
คันทรี่กรุ๊ปลุยธุรกิจอสังหาฯครั้งแรกในรอบ10ปี
คันทรี่กรุ๊ป ประกาศลุยธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครั้งแรกในรอบกว่า 10 ปีหลังวิกฤติเศรษฐกิจ พร้อมเทงบกว่า 1.3 หมื่นล้านบาท ประเดิมโครงการอิลีเม้นท์ ศรีนครินทร์
คันทรี่กรุ๊ป ประกาศลุยธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ครั้งแรกในรอบกว่า 10 ปีหลังวิกฤติเศรษฐกิจ พร้อมเทงบกว่า 1.3 หมื่นล้านบาท ประเดิมโครงการอิลีเม้นท์ ศรีนครินทร์
นายเบน เตชะอุบล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท คันทรี่กรุ๊ป ดีเวลลอปเม้นท์ เปิดเผยว่าบริษัทฯได้หวนกลับมาดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อีกครั้ง ภายหลังเกิดวิกฤติเศรษฐกิจช่วงปี 2540 แผนการดำเนินธุรกิอสังหาริมทรัพย์ในปีนี้บริษัทมีแผนที่จะเปิดตัวโครงการใหม่จำนวน 2 โครงการ โดยใช้เงินลงทุนในเบื้องต้นไม่ต่ำกว่า 1.3 หมื่นล้านบาท โดยในส่วนของโครงการแรกที่จะทำการเปิดตัวเข้าทำตลาดในปีนี้คือ อิลีเม้นท์ ศรีนครินทร์ จะพัฒนาเป็นโครงการคอนโดมิเนียมแบบโลว์ไรส์สูง 8 ชั้นจำนวน 8 อาคารรวมมูลค่าลงทุน 1,800 ล้านบาท ตั้งอยู่บนพื้นที่ 13 ไร่ของถนนศรีนครินทร์มีทั้งแบบ 1 ห้องนอนและ 2 ห้องนอน ขนาด 36-65 ตร.ม.จำนวน 1,112 ยูนิต ราคาเริ่มต้นที่ 1.88 ล้านบาท
สำหรับในส่วนของโครงการดังกล่าวบริษัทจะแบ่งการก่อสร้างออกเป็น 5 เฟส โดยในส่วนของเฟสแรกจะก่อสร้างจำนวน 2 อาคาร ซึ่งจะเริ่มก่อสร้างในช่วงเดือนมิ.ย. 2554 คาดแล้วเสร็จภายในเดือน ก.ค. 2555 ขณะที่การเปิดตัวโครงการอย่างเป็นทางการจะเป็นวันที่ 2 เม.ย. โดยภายใน 4 เดือนแรกคาดว่าจะสามารถปิดการขายในส่วนของเฟสแรก 2 อาคาร จำนวน 360 ยูนิต ได้ เนื่องจากบริเวณดังกล่าวเป็นชุมชุนขนาดใหญ่ และมีศูนย์การค้า 2 แห่งคือศูนย์การค้าซีคอน และพาราไดซ์ พาร์ค เป็นตัวเร่งในการตัดสินใจซื้อ
ส่วนอีกหนึ่งโครงการจะเป็นโครงการแลนด์ มาร์ค วอเตอร์ฟร้อนท์ ซึ่งจะเป็นโครงการมิกซ์ยูส หรือการรวมธุรกิจโรงแรมและคอนโดมิเนียมอยู่ภายในโครงการเดียวกัน ตั้งอยู่บนพื้นที่ 36 ไร่ ของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ (องค์การสะพานปลาเดิม) สัญญาเช่า 75 ปี บริเวณถนนเจริญกรุงติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา โดยในส่วนของรูปแบบโครงการเป็นอาคารสูง 70 ชั้นคาดใช้ระยะเวลาในการก่อสร้าง 3 ปีครั้ง มูลค่าลงทุนประมาณ 1.2 หมื่นล้านบาทคาดว่าจะเปิดตัวในช่วงปลายปี
ทั้งนี้บริษัทฯมีแผนจะเพิ่มทุนอีก 3,700 ล้านบาท ภายใน 2 เดือนข้างหน้าจาก ปัจจุบันมีทุนจดทะเบียน 2,443 ล้านบาท จะเพิ่มเป็น 7,557 ล้านบาท ปัจจุบันบริษัทมีการขาดทุนสะสมอยู่ 400 กว่าล้านบาท อย่างไรก็ตามบริษัทฯ มีรายได้จากบริษัทฯในเครือ ชื่อเอ-โฮสต์ ตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ออราเคิล จำนวน 300 ล้านบาทต่อปี ขณะที่รายได้ทางด้านอสังหาริมทรัพย์นั้นจะรับรู้ในช่วงปลายปี 2555 หลังจากที่โครงการคอนโดแห่งแรกเริ่มทยอยโอน







