
เอเชี่ยน พร็อพเพอร์ตี้ ได้ฤกษ์ปั้นแบรนด์องค์กร
เอพีได้ฤกษ์ปั้นแบรนด์องค์กร หวังลูกค้าบอกต่อ ซื้อซ้ำ พร้อมเทงบกว่า 500 ล้านบาทปลุกกำลังซื้อต่อเนื่อง
เอพีได้ฤกษ์ปั้นแบรนด์องค์กร หวังลูกค้าบอกต่อ ซื้อซ้ำ พร้อมเทงบกว่า 500 ล้านบาทปลุกกำลังซื้อต่อเนื่อง
นายวิทการ จันทวิมล ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ สายงานกลยุทธ์การตลาด บริษัท เอเชี่ยน พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ เปิดเผยว่า ปีนี้บริษัทจะเน้นการสร้างแบรนด์องค์กรให้ตลาดได้รับรู้มากขึ้น เพื่อสร้างความแข็งแกร่งในการทำตลาดในอนาคต โดยหวังให้ลูกค้าเกิดการบอกต่อ ไม่เพียงแต่แบรนด์ของแต่ละโครงการเท่านั้น แต่เป็นการพูดถึงทั้งองค์กร
นอกจากนี้ ลูกค้ากลุ่มที่ซื้อคอนโดมิเนียมในปัจจุบัน ยังเป็นกลุ่มลูกค้าในอนาคตของตลาดบ้านแนวราบ หากในอนาคตต้องการขยับขยายที่อยู่อาศัยจะได้นึกถึงที่อยู่อาศัยของเอพี และกลับมาซื้อบ้านในโครงการของบริษัทซ้ำอีกครั้ง รวมถึง คนที่ปัจจุบันมีห้องชุดขนาดเล็ก หากอนาคตมีกำลังซื้อที่สูงขึ้น ก็หวังให้ลูกค้ากลุ่มนี้ ซื้อห้องชุดระดับบนมากขึ้นในกลุ่มของเอพี
ที่ผ่านมาเอพี เน้นสร้างแบรนด์ให้กับแต่ละแบรนด์ของที่อยู่อาศัย โดยจากการสำรวจจึงพบว่า ลูกค้าส่วนใหญ่รู้จักแต่แบรนด์บ้านกลางเมือง บ้านกลางกรุง ดิ แอดเดรส รึธึ่ม แต่มีน้อยมากที่รู้ว่าแบรนด์เอพี คือ องค์กรของแบรนด์เหล่านั้น
สำหรับภาพลักษณ์ของที่เอพีต้องการสื่อสารกับกลุ่มลูกค้า คือ การเป็นแบรนด์ที่เน้นเรื่องฟังก์ชั่นที่อยู่อาศัย มีรูปแบบฟังก์ชั่นที่หลากหลายให้เลือกตามลักษณะความต้องการ และตามการอยู่อาศัยจริง โดยการแข่งขันของตลาดอสังหาฯ ในปัจจุบันไม่สามารถแข่งกันเรื่องทำเลอย่างเดียวแล้ว เพราะรายใหญ่ทุกรายต่างอยู่ในทำเลที่ดีทั้งสิ้น จึงต้องสร้างความแตกต่างในด้านอื่นๆ แทน
นายวิทการ กล่าวอีกว่า นอกจากเรื่องการสร้างแบรนด์องค์กรแล้ว การหันมาเน้นเรื่องบริการหลังการขาย ยังเป็นสิ่งที่สำคัญมาก โดยในช่วงไตรมาส 3-4 ปีนี้จะเปิดตัวทีมสมาร์ท เซอร์วิส แมเนจเม้นท์ ที่ทำหน้าที่ดังกล่าว เพื่อสร้างความชัดเจนของการบริการหลังการขายให้มากขึ้น จากเดิมแม้ว่าจะมีบริการดังกล่าวอยู่แล้ว แต่ยังไม่มีการสื่อสารออกมาอย่างชัดเจน
ด้านแผนกระตุ้นการตลาดปีนี้ใช้งบรวมกว่า 500 ล้านบาท หรือประมาณ 2.7-3% ของเป้าหมายยอดขายทั้งปีนี้ที่ 1.7 หมื่นล้านบาท เพื่อกระตุ้นกำลังซื้อผู้บริโภค โดยจะเน้นการจับมือร่วมกับพันธมิตรต่างๆ เช่น สถาบันการเงินอย่างไทยพาณิชย์ และกสิกรไทยในการออกแคมเปญดอกเบี้ยต่ำ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคให้ความสนใจ
สำหรับยอดขายในไตรมาส 2 นี้ ตั้งเป้ายอดขายอยู่ที่ 4,000 ล้านบาท ซึ่งจะมีการเติบโตที่ดีกว่าไตรมาสแรก เพราะมีการเปิดตัวโครงการหลายโครงการ ประกอบกับกำลังซื้อของผู้บริโภคก็ปรับตัวดีขึ้น โดยเฉพาะในเดือนพ.ค.มีบรรยากาศการซื้อขายที่ดีมาก







