทศไทย ใครทำอะไร ที่ไหน อย่างไร
ระบบนิเวศ REC ในประเทศไทยดำเนินงานภายใต้มาตรฐานสากลที่เรียกว่า I-REC (International Renewable Energy Certificate) ซึ่งเป็นที่ยอมรับในกว่า 68+ ประเทศทั่วโลก ทำให้การรับรองและการซื้อขายมีความน่าเชื่อถือและสามารถใช้อ้างอิงในระดับนานาชาติได้ โดยมีผู้เล่นหลักในตลาดที่ทำหน้าที่แตกต่างกันไป
ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องหลักในตลาด REC ของไทย
- ผู้ให้การรับรอง (Issuer): การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นหน่วยงานเดียวในประเทศไทยที่ได้รับการแต่งตั้งจาก The International Tracking Standard Foundation (I-TRACK Foundation) ให้เป็นผู้รับรอง REC ในประเทศ (Local Issuer) มีหน้าที่รับขึ้นทะเบียนโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน ตรวจสอบข้อมูลการผลิต และออกใบรับรอง REC พร้อมทั้งป้องกันการนับซ้ำ (Double Counting) โดยการตรวจสอบว่าโรงไฟฟ้าดังกล่าวไม่ได้ขึ้นทะเบียนในระบบอื่นหรือมีส่วนร่วมในโครงการติดตามพลังงานหมุนเวียนหรือคาร์บอนเครดิตอื่นใดสำหรับไฟฟ้า MWh เดียวกัน
- ผู้ขาย REC (Registrant): คือ กลุ่มเจ้าของโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน หรือบริษัทตัวแทน (Broker) ที่นำโรงไฟฟ้ามาขึ้นทะเบียนกับ กฟผ. เพื่อจำหน่าย REC เป็นการสร้างรายได้เพิ่มเติมจากการผลิตไฟฟ้า นับเป็นแรงจูงใจสำคัญที่กระตุ้นให้เกิดการลงทุนในโครงการพลังงานหมุนเวียนมากขึ้น
- ผู้ซื้อ REC (Participant): คือ องค์กรหรือหน่วยงานที่ต้องการบรรลุเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม การใช้พลังงานสะอาด หรือเป็นไปตามข้อกำหนดของคู่ค้า นอกจากนี้ยังรวมถึง Broker ที่ทำหน้าที่รวบรวม REC เพื่อนำไปเสนอขายต่อให้กับผู้ที่สนใจ โดยผู้ซื้อจะต้องเปิดบัญชี Participant Account กับระบบของ I-TRACK เพื่อรับมอบและจัดการ REC
ขั้นตอนการซื้อขาย REC ในประเทศไทย
การซื้อขายในประเทศไทยส่วนใหญ่เป็นรูปแบบการเจรจาตกลงกันโดยตรง (Bilateral) ระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย ซึ่งมีขั้นตอนดังนี้:
- ผู้ซื้อแจ้งความต้องการ: ผู้ซื้อจะระบุรายละเอียดของ REC ที่ต้องการ ซึ่งประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก ได้แก่ ประเภทเทคโนโลยี (เช่น พลังงานแสงอาทิตย์, ลม), ปีที่ต้องการอ้างสิทธิ์ (Vintage Year) และจำนวน REC ที่ต้องการซื้อ
- ผู้ขายดำเนินการ: ผู้ขายจะดำเนินการจัดหา REC ตามความต้องการ หรือยื่นขอการรับรอง REC จาก กฟผ. สำหรับไฟฟ้าที่ผลิตได้จากโรงไฟฟ้าที่ขึ้นทะเบียนไว้แล้ว
- การส่งมอบและชำระเงิน: เมื่อ กฟผ. ตรวจสอบและออกใบรับรองแล้ว ผู้ขายจะทำการส่งมอบ (Transfer) REC ให้กับผู้ซื้อผ่านระบบ Registry ของ I-TRACK และผู้ซื้อจะชำระเงินค่า REC ให้กับผู้ขายโดยตรง
- การไถ่ถอน (Retirement): ขั้นตอนที่สำคัญที่สุดคือ ผู้ซื้อจะต้องทำการ "Retire" หรือไถ่ถอนใบรับรองออกจากระบบ เพื่อเป็นการอ้างสิทธิ์ในคุณค่าทางสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นทางการ การกระทำนี้จะเป็นการนำใบรับรองออกจากระบบหมุนเวียนอย่างถาวร เพื่อให้มั่นใจว่าคุณประโยชน์ดังกล่าวถูกนับเพียงครั้งเดียวและป้องกันการนับซ้ำ (Double Counting) ในตลาด
กระบวนการที่เป็นมาตรฐานและโปร่งใสนี้ได้สร้างประโยชน์เชิงกลยุทธ์ให้กับทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย และเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้ตลาด REC ในประเทศไทยเติบโตอย่างรวดเร็ว
ที่มา:
EGAT business
www.recthailand.com/articles/rec-renewable-energy-certificate
https://energysolutions.egat.co.th/index.php/article/article-rec
https://www.cnerg.net


