
ปูนยอมรับน้ำมันโลกพุ่งดันต้นทุนเพิ่ม
เครือซิเมนต์ไทย ระบุน้ำมันในตลาดโลกปรับสูงขึ้น กระทบต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น แต่ราคาขายวัสดุก่อสร้างจะปรับขึ้นนั้นต้องดูดีมานต์-ซัพพลายในตลาด
เครือซิเมนต์ไทย ระบุน้ำมันในตลาดโลกปรับสูงขึ้น กระทบต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น แต่ราคาขายวัสดุก่อสร้างจะปรับขึ้นนั้นต้องดูดีมานต์-ซัพพลายในตลาด
นายขจรเดช แสงสุพรรณ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (เอสซีจี ดิสทริบิวชั่น) เปิดเผยว่าผลจากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลต่อต้นทุนการผลิตสินค้าหลายประเภทที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยต้นทุนพลังงานในปัจจุบันถือเป็น 30% ของต้นทุนการผลิตโดยเฉลี่ย ซึ่งกระทบกับสินค้าในกลุ่มเคมีภัณฑ์และวัสดุก่อสร้าง แต่การจะปรับราคาขึ้นนั้นจะต้องพิจารณาจากดีมานต์และซัพพลายในตลาดเป็นสำคัญ
“ขณะนี้มีหลายปัจจัยลบที่ทำให้ต้นทุนในการผลิตปรับสูงขึ้น ทั้งน้ำมัน ราคาถ่านหินที่เพิ่มขึ้น แต่ใช่ว่าการปรับราคาขึ้นจะทำให้แข่งขันได้ สินค้าจะต้องมีคุณภาพ ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค และต้องคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม”นายขรจรเดชกล่าว
ล่าสุด บริษัทฯได้ใช้กลยุทธ์การตลาดแนวใหม่ หรือHuman Value Marketing กลยุทธ์ที่ไม่เพียงตอบสนองความต้องการของลูกค้าด้วยนวัตกรรมสินค้าและบริการที่เหนือกว่า แต่ยังคำนึงถึงการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีและสังคมที่ยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืน เช่นการพัฒนาปูนเสือ ซีเมนต์สูตรใหม่ ร่วมกับรีสอร์ตชายทะเล ซึ่งทำให้เกิดพันธมิตรทางธุรกิจ การพัฒนาระบบบ้านเย็น ตราช้าง โดยเน้นการขายเป็นโซลูชั่น เป็นต้น
ทั้งนี้จะใช้งบการตลาดจำนวน 700 ล้านบาท เพื่อทำตลาดร่วมกันใน 5 กลุ่มหลัก ประกอบด้วย เอสซีจี ซิเมนต์ เอสซีจี เน็ตเวิร์ค แมเนจเม้นท์ เอสซีจี เปเปอร์ เอสซีจี โพลิโอเลฟินส์ สำนักงานบริหารแบรนด์ เอสซีจี ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง และเน้นความร่วมมือทั้งภายในและภายนอกองค์ผ่านกระบวนการ C0-Creation โดยปีนี้จะใช้งบวิจัยและพัฒนา 1,300 ล้านบาท จากปีก่อนที่ใช้ 800 ล้านบาท
ปัจจุบันสินค้า พิเศษที่มีมูลค่าเพิ่มสูง หรือ HVA High value-Added Products ปัจจุบันบริษัทฯ ผลิตรวมในทุกกลุ่มสินค้าอยู่ 17% จำนวน 450 รายการ แต่คาดว่าในปีนี้จะเพิ่มขึ้นเป็น 20% และวางแผนจะผลิตเพิ่มมากขึ้นในอนาคต







