
เอคิวซุ่มเทคโอเวอร์รายย่อย
เอคิวซุ่มเทคโอเวอร์รายเล็ก-กลางที่ไปไม่รอด เล็งบุกหนักธุรกิจโรงแรม พร้อมผุด 9 โครงการใหม่ 8,000 ล้านบาท
เอคิวซุ่มเทคโอเวอร์รายเล็ก-กลางที่ไปไม่รอด เล็งบุกหนักธุรกิจโรงแรม พร้อมผุด 9 โครงการใหม่ 8,000 ล้านบาท
นายยงยุทธ ชัยพรหมประสิทธิ์ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอคิว เอสเตท เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทสนใจร่วมทุนกับกลุ่มผู้ประกอบการรายเล็กมากขึ้น เพราะมองเห็นโอกาสว่าปัจจุบันมีบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายเล็กที่พัฒนาโครงการบนทำเลที่มีศักยภาพ และมีสินค้าที่ดี แต่อาจจะมีปัญหาขาดสภาพคล่อง หรือปัญหาด้านการบริหารจัดการที่ทำให้เจ้าของโครงการไม่สามารถพัฒนาโครงการต่อได้ โดยปีนี้อาจจะมีดีลที่อยู่ระหว่างเจรจาอย่างน้อย 1 ราย ซึ่งคาดว่าจะใช้เงินทุนประมาณ 200 ล้านบาท
ขณะที่เมื่อปลายปีที่แล้วได้ซื้อหุ้นบริษัท วิลล่า นครินทร์ คิดเป็นมูลค่า 176.56 ล้านบาท ปีนี้จึงจะนำโครงการเดิมของบริษัทดังกล่าว คือ โครงการบ้านเดี่ยว 3 ชั้น ใกล้สวนหลวง ร.9 มูลค่าประมาณ 1,200 ล้านบาทมาปรับปรุงและเปิดขายใหม่ โดยโครงการนี้ถือเป็น 1 ใน 9 โครงการใหม่ที่เปิดตัวปีนี้
ทั้งนี้ 9 โครงการที่เปิดตัวใหม่ในปีนี้ มีมูลค่ารวมทั้งหมด 8,000 ล้านบาท ได้แก่ 1. โครงการ รังสิต บิซ พาร์ค อาคารส านักงาน+เพ้นท์เฮ้าส์ ขนาดที่ดินใหญ่ถึง 80 ตารางวา 3 ชั ้น ติดถนนใหญ่พหลโยธิน- รังสิต มูลค่าโครงการ ประมาณ 270 ล้านบาท 2. โครงการ เอคิว เอสเตส อโศก คอนโด High Rise สูง 30 ชั ้น เพดาน สูง 3.60 เมตร มูลค่าโครงการ ประมาณ 1,500 ล้านบาท 3. โครงการบ้านเดี่ยว 3 ชั้น ใกล้สวนหลวง ร.9 มูลค่าโครงการ ประมาณ 1,200 ล้านบาท 4. โครงการทาวน์โฮมรูปแบบใหม่ในเมือง สวนสยาม มูลค่าโครงการ ประมาณ 320 ล้านบาท
5. โครงการอสังหาฯ ขนาดใหญ่กว่า 117 ไร่ มีทั ้งบ้าน,รีเทล, คอมมูนิตี ้ ตรงข้ามเซ็นทรัล รังสิต มูลค่าโครงการ ประมาณ 2,750 ล้านบาท 6. โครงการบ้าน มูลค่าโครงการ ประมาณ 1,000 ล้านบาท (จังหวัด ชลบุรีใกล้อมตะนคร) 7. โครงการบ้านติดถนนใหญ่ พหลโยธิน-รังสิต มูลค่าโครงการ 360 ล้านบาท 8. โครงการภูรีศาลา ภูเก็ต Pool Villa หรู อยู่บริเวณหาดสุรินทร์ บางเทา มูลค่าโครงการ 330 ล้านบาท และ 9. โครงการบ้านเดี่ยวดีไซน์โมเดิร์น กลางเมือง ถนนอโศก -พระราม9 มูลค่าโครงการ ประมาณ 490 ล้านบาท
