posttoday
“เทคโนโลยีดาวเทียม” ตัวช่วยสำคัญรับมือภัยน้ำท่วมในไทย

“เทคโนโลยีดาวเทียม” ตัวช่วยสำคัญรับมือภัยน้ำท่วมในไทย

15 มิถุนายน 2568

จากภาพถ่าย สู่เครื่องมือวิเคราะห์น้ำท่วมแบบครบวงจร GISTDA เดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีดาวเทียมเพื่อบริหารจัดการภัยพิบัติ

น้ำท่วม เป็นภัยพิบัติที่เกิดขึ้นเป็นประจำในประเทศไทยทุกปี ส่งผลกระทบต่อชีวิต เศรษฐกิจ และสังคมอย่างกว้างขวาง การเตรียมความพร้อมและการบริหารจัดการเชิงรุกจึงเป็นสิ่งจำเป็น และหนึ่งในเทคโนโลยีที่มีบทบาทสำคัญมากขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วงหลังคือ “เทคโนโลยีดาวเทียม”

 

จากภาพถ่าย สู่เครื่องมือวิเคราะห์น้ำท่วมแบบครบวงจร

หลายคนอาจคุ้นเคยกับ “ภาพถ่ายดาวเทียม” ที่แสดงให้เห็นพื้นที่น้ำท่วม แต่ในความเป็นจริง เทคโนโลยีนี้สามารถทำได้มากกว่านั้น โดยใช้ภาพจากหลายช่วงเวลา (Time series) วิเคราะห์ความเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำในแต่ละช่วงฤดูกาล ทั้งก่อนและหลังฤดูฝน เพื่อนำไปประเมินขอบเขตน้ำท่วมอย่างละเอียด และเชื่อมโยงกับข้อมูลทางเศรษฐกิจและสังคม เช่น พื้นที่เพาะปลูก โรงเรียน โรงพยาบาล และที่อยู่อาศัย เพื่อวางลำดับความสำคัญในการให้ความช่วยเหลือเมื่อเกิดวิกฤต

 

GISTDA เดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีดาวเทียมเพื่อบริหารจัดการภัยพิบัติ

ดร.สยาม ลววิโรจน์วงศ์ ผู้อำนวยการสำนักประยุกต์และบริหารภูมิสารสนเทศ GISTDA เผยว่า ตั้งแต่ปี 2548 หน่วยงานได้มีการวางแผนใช้ข้อมูลจากดาวเทียมอย่างต่อเนื่อง ร่วมกับหน่วยงานด้านอุตุนิยมวิทยาและทรัพยากรน้ำ เพื่อให้ได้ข้อมูลพื้นที่น้ำท่วมที่ เป็นปัจจุบัน แม่นยำ และสอดคล้องกับสถานการณ์จริง ซึ่งช่วยสนับสนุนการตัดสินใจของภาครัฐได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

วิเคราะห์ความเสี่ยงด้วยข้อมูลย้อนหลังและความชื้นในดิน

GISTDA ยังทำงานร่วมกับ สทนช. และกรมทรัพยากรน้ำ นำข้อมูลดาวเทียมย้อนหลังกว่า 10 ปี มาวิเคราะห์พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมซ้ำซาก พร้อมติดตามค่าความชื้นในดินทุก 15 วัน ซึ่งช่วยคาดการณ์ภัยน้ำท่วมและดินถล่มในพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะพื้นที่ลาดชัน

 

เสริมการรับมือแบบเชิงรุก ด้วยข้อมูลระดับสูง

ในสถานการณ์วิกฤต GISTDA ได้ขอรับการสนับสนุนภาพถ่ายจากเครือข่ายระหว่างประเทศ เช่น Disaster Charter และ Sentinel Asia ซึ่งช่วยให้สามารถติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์ได้แบบ near real-time พร้อมผสานกับข้อมูล DEM (ความสูงภูมิประเทศ) และปริมาณฝน เพื่อการบริหารจัดการพื้นที่แบบแม่นยำ ทั้งในเมืองและชนบท

 

ปีนี้เน้น “ป้องกันก่อนเกิด” ตรวจจับผักตบชวา-สิ่งกีดขวางลำน้ำ

แผนการรับมือปีนี้เริ่มตั้งแต่ต้นฤดู โดยใช้ภาพถ่ายดาวเทียมตรวจหาสิ่งกีดขวางทางน้ำ เช่น ผักตบชวา เพื่อนำข้อมูลไปใช้วางแผนขุดลอกลำน้ำ ก่อนจะเข้าสู่ฤดูน้ำหลาก ซึ่งในช่วงนั้นจะเน้นการใช้ภาพถ่ายจากดาวเทียมเรดาร์ที่สามารถมองทะลุเมฆได้ วิเคราะห์พื้นที่น้ำท่วมแบบเรียลไทม์ และซ้อนทับกับข้อมูลเพาะปลูกและบ้านเรือน เพื่อประเมินความเสียหายและใช้ประกอบการชดเชยเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ

 

ข้อมูลละเอียดระดับครัวเรือนด้วยดาวเทียมไทย

GISTDA ยังเตรียมใช้ภาพจากดาวเทียมไทยโชตและ THEOS-2 ซึ่งมีความละเอียดสูงถึง 50 เซนติเมตร เพื่อวิเคราะห์พื้นที่น้ำท่วมขังในระดับพื้นที่หรือระดับครัวเรือน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมชลประทาน และกรมส่งเสริมการเกษตร สามารถนำข้อมูลเหล่านี้ไปใช้ในการวางแผนเชิงพื้นที่ได้อย่างตรงจุด

 

GISTDA Disaster Platform : ติดตามสถานการณ์ได้แบบ Near Real-Time

ข้อมูลจากเทคโนโลยีดาวเทียมทั้งหมดถูกรวบรวมและเผยแพร่ผ่าน แพลตฟอร์ม GISTDA Disaster Platform (disaster.gistda.or.th) ซึ่งเป็นระบบข้อมูลเปิดที่ให้บริการแก่หน่วยงานและประชาชนทั่วไป โดยสามารถเข้าถึงข้อมูลในรูปแบบแผนที่ ตาราง รายงาน PDF และไฟล์ GIS เพื่อใช้วิเคราะห์และบริหารจัดการภัยพิบัติ ไม่เฉพาะแต่น้ำท่วม แต่รวมถึงไฟป่า หมอกควัน และภัยแล้งด้วย

 

ผู้สนใจ..สามารถเข้าไปดูข้อมูลและติดตามสถานการณ์ “น้ำท่วม” รวมถึงภัยพิบัติอื่นๆ ได้ฟรีที่ disaster.gistda.or.th

ข่าวล่าสุด

INT มหิดลเปิดตัว Blue Horizon ปั้นโมเดลแก้ปม Startup โตไม่รอด

INT มหิดลเปิดตัว Blue Horizon ปั้นโมเดลแก้ปม Startup โตไม่รอด