
ครึ่งปีหลังอสังหาฯยังแข่งดุ
อีสเทอร์น สตาร์ ชี้ครึ่งปีหลังอสังหาฯยังแข่งกันดุ หลายบริษัทแห่ยึดห้างกลางเมืองจัดอีเวนต์เฉพาะเจาะจง เพื่อเร่งปิดการขาย
อีสเทอร์น สตาร์ ชี้ครึ่งปีหลังอสังหาฯยังแข่งกันดุ หลายบริษัทแห่ยึดห้างกลางเมืองจัดอีเวนต์เฉพาะเจาะจง เพื่อเร่งปิดการขาย
นายรัตนชัย ผาตินาวิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท อีสเทอร์น สตาร์ เรียลเอสเตท เปิดเผยว่าภาพรวมของตลาดอสังหาริมทรัพย์จะยังแข่งขันกันอย่างรุนแรง โดยจะเห็นได้ว่าผู้ประกอบการหลายราย นอกจากจะขายโครงการเอง และรวมงานประเภทมหกรรมบ้านในการขาย ยังจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดมากขึ้น โดยเฉพาะการนำโครงการที่อยู่ระหว่างการพัฒนาหลายทำเล มารวมกันจัดโปรโมชั่นเพื่อเร่งปิดการขาย
“ในครึ่งปีหลังจะเห็นอีเวนต์เฉพาะเจาะจง ที่ผู้ประกอบการอสังหาฯหันมาทำกิจกรรมทางการตลาดรายเดียวมากขึ้น โดยนำโครงการที่เปิดตัวใหม่และโครงการเก่าที่อยู่ระหว่างการขายมาจัดกิจกรรมในห้างสรรพสินค้าดัง ที่อยู่ใจกลางเมืองมากขึ้น พร้อมกับจัดแคมเปญพิเศษเพื่อเร่งการตัดสินใจ จากอดีตการจะเห็นการจัดงานจะนิยมทำที่โครงการ รวมไปถึงการร่วมออกงานมหกรรมบ้าน” นายรัตนชัยกล่าว
สำหรับในปีนี้บริษัทฯได้วางงบลงทุนเพื่อพัฒนาโครงการใหม่จำนวน 5,000 ล้านบาท เพื่อลงทุนโครงการใหม่ 3โครงการ โดยเมื่อเดือนพ.ค. ที่ผ่านมาได้เปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียม สตาร์วิว มูลค่า 3,500 ล้านบาท จำนวน 556 ยูนิต ขณะนี้มียอดขายแล้ว 35% และคาดว่าจะสามารถปิดการขายได้ภายใน 2 ปีครึ่ง
“ตลาดคอนโดมิเนียม ย่านพระราม 3 ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ยังมีความต้องการ ซึ่งจากการเก็บรวบรวมข้อมูลโครงการ ที่เปิดขายปัจจุบัน ซึ่งไม่นับรวม โครงการสตาร์วิว มีอยู่ 16 โครงการ จำนวน15,639 ยูนิต และมีจำนวนยูนิตเหลือขาย 3,512 ยูนิต” นายรัตนชัยกล่าว
นอกจากนี้บริษัทฯมีแผนจะเปิดตัวโครงการทาวน์เฮ้าส์ ในย่านอ่อนนุช ช่วงเดือน ส.ค.-ก.ย.ปีนี้ ราคาเริ่มต้น 3 ล้านบาท มูลค่าโครงการ 900- 1,000 ล้านบาท และยังอยู่ระหว่างการหาที่ดินเพื่อพัฒนาโครงการใหม่อีก 1 โครงการ คาดว่าจะเปิดตัวได้ในช่วงปลายปี ปัจจุบันบริษัทฯมีโครงการที่อยู่ระหว่างการขาย ซึ่งรวมโครงการในจ.ระยอง จำนวน 13 โครงการ โดยมีสินค้ารอการขาย คิดเป็นมูลค่า 2,000 ล้านบาทเศษ ขณะเดียวกันยังมีตัวเลขขาดทุนสะสมอยู่ 90 ล้านบาท จากเมื่อ 4 ปีก่อนมีตัวเลขขาดทุนสะสม 300 กว่าล้านบาท โดรยคาดว่าจะสามารถล้างขาดทุนได้ภายใน 2 ปี
นายรัตนชัย ยังได้ฝากความหวังไว้กับการเลือกตั้งใหม่ โดยต้องการให้รัฐบาลใหม่เร่งแก้ปัญหาใน 4 เรื่องสำคัญได้แก่ ปัญหาการคอรัปชั่น เรื่องการศึกษา ระบบการคมนาคม และการแก้ปัญหาทางด้านการเกษตรอย่างยั่งยืน







