
คุมอุณหภูมิโลกเพิ่มไม่เกิน 1.5 องศายากแต่ต้องทำ!
'ดร.พิรุณ' ดัน พ.ร.บ.การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศฯ บังคับใช้ในปี 2026 แจงยิบ หากเกินปี 2030 และไม่สามารถควบคุมการเพิ่มของอุณหภูมิได้ ภัยพิบัติจะรุนแรงและกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างหนัก ย้ำ พ.ร.บ.ถูกออกแบบมาไม่ใช่เพื่อ 'ฆ่า' ธุรกิจ
- รับการคุมอุณหภูมิให้เพิ่มขึ้น 1.5 องศาเป็นเรื่องยาก แต่หากพุ่งสูงทะลุ 3 องศา อีโคซิสเตมทางเศรษฐกิจจะล่มสลาย
ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม อภิปรายในหัวข้อ Action Green Transition บนเวที ROAD TO NET ZERO 2024 THE EXTRAORDINARY GREEN จัดโดย ฐานเศรษฐกิจ ในวันนี้ (26 กันยายน 2567 ) ว่า อยากชวนให้ทุกคนคิดถึงเรื่องวิกฤตโลกเดือด หรือระบบของโลกในทุกวันนี้แปรปรวนและส่งสัญญาณออกมาเป็นภัยพิบัติซึ่งยากที่จะคาดการณ์ได้ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเจนคือ พายุยางิที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณว่าภัยเรื่องนี้ใกล้ตัวกว่าที่คิด พี่น้องประชาชนเสียหายมาก และการฟื้นฟูจะต้องใช้เงินอีกเท่าไหร่ที่จะต้องฟื้นฟูระบบเศรษฐกิจพื้นฐานกลับมา
ความแปรปรวนนี้ยากจะรับมือขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งการแปรปรวนเป็นสิ่งที่เราไม่อยากได้ เพราะจะทำให้ประสิทธิภาพการรับมือต่ำลง ในมุมของธุรกิจผลที่ตามมาคือ วันนี้การคุมอุณหภูมิให้ได้ 1 องศา งบประมาณจาก 100% ถูกใช้ไปแล้วกว่า 83% เหลือเพียง 17% ซึ่งในนี้มากกว่า 10% จะถูกใช้ไปก่อนปี ค.ศ. 2030 เพราะฉะนั้นการอยากจะคุมอุณหภูมิที่พุ่งสูงขึ้นไม่เกิน 1.5 องศาเซลเซียสจึงเป็นเรื่องที่ยากลำบากและท้าทาย
เพราะถ้าหากคุมไม่ได้ และมากเกิน 2 องศาเซลเซียส ปะการังจะหายไปหมด แต่ถ้าไปถึง 3 องศาเซลเซียส จะกระทบต่อระบบเศรษฐกิจมหาศาล
อย่างไรก็ตาม ณ วันนี้ยังไม่ถึงจุดนั้น เราจึงต้องพยายามทุกวิถีทางให้จำกัดการเพิ่มขึ้นให้ต่ำสุดเท่าที่จะทำได้
- แผนประเทศไทย สำคัญคือการผลักดัน พ.ร.บ.การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศฯ
อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ยังกล่าวอีกว่า สำหรับประเทศไทย ได้มีแผนในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งมีการกำหนดว่าในปี 2030 เราจะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงให้ได้ราว 30-40% (NDC1) การลดก๊าซเรือนกระจกเกี่ยวข้องกับหลายสาขา บางส่วนเข้าสู่สภาพัฒน์แล้ว และจะมีการบังคับใช้ในเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งที่ผ่านมาได้มีติดตามผลการลดก๊าซเรือนกระจกมาแล้ว