สำหรับโครงการโครงการ เอคิว เอสเตส อโศก และโครงการทาวน์โฮมรูปแบบใหม่ในสวนสยาม เป็น 2 โครงการที่ซื้อที่ดินใหม่ ส่วนอีก 6 โครงการเป็นโครงการบนที่ดินเดิมของกลุ่มกฤษดานคร (บริษัทเดิมของเอคิว เอสเตท) ส่วนอีก 1 โครงการเป็นของบริษัท วิลล่า นครินทร์ ดังกล่าว
นายยงยุทธ์ กล่าวว่า บริษัทยังได้เตรียมงบซื้อที่ดินไว้ที่ 500 ล้านบาท สำหรับการซื้อที่ดิน 2 แปลง เพื่อรองรับการพัฒนาโครงการในปี 2559-2560 และยังเตรียมเงินทุนไว้อีก 1,000 ล้านบาทในการลงทุนก่อสร้างโครงการที่อยู่อาศัยต่างๆ รวมถึง ลงทุนก่อสร้างโครงการโรงแรมและเซอร์วิส อพาร์ทเมนท์แห่งใหม่ๆ โดยกลุ่มเอคิวฯ จะหันมาขยายการลงทุนในธุรกิจที่มีรายได้ระยะยาวมากขึ้น จากปัจจุบันมีโรงแรมในเครืออยู่ 2 แห่ง คือ ชาซ่า สมุย และโรงแรมกฤษดาดอย จ.เชียงใหม่ ซึ่งในปีนี้วางงบ 200 ล้านบาทปรับปรุงโรงแรมกฤษดาดอย จ.เชียงใหม่ พร้อมกับเปลี่ยนชื่อโรงแรมใหม่ แต่ชื่อสวนจะยังคงใช้สวนกฤษดาดอยเช่นเดิม
"โครงการกฤษดาดอยมีความเป็นมายาวนานกว่า 30 ปี ซึ่งในช่วงที่ยังไม่มีสวนพฤกษศาสตร์ ที่อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ สวนกฤษดาดอยมีรายได้จากการเข้าชมสวนปีละ 5 ล้านบาท แต่ปัจจุบันมีรายได้ลดเหลือปีละ 2 ล้านบาท"
นอกจากนี้ เอคิวฯ จะลงทุนโรงแรมใหม่อีก 2 แห่ง คือ 1.โรงแรมระดับ 4-5 ดาวเกาะล้าน บนพื้นที่ทั้งหมด 80 ไร่ แบ่งเป็น 2 เฟส คิดเป็นมูลค่าโครงการรวม 700 ล้านบาท โดยเฟสแรกจะเริ่มก่อสร้างปีหน้า จำนวน 150 ห้องพัก และ 2. เซอร์วิส อพาร์ทเมนท์ ระดับ 3-4 ดาวที่ซอยศูนย์วิจัย จำนวน 3 อาคาร รวม 150 ห้อง คาดว่าจะมีมูลค่าประมาณ 300-400 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะทำให้รายได้จากธุรกิจโรงแรมเพิ่มเป็น 10% ภายในปี 2560 จากปัจจุบันมีประมาณ 5%
สำหรับเป้าหมายยอดขายปีนี้คาดว่าจะอยู่ที่ 2,432 ล้านบาทเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วประมาณ 40% ที่มียอดขาย 1,638 ล้านบาท โดยยอดขายปีนี้ แบ่งเป็น บ้านเดี่ยว 1,120 ล้านบาท ทาวน์เฮาส์ 110 ล้านบาท และคอนโดมิเนียม 1,202 ล้านบาท ส่วนรายได้เติบโต 20%







