
ไตรมาส3อสังหาฯหด42%
โอนกรรมสิทธิ์บ้านไตรมาส 3 หล่นวูบ 42% หลังรัฐเลิกอุ้มธุรกิจอสังหาฯ แต่ 3 ไตรมาสยังโต 18%
โอนกรรมสิทธิ์บ้านไตรมาส 3 หล่นวูบ 42% หลังรัฐเลิกอุ้มธุรกิจอสังหาฯ แต่ 3 ไตรมาสยังโต 18%
นายสัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ เปิดเผยว่า การโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยในพื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑล ในไตรมาส 3 ปี 2553 มีจำนวนทั้งสิ้น 2.7 หมื่นหน่วย ลดลง 42% จากไตรมาส 2 และลดลง 36% เทียบไตรมาสเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากผู้ซื้อได้เร่งโอนกรรมสิทธิ์กันไปในช่วงก่อนมาตรการลดหย่อนค่าธรรมเนียมหมดอายุลงเมื่อสิ้นไตรมาส 2
เนื่องจากจำนวนที่อยู่อาศัยที่โอนกรรมสิทธิ์เป็นอาคารชุดมากที่สุด 9,350 หน่วย คิดเป็น 35% ของจำนวนที่อยู่อาศัยที่โอนกรรมสิทธิ์ทั้งหมดลดลง 49% จากไตรมาสก่อน และลดลง 37% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน รองลงมาเป็นทาวน์เฮาส์จำนวน 8,950 หน่วย คิดเป็น 33% ลดลง 38% จากไตรมาสก่อน และลดลง 32% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน
สำหรับบ้านเดี่ยวโอนจำนวน 5,000 หน่วย คิดเป็น 19% ลดลง 40% จากไตรมาสก่อน และลดลง 45% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน อาคารพาณิชย์โอนจำนวน 2,300 หน่วย คิดเป็น 9% ลดลง 42% จากไตรมาสก่อน และลดลง 41% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน และบ้านแฝดโอนจำนวน 1,400 หน่วย คิดเป็น 5% เพิ่มขึ้น 12% จากไตรมาส|ก่อน และเพิ่มขึ้น 17% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน
ดังนั้น หากรวม 3 ไตรมาสแรกของปีมีการโอนกรรมสิทธิ์ซื้อขายที่อยู่อาศัยแล้ว 1.36 แสนหน่วย เพิ่มขึ้น 18% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แบ่งเป็นห้องชุดคอนโดมิเนียมมากที่สุด 5.49 หมื่นหน่วย คิดเป็น 40% ของที่อยู่อาศัยทั้งหมดเพิ่มขึ้น 40% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน รองลงมาเป็นทาวน์เฮาส์จำนวน 4 หมื่นหน่วย คิดเป็น 30% เพิ่มขึ้น 10% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
บ้านเดี่ยวโอนจำนวน 2.39 หมื่นหน่วย คิดเป็น 18% ลดลง 1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน อาคารพาณิชย์โอนจำนวน 1.22 หมื่นหน่วย คิดเป็น 9% เพิ่มขึ้น 11% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และบ้านแฝดจำนวน 4,200 หน่วย คิดเป็น 3% เพิ่มขึ้น 22% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สำหรับมูลค่าการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยรวม 3 ไตรมาสคิดเป็น 2.95 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 25% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
ทั้งนี้ หลังจากธนาคารแห่งประเทศไทยได้แถลงมาตรการเรื่องการกำกับดูแลสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยของธนาคารพาณิชย์ อาจทำให้ผู้ที่ต้องการซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง มีการเร่งทำสัญญาจะซื้อจะขายห้องชุดคอนโดมิเนียมมากขึ้นก่อนสิ้นปีนี้ หรืออาจมีการเร่งการโอนกรรมสิทธิ์สำหรับโครงการที่สร้างเสร็จแล้ว เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้อยู่ในเกณฑ์บังคับ จึงน่าจะทำให้คอนโดมิเนียมขายดีขึ้นกว่าปกติในช่วงนี้ไปจนถึงปลายปี







