
ซีคอนโฮมแตกบริษัทลูกหวังชิงแชร์ตลาดระดับล่าง
ซีคอนโฮม แตกบริษัทลูก “บัดเจทโฮม” หวังชิงแชร์ ตลาดรับสร้างบ้านระดับล่าง แข่งผู้รับเหมารายย่อย
ซีคอนโฮม แตกบริษัทลูก “บัดเจทโฮม” หวังชิงแชร์ ตลาดรับสร้างบ้านระดับล่าง แข่งผู้รับเหมารายย่อย
น.ส.ศุภิชชา ชัยพิพัฒน์ ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ซีคอน บริษัท คอมแพคโฮม และบริษัท บัดเจท โฮม เปิดเผยว่าได้จัดตั้งบริษัทรับสร้างบ้านบริษัท ที่ 3 คือ บัดเจท โฮม ด้วยทุนจดทะเบียน 10 ล้านบาท เพื่อรับงานก่อสร้างบ้านราคาประหยัด ราคาเริ่มต้น 9 แสนกว่าบาท ถึงไม่เกิน 2 ล้านบาท เนื่องจากปัจจุบันความต้องการที่อยู่อาศัยมีมากและส่วนใหญ่ต้องการอยุ่อาศัยในบ้านที่มีราคาประหยัด เพราะค่าครองชีพยังเพิ่มสูงอย่างต่อเนื่อง
“ขณะนี้ผู้ประกอบการรายใหญ่ในวงการอสังหาฯต่างหันมาให้ความสำคัญกับตลาดระดับล่างมากขึ้น เห็นได้จากบริษัท พฤกษา หรือว่ากลุ่มแลนด์แอนด์เฮ้าส์ คือบริษัท คิวเฮ้าส์ ที่แตกแบรนด์สินค้าใหม่อย่างเดอะทรัสต์ เพื่อก่อสร้างที่อยู่ให้ตรงกับความต้องการโดยเฉพาะ ซึ่งธุรกิจรับสร้างก็มีโอกาส เพราะที่ผ่านมามีแต่กลุ่มผู้รับเหมารายย่อยทั่วไป ที่ไปจับตลาดก่อสร้างบ้านราคาเริ่มต้นต่ำกว่า 1 ล้านบาท ” น.ส.ศุภิชชากล่าว
อย่างไรก็ตามข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ระบุว่าในปี 2553 บ้านเดี่ยวสร้างเอง เฉพาะในกรงเทพฯและปริมณพล มีจำนวนหน่วยถึง 20,340 หน่วยคิดเป็นมูลค่าจากการโอนกรรมสิทธิ์กว่าแสนล้านบาท เฉพาะในตลาดบริษัทรับสร้างบ้านมีมูลค่าประมาณ 1.1 หมื่นล้านบาท แสดงว่านอกเหนือจากนั้นเป็นผู้รับเหมารายย่อยกว่า 90% จึงเป็นเห็นผลให้บริษัทฯ ต้องการเข้าไปชิงแชร์ในตลาดส่วนดังกล่าว
ทั้งนี้บริษัทฯ ตั้งเป้ายอดขายไว้เดือนละ 10 หลัง ราคาเฉลี่ยบ้านหลังละ ประมาณ 1.3 ล้านบาท รวมเป็นยอดจอง 90 ล้านบาท โดยจะมีราคาค่าก่อสร้างเฉลี่ย 8,000 กว่าบาท ต่อตร.ม. ซึ่งกลุ่มลูกค้าเป้าหมายคือกลุ่มข้าราชการ พ่อค้าแม่ค้า รายได้เฉลี่ย 2 หมื่นบาท โดยในช่วงแรกจะเน้นไป ที่กลุ่มลูกค้าที่อยู่ชานเมือง
ปัจจุบันบริษัทฯมีแบบบ้านให้ลูกค้าเลือก 14 แบบ ขนาด 1-2 ชั้น มีราคาขายอยู่ระหว่าง 9.9 แสนบาทถึง 1.89 ล้านบาท โดยมีพื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 90-238 ตร.ม. ก่อสร้างบนที่ดินระหว่าง 32-59 ตร.ว. โดยมีสำนักงานขาย 2 แห่งคือสาขารามคำแหง บริเวณถ.สุขาภิบาล 3 และสาขาปทุมธานี และมีแผนจะเปิดอีก 2-3 สาขา ในอีก 3 ปีข้างหน้า
น.ส.ศุภิชชา กล่าวอีกว่า กลุ่มซีคอน ไม่ได้มีการลงทุนด้านโรงงานเพิ่ม เนื่องจากกำลังการผลิตโครงสร้างบ้านสำเร็จรูป สามารถผลิตได้ถึงเดือนละ 100 หลัง โดยในปีนี้ทั้งกลุ่มซีคอน 3 บริษัท คาดว่าจะมียอดขายบ้านไม่ต่ำกว่า 1,500 ล้านบาท จากในช่วง 4 เดือนแรกของปี มียอดจองรับสร้างบ้านแล้ว 360 ล้านบาท สำหรับราคาวัสดุก่อสร้างที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนั้น ทางซีคอนโฮมได้มีการปรับราคาขายไปแล้วประมาณ 5% อย่างไรก็ตามต้องดูภาวะตลาดอีกครั้งในช่วงเดือน มิ.ย.-ก.ค. ว่าจะมีขยับราคาอีกรอบหรือไม่