อย่างไรก็ตามในปี 2025 เป้าหมายเพิ่มขึ้นเป็น 60% ซึ่งเป็นความท้าทายว่าประเทศไทยจะทำได้หรือไม่? ซึ่งเป็นแรงกดดันที่สำคัญมาก เพราะจะถูกพูดถึงบนเวที COP29 ที่จะเกิดขึ้นหรือในเวทีต่างประเทศ จึงไม่มีช่องว่างให้นักธุรกิจหรือภาครัฐลังเลใจว่าจะต้องทำเรื่องนี้หรือไม่
“ สำคัญคือ เราจะต้องมี พ.ร.บ.การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ… เราไม่ได้ออกแบบมาเพื่อ 'ฆ่า' ธุรกิจไทยให้ตาย เราสร้างพ.ร.บ.ฉบับนี้ขึ้นมาเพื่อบังคับและส่งเสริม ให้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมไปสู่ Net Zero ให้ได้บนพื้นฐานของความยั่งยืน นั่นคือหัวใจสำคัญของการออกแบบพ.ร.บ.ฉบับนี้”
สำหรับ (ร่าง) พ.ร.บ.การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ.... ฉบับนี้ มี 4 ส่วนใหญ่ๆ คือ
ส่วนที่ 1 กล่าวถึงเป้าหมายการดำเนินงาน คณะกรรมการนโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และแผนแม่บอรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาสแห่งชาติ
ส่วนที่ 2 กล่าวถึงการลดก๊าซเรือนกระจกของภาคอุตสาหกรรม ที่จะต้องมีทั้งระบบการซื้อขายสิทธิในการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ระบบภาษีคาร์บอน และเรื่องของคาร์บอนเครดิต
“ เรามีภาษีคาร์บอน หากจะถามว่าจะราคาเท่าไหร่ ตอบเร็วๆ คือ ณ ราคาในปี ค.ศ. 2065 ที่ไทยจะต้องไปถึง จะอยู่ที่ 1 พันดอลลาร์สหรัฐต่อตันคาร์บอนไดออกไซด์ เป็นอัตราสูงสุด โดยวิเคราะห์บนพื้นฐานของเศรษฐกิจ” นายพิรุณกล่าว
ส่วนที่ 3 การปรับตัว ได้แก่การจัดทำฐานข้อมูลกลางด้านภูมิอากาศ แผนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และแผนปฏิบัติการรายสาขา
กลไกสุดท้ายในส่วนที่ 4 คือ Climate fund หรือกองทุนการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งคาดว่าจะมีการระดมทุนจากทั้งภาครัฐ การประมูลสิทธิการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และค่าธรรมเนียมจากการขายคาร์บอนเครดิต ซึ่ดคาดการณ์เงินกองทุนในปี ค.ศ. 2040 ราว 1 แสนล้านบาทไทย
สำหรับร่างพ.ร.บ. ฉบับนี้ได้มีการนำเสนอแล้ว 14 ครั้ง และในเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้จะมีการนำไปพูดคุยในระดับรัฐมนตรี และเข้าสู่การเสนอต่อครม. และยื่นต่อคณะกรรมการกฤษฎีกาต่อไป ก่อนจะนำเข้าสู่สภาฯ ซึ่งทางกรมอยากเห็นเรื่องนี้บังคับใช้ได้ในปี ค.ศ.2026
โดย นายพิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม กล่าวทิ้งท้ายว่า ในปี 2025 สิ่งที่อยากเห็นที่สุดคือ พ.ร.บ.ผ่านครม. เนื่องจาก ณ ปัจจุบันไม่มีกฎหมายหรือเครื่องมือที่ชัดเจนในการบังคับใชั อีกทั้งยังอยากให้เกิดความร่วมมือ สองมิติที่อยากได้ ก็คือ การขับเคลื่อนจากภาครัฐ และภาคเอกชนช่วยกันขับเคลื่อน เพราะเมื่อไหร่ที่ถึงปี ค.ศ.2030 และยังทำไม่ได้ตามเป้า การลดอุณหภูมิจะยากมากที่สุด







