posttoday
"เพอร์เฟค" งัดกลยุทธ์ดันยอดไตรมาส2

"เพอร์เฟค" งัดกลยุทธ์ดันยอดไตรมาส2

28 มีนาคม 2559

ถ้ายังมีกลยุทธ์ที่จะกระตุ้นการตัดสินใจซื้อ ก็เชื่อว่าจะยังไปได้ และภาพรวมอาจจะไม่หดตัวเท่าที่คาดการณ์ไว้

โดย...สุกัญญา สินถิรศักดิ์

เข้าสู่โค้งท้ายมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ในส่วนของลดค่าธรรมเนียมการโอนและค่าจดจำนองเหลือ 0.01% ที่จะสิ้นสุดวันที่ 28 เม.ย. 2559 นี้ นอกจากผู้ประกอบการจะเร่งทำยอดขายบ้าน-คอนโดมิเนียมพร้อมโอนให้ได้มากที่สุดในช่วงนี้แล้ว ยังต้องเตรียมแผนรองรับความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยที่จะชะลอตัวหลังจากที่หมดมาตรการดังกล่าวแล้ว เพราะต้องยอมรับว่ามาตรการกระตุ้นอสังหาฯ ได้ดึงความต้องการซื้อที่อยู่อาศัยอนาคตบางส่วนให้มาตัดสินใจในช่วงเวลานี้

วงศกรณ์ ประสิทธิ์วิภาต ประธานเจ้าหน้าที่กลุ่มพัฒนาธุรกิจ บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค กล่าวว่า ตลาดซื้อที่อยู่อาศัยหลังหมดมาตรการในช่วงเดือน พ.ค.-มิ.ย. มีแนวโน้มชะลอตัวลงประมาณ 10-20% เมื่อเทียบกับการซื้อและโอนในช่วงที่มีมาตรการกระตุ้นอสังหาฯ ซึ่งหากผู้ประกอบการไม่ได้เตรียมแผนการตลาดรองรับ ไม่ได้มีโปรโมชั่น หรือมีอีเวนต์กระตุ้นตลาด ภาพรวมตลาดจะหดตัวตามที่คาดการณ์ไว้ แต่ถ้ายังมีกลยุทธ์ที่จะกระตุ้นการตัดสินใจซื้อ ก็เชื่อว่าจะยังไปได้ และภาพรวมอาจจะไม่หดตัวเท่าที่คาดการณ์ไว้

“ภาวะตลาดหดตัวหลังหมดมาตรการกระตุ้นอสังหาฯ เกิดขึ้นทุกครั้งที่มีมาตรการและหมด ทำให้เพอร์เฟคเองก็เตรียมแผนออกแคมเปญแรงๆ หรือบิ๊กอีเวนต์กระตุ้นช่วงไตรมาส 2 ด้วย แต่ยอมรับว่าไตรมาส 2 ปีนี้คงเป็นอีกช่วงเวลาที่เหนื่อย”

สำหรับภาพรวมเศรษฐกิจไทยปีนี้ยังมีหลายปัจจัยที่น่าห่วง เพราะยังไม่เห็นสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจน อีกทั้งปัญหาภัยแล้งจะทำให้กำลังซื้อต่างจังหวัดชะลอตัวลง แต่ยังมีปัจจัยบวกในเรื่องการลงทุนภาครัฐ ซึ่งหากรัฐบาลขับเคลื่อนได้เร็วก็จะยิ่งเป็นผลบวก และอาจสร้างความสมดุลกับปัจจัยลบที่มีได้บ้าง โดยในส่วนของภาพรวมตลาดอสังหาฯ การที่ลูกค้าถูกปฏิเสธสินเชื่อยังเป็นปัญหาใหญ่ โดยเฉพาะที่อยู่อาศัยระดับราคาต่ำกว่า 5 ล้านบาท เช่น ทาวน์เฮาส์ 3 ล้านบาท ของเพอร์เฟคมีสัดส่วนถูกปฏิเสธสินเชื่อ 25-26% ส่วนบ้านแฝดและบ้านเดี่ยวขนาดเล็ก ราคาประมาณ 4 ล้านบาท มีสัดส่วนถูกปฏิเสธสินเชื่อ 20% ซึ่งเป็นเรื่องที่แก้ปัญหายาก เพราะเป็นปัญหาในส่วนของลูกค้า 

ด้านยอดขายไตรมาสแรกปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ 3,500 ล้านบาท อาจจะต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้เล็กน้อย โดยขณะนี้บริษัทสามารถทำยอดขายได้แล้ว 3,000 ล้านบาท ส่วนโครงการบ้านประชารัฐหรือที่อยู่อาศัยเพื่อผู้มีรายได้น้อย ราคาไม่เกิน 1.5 ล้านบาท บริษัทคาดว่าจะเข้าร่วมได้เพียง 40 ยูนิตเท่านั้น ส่วนยอดขายรอรับรู้รายได้หรือแบ็กล็อก ณ สิ้นเดือน ก.พ. มีทั้งหมด 6,000 ล้านบาท แบ่งเป็นบ้านแนวราบ 1,000 ล้านบาท และคอนโด 5,000 ล้านบาท ซึ่งในส่วนของคอนโดจะโอนและรับรู้ได้ในปีนี้ได้ 3,200 ล้านบาท ส่วนอีก 1,800 ล้านบาท จะโอนและรับรู้ได้ในปีหน้า

