
แนะธุรกิจสร้างบ้านปรับตัวรับต้นทุนพุ่ง
สศค. ชี้แนวโน้มรัฐบาลใหม่เร่งก่อสร้างเมกกะโปรเจค ดันวัสดุแพงต่อเนื่อง แนะรับสร้างบ้านปรับตัวรับต้นทุนพุ่ง
สศค. ชี้แนวโน้มรัฐบาลใหม่เร่งก่อสร้างเมกกะโปรเจค ดันวัสดุแพงต่อเนื่อง แนะรับสร้างบ้านปรับตัวรับต้นทุนพุ่ง
สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน จัดงานสัมมนา Decoding Cost : ถอดรหัสสกัดต้นทุนแพง เพื่อสร้างองค์ความรู้ภายใต้สถานการณ์ต้นทุนสินค้าแพง ยังอยู่ในภาวะที่มีความไม่แน่นอน มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น ราคาวัสดุก่อสร้าง ราคาน้ำมัน ธุรกิจต้องให้ความสนใจกับต้นทุนสินค้า เพื่อหาแนวทางจัดการ โดยมีนายนริศ ชัยสูตร ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เป็นประธานในการจัดงาน
ทั้งนี้ นายนริศ ได้กล่าวว่า รัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามาบริหารประเทศไม่ว่าจะมาจากขั้วพรรคการเมืองใด ล้วนมีทิศทางเดียวกันว่าจะต้องเข้ามาพัฒนาระบบสาธารณูปโภคในลักษณะโครงการเมกกะโปรเจค ซึ่งจะส่งผลให้มีความต้องการใช้วัสดุก่อสร้างเพิ่มขึ้น ต้องการใช้แรงงานที่มากขึ้น จึงมีแนวโน้มว่าราคาวัสดุก่อสร้างต่างๆ จะต้องขยับสูงขึ้นมาก
ผู้ประกอบการรับสร้างบ้านจึงควรเร่งปรับตัว หาแนวทางในการควบคุมต้นทุนก่อสร้าง โดยในส่วนของสมาคมฯ ควรทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการดูแลสมาชิก เช่น การรวมตัวสั่งซื้อวัสดุก่อสร้าง การล็อคราคาวัสดุก่อสร้างล่วงหน้าให้กับทั้งสมาชิก การใช้พื้นที่เก็บวัสดุก่อสร้างร่วมกัน เพื่อลดต้นทุนต่างๆ
นอกจากนี้ ยังต้องหันมาให้ความสำคัญกับเรื่องแรงงานขาดแคลนอย่างจริงจัง เพื่อรองรับการขยายตัวในอนาคต โดยสมาคมฯ ควรเร่งหาแนวทางผลิตแรงงานฝีมือใหม่ๆ เข้าสู่ระบบ ซึ่งอาจจะคล้ายกับวิธีการของตลาดทุน ที่มีวิทยาลัยตลาดทุน เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม การที่มีโครงการเมกกะโปรเจคเกิดขึ้นก็อาจจะเป็นผลดีต่อภาพรวมเศรษฐกิจ ซึ่งเมื่อเศรษฐกิจดี เจ้าของธุรกิจต่างๆ ย่อมมีเงินในการสร้างบ้าน ถือว่าเป็นผลดีต่อธุรกิจรับสร้างบ้าน แต่จะต้องระมัดระวังเรื่องการรับงาน ไม่ควรรับงานเกินตัว เพราะอาจมีความเสี่ยงจากปัจจัยทั้งเรื่องต้นทุนวัสดุก่อสร้างและแรงงาน
สำหรับการเปิดเสรีทางการค้าในภูมิภาคอาเซียนในปี 2558 ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ผู้ประกอบการรับสร้างบ้านควรให้ความสนใจ อาจวางแผนระยะยาวในการออกไปหาตลาดต่างประเทศ การรับสร้างบ้านให้กับลูกค้าในประเทศเพื่อนบ้าน หรือการวางแผนรับมือกับการเข้ามาของบริษัทรับสร้างบ้านจากต่างประเทศ ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญมาก







