posttoday
ผลผลิต-ความยั่งยืน จิตสำนึกความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และมนุษยชาติ

ผลผลิต-ความยั่งยืน จิตสำนึกความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และมนุษยชาติ

03 กุมภาพันธ์ 2567

Productivity & Sustainability เดินหน้าเพิ่ม “ผลิตภาพ” ควบคู่ไปกับการพัฒนาที่ยั่งยืน เป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญอย่างยิ่งยวดของการดำเนินงานในปัจจุบัน

บทความที่ 2  

คอลัมนิสต์  : สุวรรณชัย โลหะวัฒนกุล ผู้อำนวยการสถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ

เมื่อบุคลากร คือ ทรัพยากรมนุษย์ที่มีค่าที่สุดของการนำพาทุกอย่างไปข้างหน้าให้เติบโตและยั่งยืน ด้วยการใช้ทักษะพื้นฐานที่มี ผนวกกับความมุ่งมั่นตั้งใจ ในการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง พร้อมที่จะดึงศักยภาพออกมาอย่างเต็มที่ เป็นพลังผลักดันความสำเร็จในตนเอง ถ่ายทอดสู่องค์กร ให้ออกผลลัพธ์เข้าไปสร้างคุณค่าในสังคมของประเทศไทย เราจึงต้องให้ความสำคัญกับการสร้างกระบวนการคิดเชิงผลิตภาพและความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมไปพร้อมๆ กัน ผ่านกระบวนการเสริมสร้างความเข้าใจ การเข้าถึงองค์ความรู้ และการพัฒนาทักษะอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้วยความรู้และประสบการณ์ ที่จะจุดประกายนวัตกรรมสร้างสรรค์ให้กับบุคลากร เป็นการผสานกำลังขับเคลื่อนองค์กรก้าวสู่อนาคตร่วมกัน
 

การปรับเปลี่ยนอุตสาหกรรมที่มีความหลากหลายในประเทศของเรา จึงไม่ใช่เพียงแค่ การสร้างความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจให้เติบโตเท่านั้น แต่ยังต้องมีจิตสำนึกความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และมนุษยชาติด้วย การสร้างความตระหนักและรวมตัวกันกระตุ้นในการนำแนวทางปฏิบัติ ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และเศรษฐกิจหมุนเวียนมาใช้ ด้วยความสร้างสรรค์ และเข้าใจ เราก็จะสามารถสร้างเส้นทางสู่อนาคตที่ยั่งยืนและยืดหยุ่นได้
    
วันนี้จึงขยายผลจากสาระสำคัญที่สามารถสร้างความเข้าใจง่ายๆ ในความสอดคล้องของ Productivity และ Sustainability ที่ส่งผลลัพธ์อันเกิดประโยชน์อย่างทวีคูณแก่บุคลากร องค์กร และสังคมไทย ของ ดร. สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบัน สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ที่มาเป็นองค์ปาฐกในหัวข้อ Sustainability and Productivity Goals in Thailand: An ASEAN and Global Perspective ภายในงาน GLOBAL SUSTAINABILITY & PRODUCTIVITY NETWORK (GSPN) DIALOGUE เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2566 ณ องค์การสหประชาชาติ ซึ่งกล่าวถึง Sustainability นั้นเป็นประเด็นที่มุ่งเน้นเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมและการเติบโตของผลลัพธ์เป้าหมาย และ Productivity นั้น เป็นประเด็นเกี่ยวกับการขยายรากฐานการดำเนินงานที่สร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ซึ่งดูเหมือนจะเป็นแนวคิดที่ย้อนแย้งกัน แต่จริงๆ แล้วกลับเสริมสร้างผลลัพธ์อย่างทวีคูณ หากนำ Productivity & Sustainability เป็นแนวดำเนินการควบคู่ไปด้วยกันอย่างให้ความสำคัญ ซึ่งเป็นการเปิดมุมมองตัวอย่างให้คิดง่ายๆ แต่กลับสะท้อนให้รับรู้ถึงประโยชน์มากมายที่เกิดขึ้น ใน 3 สาระสำคัญต่อไปนี้

ผลผลิต-ความยั่งยืน จิตสำนึกความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และมนุษยชาติ
 

1. การผลิตแบบลดของเสียจากการผลิตหรือ Lean Production แนวคิดที่ถูกพัฒนาขึ้นและใช้อยู่กันอย่างแพร่หลาย ที่สามารถช่วยลดปริมาณของเสียหรือขยะลง เพื่อโลกใบนี้อีกด้วย
    
ตัวอย่าง Lean Business  ของผู้ประกอบการ Start-up รายหนึ่ง ที่นำเสนอซอฟแวร์สำหรับอุตสาหกรรมก่อสร้าง ให้เกิดประสิทธิภาพการทำงานและสร้างการมีผลิตภาพ (Productivity) การก่อสร้าง โดยการนำซอฟแวร์นี้ เพื่อเข้าใจเรื่องการเงิน เพื่อเปรียบราคาค่าอุปกรณ์ ค่าแรงงานทุกอย่าง เพื่อลดการสูญเสียทั้ง วัสดุ ค่าใช้จ่ายและเวลา พร้อมการแจ้งราคาที่เหมาะสมสำหรับการตัดสินใจให้ทราบก่อน หรือ อีกหนึ่งตัวอย่างที่น่าสนใจในการยกระดับการให้บริการของ รพ.ศิริราช ได้นำแอพพลิเคชั่น “ศิริราช” ซึ่งเป็นแอพพลิเคชั่นสำหรับการ จองคิวนัดพบแพทย์ ที่ช่วยทำให้เวลาของการรอพบแพทย์นั้น ลดลงครึ่งหนึ่ง สามารถตั้งเวลาการตรวจวินิจฉัย และปรับปรุงระบบภายในที่แบบเป็นปัจจุบัน (Real Time)  แทนที่ผู้ป่วยจะใช้เวลาการรอรับบริการไปทั้งวัน โดยไม่ทราบว่าเมื่อไหร่จะได้รับการตรวจ เมื่อภายหลังจากการใช้แอพพลิเคชั่น Lean hospital ของศิริราชนี้แล้ว ก็ทำให้ผู้ป่วยได้เข้าพบแพทย์ โดยใช้เวลารอน้อยกว่า 30 นาที รวมไปถึงการที่ผู้ป่วยอาจไม่ต้องรอคิวเลย และมียังคงพัฒนาการปรับปรุงการใช้เวลาในโรงพยาบาลให้น้องลงสำหรับผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง

2. ปรับเปลี่ยนการผลิตให้มีระบบอัตโนมัติ หรือ Automation  มากขึ้น แต่ควรทำ Lean Process  มาก่อน ซึ่งต้องปรับปรุงกระบวนการทำงานตามลำดับ จึงจะทำให้กระบวนการเกิดประสิทธิภาพโดยแท้จริง อย่างที่เรียกว่า ระบบการผลิตต่อเนื่องปราศจากการสูญเสีย Lean Automation ซึ่งคิดค้นโดย DENSO ภายใต้ แนวคิดที่ว่า “หากยังไม่ลีนพอ ก็ยัง Automate ไม่ได้” ตัวอย่างเช่น เดิมทีต้องใช้คนงาน 15 คนต่อรอบการทำงาน แต่ปัจจุบันเหลือคนงานเพียง 7 คน แต่ยังคงได้ผลลัพธ์เหมือนเดิม แปลว่า การทำงานที่มี ผลิตภาพ หรือ Productivity เพิ่มขึ้น โดยไม่มีเครื่องจักรมาแทนที่มนุษย์ เป็นเพียงแค่เพิ่ม ผลิตภาพ 

3. การก้าวสู่การอนุรักษ์ หรือ Going Green ไม่เพียงเฉพาะแค่การผลิตแบบลีนเท่านั้น แต่ต้องใส่ใจผลกระทบที่ต้องเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วย แม้ว่าในระดับอาเซียนจะยังไม่เกิดขึ้นได้อย่างชัดเจน เพราะต้องมีการลงทุน ซึ่งต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก การปรับการจัดการทั้งห่วงโซ่ อุปสงค์-อุปทาน จึงถือเป็นโอกาสที่ควรกำหนดทิศทางของประเทศไทยให้เป็น Green Neutral หรือ การใช้พลังน้ำและแสงอาทิตย์ วัสดุสีเขียวอย่างจริงจัง 
ดังนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุด คือ การบูรณาการร่วมกันในทุกภาคส่วน ภาคอุตสาหกรรม ของทั้งงองค์กรหรือบริษัทขนาดเล็ก กลางและใหญ่ เพื่อให้การแนะนำและสนับสนุนในทิศทางเดียวกัน สามารถลดการสูญเสียให้ดีขึ้น ช่วยสร้างการเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการนำระบบอัตโนมัติมาใช้ ในการผลักดันผลผลิตของการทำงานให้มากขึ้นควบคู่ไปพร้อมกับการสร้างความยั่งยืนด้วย
 

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