"เพอร์เฟค" งัดกลยุทธ์ดันยอดไตรมาส2 วงศกรณ์

วงศกรณ์ กล่าวว่า ในส่วนของโครงการที่อยู่อาศัยเมืองท่องเที่ยวของเพอร์เฟค หากมีโอกาสก็จะพัฒนาต่อเนื่อง จากปัจจุบันมีแล้ว 2 โครงการ คือ โครงการคอนโด เบลล่า คอสต้า หัวหิน ซึ่งเปิดขายตั้งแต่ปีที่แล้ว ส่วนโครงการที่เขาใหญ่ ยังไม่ได้เปิดตัว คงต้องรอดูจังหวะและสถานการณ์ตลาดในปีนี้ โดยโครงการเบลล่า คอสต้า หัวหิน บนพื้นที่ 11 ไร่ มูลค่าโครงการ 1,779 ล้านบาท จำนวน 323 ยูนิต มีทั้งหมด 6 อาคาร เป็นอาคารสูง 4 ชั้น จำนวน 4 อาคาร และอาคารสูง 7 ชั้น จำนวน 2 อาคาร ห้องชุด 1-3 ห้องนอน พื้นที่ใช้สอย 45-96 ตารางเมตร (ตร.ม.) ราคา 3.99-14.5 ล้านบาท และแบบมอฟฟ์ ดีไซน์ พื้นที่ใช้สอย 64-90 ตร.ม. ราคา 6.44-8.90 ล้านบาท เป็นจังหวะที่จะโหมทำตลาดรอบใหม่ เพราะเป็นช่วงไฮซีซั่นของหัวหิน

ทั้งนี้ โครงการเบลล่า คอสต้า หัวหิน ก่อสร้างแล้วเสร็จพร้อมอยู่ ปัจจุบันมียอดขายแล้ว 35% ถือว่าไม่มากนัก แต่ก็เป็นธรรมชาติของโครงการเมืองท่องเที่ยว โดยยอดขายดังกล่าวแบ่งเป็นคนไทย 90% และต่างชาติเพียง 10% ซึ่งกลุ่มต่างชาติที่ซื้อส่วนใหญ่เป็นชาวยุโรป หลังจากที่กลุ่มรัสเซียมีปัญหาเรื่องค่าเงินก็ส่งผลกระทบกับความต้องการของลูกค้าชาวต่างชาติเล็กน้อย ส่วนปัจจุบันนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาเที่ยวในหัวหินมากขึ้นเป็นนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งเป็นกลุ่มที่มาเที่ยว แต่ยังไม่มีความต้องการซื้อคอนโด โดยบริษัทจะยังเน้นทำตลาดลูกค้าคนไทยเป็นหลัก จะโหมทำตลาดในช่วงนี้จนถึงเดือน มิ.ย.ที่ถือว่าเป็นฤดูกาลขาย ตั้งเป้ายอดขายโครงการดังกล่าวปีนี้ไว้ 300 ล้านบาท และคาดว่าจะปิดการขายได้ในช่วงปลายปีหน้า

สำหรับหัวหินเป็นเมืองท่องเที่ยวอันดับต้นๆ ของนักท่องเที่ยวคนไทยและเป็นเมืองท่องเที่ยวที่คนไทยนิยมซื้อบ้าน-คอนโดพักตากอากาศ โดย 5-6 ปีที่ผ่านมา อสังหาฯ หัวหินเติบโตเร็วมาก มีการพัฒนาโครงการทั้งฝั่งตะวันตก (ฝั่งภูเขา) และตะวันออก (ฝั่งทะเล) ของถนนเพชรเกษม จนทำให้พื้นที่ในเมืองหัวหินเริ่มหนาแน่นมากขึ้น และหาที่ดินใหม่ๆ ในการพัฒนาได้ยาก ทำให้การพัฒนาโครงการใหม่ๆ กระจายไปยังโซนชะอำหรือเขาเต่ามากขึ้น

โซนเขาเต่าได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น หลังจากเกิดแหล่งท่องเที่ยวสำคัญใหม่ๆ เช่น สวนน้ำ วานา นาวา, อุทยานราชภักดิ์ รวมทั้งยังจะมีบลูพอร์ต ศูนย์การค้าขนาดใหญ่ของกลุ่มเดอะมอลล์ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างใกล้แล้วเสร็จ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากย่านเขาเต่า อีกทั้งการที่เขาเต่าถูกควบคุมด้วยกฎหมายผังเมืองใหม่ ทำให้ที่ดินที่ยังไม่ได้ขออนุญาตก่อสร้างไว้ก่อนแล้ว จะพัฒนาเป็นคอนโดไม่ได้ เป็นโอกาสให้ซัพพลายคอนโดที่มีขายในปัจจุบันจะมีความต้องการสูงขึ้น

ข่าวล่าสุด

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว

เกษตรฯ ใช้เวที IMF–World Bank ดึงทุนโลกหนุนเกษตรสีเขียว